กิตติยาณีย์/ศูนย์ข่าวหาดใหญ่

แกนนำธุรกิจ-เกษตรกรถกทางออกแก้ปาล์มราคาตก

หนุนพรบ.คุ้มครองเกษตรกรจี้รัฐส่งเสริมนวัตกรรม

หาดใหญ่-แกนนำภาคธุรกิจปาล์มระดมสมองถกแก้ปัญหาราคาปาล์ม และอุตสาหกรรมปาล์มทั้งระบบ ระบุที่ผ่านมาไม่มีการส่งเสริมเพื่อยกระดับนวัตกรรมในอุตสาหกรรมปาล์มอย่างเป็นระบบ ส่งผลแข่งขันสู้มาเลเซียไม่ได้ หวั่นเปิดเสรีอาเซียนทำเกษตรกรไทยเสียเปรียบ พร้อมหนุนพรบ.ปาล์มน้ำมัน เพื่อคุ้มครองเกษตรกรปาล์มน้ำมัน และยกระดับคุณภาพการผลินน้ำมันปาล์มทัดเทียมคู่แข่ง

จากปัญหาความไม่มีเสถียรภาพในราคาของปาล์มน้ำมันล่าสุดในการสัมมนาเวทีปฎิรูป วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ภาคใต้ ในกลุ่มคลัสเตอร์ปาล์มน้ำมัน ซึ่งประชุมกัน ณ ห้องเทพทาโร โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา ได้มีการพูดคุยเรื่องของพรบ.ปาล์มน้ำมันเพื่อเป็นทางออกและช่วยเหลือเกษตร

โดยนายมานิต วงษ์สุรีย์รัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรังน้ำมันปาล์ม จำกัด กล่าวว่า การผลักดันพรบ. ปาล์มน้ำมันแห่งชาติเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งกับเกษตรปาล์มน้ำมัน และทำอย่างไรเพื่อให้โครงสร้างการแปรรูปปาล์มน้ำมันมีประสิทธิภาพ ที่ผ่านเกษตรกรเจอปัญหาราคาปาล์มตกต่ำ ไม่มีเสถียรภาพ มีการเข้ามาแทรกแซงจากนักการเมืองประการต่อมาก็คือน้ำมันล้นตลาด วิธีการแก้ไขเบื้องต้นก็คือสามารถทำเป็นพลังงานใบโอดีเซลได้แล้ว แต่ปัญหาพื้นฐานในเรื่องประสิทธิภาพการผลิตของเกษตร ยังไม่ได้ลงลึก ถ้าหากมีพรบ.น้ำมันปาล์ม ก็จะมุ่งประเด็นไปที่ทำอย่างไรที่จะไปเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตทลายสดของเกษตรกร

“ประการที่ 2 เมื่อเขาผลิตได้แล้วเขาจะจัดการอย่างไร การเก็บเกี่ยวให้ผลปาล์มมีคุณภาพ เป็นข้อเสนอในปัจจุบันเรามีทลายปาล์ม ในประเทศไทยประมาณ 12 ล้านตัน ต่อปี ตรงนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของเกษตรกรเอง ที่จะร่วมกับรัฐ เช่นรัฐบาลตั้งงบประมาณสนับสนุนมาสัก 3,000 ล้านบาท เพื่อจะตั้งกองทุน แต่คงจะไม่ใช้โมเดลของยางพารา โดยในส่วนของเกษตรกรจะเก็บกิโลกรัมละ 1 สตางค์ เพื่อมาสมทบเงินของรัฐ อันนี้ก็จะเป็นการแก้ปัญหาระยะยาว

นายมานิตย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้คุยกับทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างเป็นทางการ เพียงแต่แจ้งให้ทราบว่าเป็นการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งในเรื่องนี้กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มได้มีการพูดคุยกันในหลายๆ เวที แต่เรายังไม่ได้ตกผลึก วัตถุดิบที่เราผลิตคือ 12 ล้านตัน เรามีน้ำมันอยู่ 2,200,000 ตันต่อปี ปริมาณการใช้อุปโภค และบริโภคประมาณ 900,000 ตัน เหลืออีก 1,300,000 ตันเดิมปี 2556 เรามีนโยบายใช้เป็นไปโอดีเซลอีก 500,000 ตัน ก็กลายเป็น 1,400,000 และส่งออกอีก 500,000 ตัน ก็เหลือสต็อกอยู่ 200,000-300,000 ตัน

นายมานิตย์ กล่าวอีกว่า ปี 2557 คาดว่าจะมีผลผลิตปาล์มจะเพิ่มขึ้นอีก 200,000 ตัน จากปีที่แล้วทำให้ทางกระทรวงพลังงานก็เพิ่ม E5 เป็นE7 การใช้ใบโอดีเซล ซึ่งก็เพิ่มขึ้น ก็ต้องดูกันไปอีกสักระยะหนึ่ง มัน

จะช่วยให้ปริมาณสต็อกปาล์มน้ำมันภายในประเทศลดลงหรือไม่ แต่คาดว่ามันคงจะอยู่ที่ 800,000-900,000 ตัน ที่นี้เราส่งออก 500,000-600,000 ตัน เหมือนเดิม ซึ่งราคาก็คงต้องเป็นไปตามกลไกตลาดโลก เพราะฉะนั้นราคาตลาดโลกจึงเป็นราคาที่จะมากำหนดราคาในประเทศ ราคาปัจจุบันจึงไม่ใช่ราคาที่ใครมากดราคา

