หลายต่อหลายคนยืนยันว่าเวทีนี้ถึงจะไม่ได้มีกิจกรรมเชิงปฏิบัติการมากมายอย่างที่คาดหวัง แต่ก็ทำให้นิสิตมีความสุขกับการเรียนรู้ค่อนข้างมาก เริ่มเข้าใจว่าการลงชุมชนมีความสำคัญและต้องปฏิบัติอย่างไร



ในเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้โครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน (กลุ่มเป้าหมายนิสิต) เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา ด้วยข้อจำกัดในเรื่องเวลาที่เลื่อนไหลบ้างตามสภาวะ ผมจึงไม่อาจจัดเวทีปฏิบัติการการเขียนเรื่องเล่าเร้าพลังได้ดังใจคิด

กระนั้น ก็มิได้ละเลยเสียทั้งหมด พลิกสถานการณ์เป็นการนำหนังสือเรื่องเล่าจากโครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน ๒ เล่มล่าสุดมาโชว์เรียกน้ำย่อย เพื่อให้รู้ว่า หากนิสิตลงมือทำ มันย่อมเป็นรูปเป็นร่างประมาณนี้...

เช่นเดียวกับการเปิดเว็บไซด์ให้เข้าไปศึกษาลักษณะของเรื่องเล่าแต่ละเล่มในระบบ E-book พร้อมๆ กับการบอกเล่าแนวทางการเขียนโดยสังเขป โดยย้ำเน้นให้นิสิตลงมือเขียน และเขียนบันทึกทุกครั้งเมื่อลงพื้นที่

ทั้งนี้ยังได้หยิบเอาวีดีทัศน์โครงการในปีก่อนๆ มาให้นิสิตได้ดูร่วมกัน เพื่อสร้างความเข้าใจว่าโครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน คืออะไร และลักษณะของการบูรณาการภารกิจ ๔ In ๑ ต้องทำอย่างไร – ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่า เมื่อนิสิตดูวีดีทัศน์ชุดนี้แล้ว พวกเขาบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ชัดเจน-เข้าใจแล้ว”




ก่อนปิดเวที ผมทำกระบวนการแบบเร่งรีบอยู่มาก เพราะเวลาได้ล่วงมาพอประมาณ จึงชวนให้นิสิตได้เขียนสะท้อนความรู้สึกนึกคิดว่าได้เรียนรู้อะไรจากเวทีในวันนี้ (AAR) ...

และนี่คือข้อมูลอันเป็นมุมมองความคิดที่นิสิตเขียน หรือสื่อสารกลับมา


ดร.กนกพร รัตนสุธีระกุล


ความรู้ความเข้าใจในหลักคิดของการลงชุมชน

  • เทคนิคการสัมภาษณ์ การสังเกต การสนทนากับชุมชน
  • การใช้เครื่องมือในการเก็บข้อมูลชุมชน
  • การจัดเก็บข้อมูลชุมชนที่เป็นระบบ และการวิเคราะห์ชุมชน
  • มารยาทในการเรียนรู้ชุมชน
  • การให้ความสำคัญกับเรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน ประเพณีวัฒนธรรม ค่านิยม สถานที่สำคัญๆ ในชุมชน
  • การคำนึงถึงโจทย์ หรือความต้องการของชุมชน
  • แนวทางการบูรณาการศาสตร์สู่การเรียนรู้และพัฒนาชุมชน ทั้งศาสตร์ในมหาวิทยาลัย และชุมชน หรือภาคีอื่นๆ
  • กระบวนการวางแผนการลงชุมชนอย่างเป็นขั้นตอนบนหลักของการมีส่วนร่วม
  • ฯลฯ

ดร.สมชาย แก้ววังชัย




ความรู้ความเข้าใจในหลักคิดการถ่ายภาพ

  • เข้าใจความสำคัญของการเก็บข้อมูลชุมชนผ่านภาพถ่าย
  • เข้าใจองค์ประกอบของการจัดภาพและการตกแต่งภาพ
  • เข้าใจหลักการถ่ายภาพเพื่อบันทึกกิจกรรมหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน
  • เข้าใจแนวคิดของการนำเสนอข้อมูลและเรื่องราวให้มีพลังผ่านภาพถ่าย
  • เข้าใจหลักการถ่ายภาพในมิติของการประเมินผลโครงการ ตั้งแต่ระยะต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ หรือการถ่ายภาพจาก BAR-AAR
  • ฯลฯ




ไม่เพียงแค่สองประเด็นคำถามเท่านั้น แต่ผมยังสอบถามเพิ่มเติมว่า ถ้าจะจัดเวทีในทำนองนี้อีก นิสิตมีความประสงค์จะให้หนุนเสริมองค์ความรู้ในเรื่องใดอีกบ้าง ซึ่งนิสิตก้มหน้าก้มตาเขียนสะท้อนอย่างจริงจัง เคร่งขรึมเป็นเวลาพอสมควรเลยทีเดียว นั่นก็คือ....

