เริ่มจากให้วัยรุ่นวัย 20 ปี ที่หลังจากตัดสินใจพักการศึกษาในม.ชื่อดังแห่งหนึ่ง เพราะได้รับการวินิจฉัยโรคซึมเศร้าและมีความเสี่ยงทำร้ายตนเองมานาน 3 เดือน จนดร.ป๊อปได้ขอเข้าช่วยเหลือน้องแบบจิตอาสาโดยไปเยี่ยมที่คอนโดของน้องก็พบว่า "ผู้ปกครองของน้องก็มีภาวะเครียดจนถึงวิตกกังวลมากทีเดียว จึงต้องบำบัดผู้ปกครองให้ฝึกคิดเป็นระบบพร้อมผ่อนคลายความเครียดและความวิตกกังวลในระดับที่พร้อมจะสื่อสารกับลูกให้ดีขึ้นใน 3 สัปดาห์ๆ ละ 1 ครั้งๆ ละ 2-4 ชม."
ส่วนน้อง อ. ก็เข้ารับการประเมินระดับความรู้ความเข้าใจในระดับ 4 ที่สามารถทำตามคำสั่งและต้องกระตุ้นให้ทำกิจกรรมจนสำเร็จเป้าหมายหนึ่งประการ น้องยังคงต้องกระตุ้นในช่วงแรกถึง 5 ครั้งในการทำกิจกรรมการต่อหอคอยไม้ กิจกรรมการออกแบบตารางชีวิต และกิจกรรมการสื่อสารความคิดบนกระดาษด้วยแผนภาพและทำสัญญาใจกับผู้ปกครองในการปรับนิสัยให้เหมาะสม ต่อมาในครั้งที่ 2 ก็กระตุ้นเพียง 3 ครั้งในการทำกิจกรรมการวาดแผนความคิดในการเพิ่มความสุขด้วยตนเองและไม่เปรียบเทียบกับผู้อื่น การทำกิจกรรมการเดินสำรวจสิ่งแวดล้อมจากคลินิกกิจกรรมบำบัด ณ ศูนย์กายภาพบำบัด คณะกายภาพบำบัด ม.มหิดล เชิงสะพานปิ่นเกล้า และเดินออกกำลังกายไปจนถึงสวนสาธารณะเชิงสะพานพระราม 8 โดยฝึกจดจำเส้นทางแล้วนำมาเขียนแผนที่ให้ถูกต้อง พร้อมสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษแนะนำนศ.ว่าที่คุณหมอกิจกรรมบำบัดลูกครึ่งไทยแต่เติบโตที่อเมริกา (Doctorate of Occupational Therapy) ที่มาฝึกงานกับดร.ป๊อปด้วย
ประเมินก่อนและหลังการเดิน ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกของน้องอ.ที่ได้เดินแบบกิจกรรมบำบัดแบบนี้ ก็มีการวัดอัตราการเต้นของชีพจร ก่อนเดิน 88 ครั้งต่อนาที หลังเดินถึงที่สวนสาธารณะ 93 ครั้งต่อนาที และหลังเดินถึงคลินิกกิจกรรมบำบัด 83 ครั้งต่อนาที และมีคะแนนความสุขที่ 3.5/10 ก่อนการเดิน และมีคะแนนความสุข 4/10 หลังการเดิน ด้วยเหตุผลว่า น้องอ.รู้สึกผ่อนคลายและได้ทำกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงกับดร.ป๊อป ได้ถ่ายรูปภูมิทัศน์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ยังคงไม่แน่ใจว่า "ตัวเองต้องการความสุขอะไร และทำอย่างไรถึงจะได้รับความสุขนั้น" ผมจึงให้กำลังใจและค่อยๆสื่อสารให้น้องอ.เข้าใจว่า "วันนี้เราเพิ่งเริ่มต้นค้นหาความสุข...ความสุขนั้นอยู่รอบๆตัว...แต่การค้นหาความสุขรอบๆตัวต้องอาศัยความรู้สึก ความคิด และความรู้ความเข้าใจขณะทำกิจกรรมต่างๆที่ท้าทายเพราะไม่เคยทำมาก่อนและต้องฝึกทักษะหลายด้านขณะทำกิจกรรม อย่างวันนี้น้องยังต้องจำสถานที่สำคัญระหว่างทางที่เดินมา แล้วน้องก็จำได้บ้าง แต่ก็ต้องฝึกจำและทบทวนที่ยังจำไม่ได้ในเส้นทางที่กลับ ตรงนี้ถ้าน้องทำได้ก็จะเดินทางไปในที่ที่น้องสนใจและชอบได้อย่างปลอดภัยและพบความสุขขึ้นทีละเล็กทีละน้อย คราวหน้าเราจะลองมาทบทวนความสุขของตัวเองในกิจกรรมการอ่านหนังสือที่ชอบกัน ไหวไหมครับ โชคดีนะครับ [แล้วน้องอ.ก็กอดดร.ป๊อปด้วยความรู้สึกไว้ใจกันแบบพี่น้อง]"
จากนั้นดร.ป๊อปก็ใช้เวลาที่จำกัดในการสื่อสารกับผู้ปกครองซึ่งย้ำถามว่า "น้องจะหายจากโรคซึมเศร้าหรือไม่...ทำไมน้องยังนอนไม่หลับ...ตอนอยู่กับดร.ป๊อปก็ดูดีคุยรู้เรื่องและมีรอยยิ้ม...พอกลับบ้านก็คุยไม่รู้เรื่องและชอบถอดเสื้อและมากอดแล้วมีอวัยวะเพศแข็งตัว...บางทีก็เดินออกไปนอกคอนโดแล้วกลับมาเอง...อย่างนี้จะปลอดภัยไหม"
ดร.ป๊อปจึงค่อยๆทบทวนภาษากายและคำถามต่างๆนานาของผู้ปกครองแล้วตอบกลับไปว่า "คุณพ่อคุณแม่ ขอให้คิดบวก เชื่อใจและมั่นใจให้น้องเป็นผู้นำความคิดในการใช้ชีวิตทำกิจกรรมต่างๆด้วยความสุข คุณพ่อคุณแม่ควรปล่อยให้น้องพบความสุขอย่างอิสระ คอยเฝ้าระวังให้น้องปลอดภัยและรู้สึกผ่อนคลาย สื่อสารกับน้องด้วยภาษากายและความรัก ลดการสื่อสารด้วยคำถามและลดคำพูดสั่งการลงบ้าง เพราะการตั้งคำถามมากจนเกินไปก็มิได้หมายความว่า พอเราได้คำตอบแล้วจะทำให้น้องมีความสุข คุณพ่อคุณพ่อควรเริ่มทำกิจกรรมกับน้องอย่างเป็นธรรมชาติและค่อยเป็นค่อยไป ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แต่ละปัญหาค่อยๆวิเคราะห์กันและค่อยๆฝึกน้องให้มีความสุขในแต่ละทักษะในแต่ละครั้ง เช่น ความสุขด้วยทักษะการผ่อนคลาย ความสุขด้วยทักษะทางเพศ ความสุขด้วยทักษะการนอนหลับ ฯลฯ ใจเย็นๆนะครับผม"
เป็นความรู้ที่ดีมากเลยครับ
สวัดีค่ะ คุณหมอ Dr. Pop
ขอเอาใจช่วยให้น้องกลับมาเป็นปกตินะคะ
ขอบพระคุณมากครับคุณพ.แจ่มจำรัส คุณครูทิพย์ พี่ Nui และพี่โอ๋
เอาใจช่วยน้อง อ ครับ
ครอบครัวมีความสำคัญมาก
ต้องไม่ถามคำถามที่ไม่ดี และควรคิดบวกครับ
ขอบคุณมากๆครับ
ขอบพระคุณมากๆครับพี่ขจิต