  • ฝึกปฏิบัติการลงชุมชนจริงๆ
  • ฝึกปฏิบัติการการถ่ายภาพ
  • ฝึกปฏิบัติการการเขียนเรื่องเล่า
  • ฝึกการจัดต่อวีดีทัศน์
  • มารยาทในการลงสู่ชุมชน
  • การควบคุมอารมณ์ในชุมชนเมื่อเจอข้อคัดแย้งระหว่างนิสิตกับชาวบ้าน หรือระหว่างชาวบ้านกับชาวบ้าน

รวมถึงข้อเสนอแนะอื่นๆ อย่างน่าสนใจ เช่น

  • อยากให้จัดอบรมนอกสถานที่ อย่างน้อย 1 คืน 2 วัน
  • อยากให้มีการบรรยายประกอบวีดีทัศน์ หนังสั้น หรือสื่ออื่นๆ ให้มากกว่าเดิม
  • อยากให้จัดกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์แทรกเป็นระยะๆ เพื่อกระตุ้นให้ตื่นตัว และรู้จักกันให้มากขึ้น
  • อยากให้ผู้มีประสบการณ์ ทั้งที่เป็นชาวบ้านและนิสิตที่ประสบความสำเร็จในโครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชนจากปีที่ผ่านมาได้มาบอกเล่าประสบการณ์และแลกเปลี่ยนกับนิสิตที่กำลังขับเคลื่อนในปีนี้
  • จัดทำเอกสารหลายๆ ชุดเป็นเล่มเดียวกัน
  • จัดให้มีการประกวดเรื่องเล่า-ประกวดภาพถ่าย
  • อยากให้มีวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในเวทีนี้ให้มากกว่าที่จัดขึ้น โดยไม่เน้นการบรรยาย แต่เน้นการจัดวงโสเหล่
  • ฯลฯ



ครับ ทั้งหลายทั้งปวงนี้ คือมุมมองความคิดของนิสิตที่เกิดขึ้นในเวทีฯ เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๗ นิสิตกลุ่มนี้คือแกนนำการขับเคลื่อนโครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชนของแต่ละหลักสูตรเพียงตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของนิสิตที่มีต่อการขับเคลื่อนเรื่องนี้ คณะกรรมการบริหารโครงการฯ จึงไม่เพิกเฉยที่จะเติมความรู้ สร้างความเข้าใจ กระทั่งสร้างแรบันดาลใจในเรื่องเหล่านี้แก่นิสิต โดยมิได้ทิ้งเป็นภาระของอาจารย์ในแต่ละหลักสูตรต้องแบกหามในเรื่องนี้เสียทั้งหมด

นอกจากมุมมองข้างต้นแล้ว ในข้อเขียนเล็กๆ จำนวนไม่น้อยของนิสิตที่ส่งกลับมา หลายต่อหลายคนยืนยันว่าเวทีนี้ถึงจะไม่ได้มีกิจกรรมเชิงปฏิบัติการมากมายอย่างที่คาดหวัง แต่ก็ทำให้นิสิตมีความสุขกับการเรียนรู้ค่อนข้างมาก เริ่มเข้าใจว่าการลงชุมชนมีความสำคัญและต้องปฏิบัติอย่างไร   เริ่มตื่นเต้นกับการใช้หลักคิดของการถ่ายภาพไปใช้จริงในชุมชนและการใช้ชีวิตอื่นๆ ..

รวมถึงการรับรู้และเข้าใจว่าหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน ไม่เพียงการเรียนรู้คู่บริการทั่วๆ ไป แต่หมายถึงการบ่มเพาะนิสิตให้เป็นผู้มีจิตสาธารณะต่อการรับผิดชอบต่อหน้าที่ตนเองและต่อสังคมไปพร้อมๆ กัน 

และที่สำคัญที่ผมรู้สึกดีมากๆ ก็คือ นิสิตบอกเล่าว่า เข้าใจหลักคิดของการทำงานโครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชนอย่างมหาศาล หลังจากก่อนหน้านี้ไม่ชัดเจนเอาซะเลย 

รวมถึงการที่นิสิตยืนยันว่าอยากทำงานโครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชนด้วยตนเอง  โดยแยกออกมาจากหลักสูตรฯ ซึ่งอาจไปบูรณาการในค่ายประจำปีของนิสิตที่เป็นทั้งชมรม องค์การ สโมสรนิสิต