นายมานิตย์ กล่าวอีกว่า ต้นทุนของราคาปาล์มทลายปัจจุบันอยูที่ 4.50 บาท ถึง 5 บาท เมื่อสกัดเป็นน้ำมันปาล์มดิบที่จะอยู่ที่ 25-27 บาท เมื่อไปทำการกลั่น บรรจุ ขนส่ง ขายอยู่ที่ 36-38 บาท ก็เป็นราคาปกติ

นายมานิตย์ กล่าวอีกว่าสิ่งที่เกษตรกรกังวลขณะนี้คือ เมื่อเราเข้าสู่ประชาคมอาเซียน มาเลเซียผลิตปาล์มปีหนึ่ง 20 ล้านตัน และเขาส่งออกเกือบทั้งหมด ถ้าเขาส่งมาที่เราได้ ก็คงมีปัญหา ในด้านที่จะไม่ให้นำเข้า ต้องคงไว้ หรือจะให้นำเข้าก็จะต้องมีเงื่อนไขเพื่อปกป้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มในประเทศไทย ตัวอย่างพืชเกษตรในอียู อย่างไก่ในประเทศฝรั่งเศส เขาเลี้ยงไก่ ถ้าไก่ในต่างประเทศถูกกว่าเขาก็ไม่ให้เข้าเหมือนกันต้องมีเงื่อนไข ตรงนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องดูแลเกษตรกรให้อยู่รอด ซึ่งเราจะปล่อยให้เขาเข้ามาโดยไม่มีอะไรก็คงไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าเอาเข้ามาเกษตรกรเราอยู่ไม่ได้ รัฐบาลก็คงอยู่ไม่ได้ เพราะมันจะกระทบกับคนส่วนใหญ่

นายมานิตย์ กล่าวอีกว่า ตอนนี้ราคาปาล์มราคาถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง แต่ราคาดีกว่าในช่วงปีที่ผ่านมา

ด้านนายนายประสิทธิ์ จรงค์หนู ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ กล่าวว่า ราคาปาล์มที่ตกลงขณะนี้เพราะส่งออกไม่ได้ โดยเฉพาะตลาดอียูเราต้องทำธุรกิจควบคู่ไปกับสิ่งแวดล้อม ต้องเข้าไปดูแลสังคมด้วย นอกจากนี้ปาล์มก็ต้องดูที่เปอร์เซ็นต์ราคาน้ำมันด้วย

นายประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มกระบี่เกิดขึ้นจากการที่ชุมนุมสหกรณ์หลายๆแห่งมาจดทะเบียน ตรงนี้ก็เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร วันนี้โรงงานรับซื้อ 5.20 บาท ปาล์มทลาย แต่โรงงานที่กลั่นน้ำมันออกมาขายผู้บริโภค 42 บาท แต่ต้นทุนที่ซื้อ 24 บาทตอนนี้ ต้องลดราคาเพดานราคาน้ำมันปาล์มขวดลงมาด้วย เกษตรกรไม่ได้อะไร แต่พ่อค้าคนกลาง โรงงานดิฟายมีส่วนต่างค่อนข้างสูง

นายประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า เมื่อเกษตรกรส่งปาล์มเข้าสู่โรงงาน หรือที่สหกรณ์เราก็มีค่าบริหารจัดการอยู่ 30 สตางค์ต่อกิโลกรัม ที่สหกรณ์เรารับปาล์มทลายวันละ 2,000 ตัน ซึ่งหลังจากผลิตเป็นน้ำมันดิบแล้วก็ส่งต่อให้กับโรงงาน มรกต โอพีจีแท็ก ศรีประทุม เราต้องจ้างรถขนส่งเข้ากทม. ตันละ 900 บาท ซึ่งสมาชิกมีกว่า 10,000 คน เฉพาะกระบี่ ในกระบี่ชุมนุมสหกรณ์กระบี่เริ่มต้นจากชุมนุม 11 แห่งมาจดทะเบียนเป็นสหกรณ์ คณะกรรมการบริหารสหกรณ์มี 11 คน มีเครือข่าย 37 สหกรณ์

นายประสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า จำนวน 2,000 ตัน ชุมนุมสหกรณ์กระบี่ฯมีโรงสกัดน้ำมัน 2 โรง รับซื้อผลปาล์มจากสมาชิก มากลั่นน้ำมันซีพีโอ (น้ำมันปาล์มดิบ) เราซื้อตามเปอร์เซ็นต์น้ำมัน ซึ่งของเราจะอยู่ที่ 20 บาทกว่า แต่ถ้าของเอกชนมันจะอยู่ที่ 17 เปอร์เซ็นต์ โดยเรามีเงินบริหารสหกรณ์กว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี

“การเก็บเงินตามพรบ.น้ำมันปาล์ม ก็น่าจะส่งผลดีกับเกษตรกร 0.01 เราหวังว่าจะเก็บเงินจากส่วนนี้มาช่วยเกษตรกรชาวสวนปาล์มทั้งระบบ น่าจะเป็นรูปธรรม ตอนนี้เรายังคุยกันทั้งในส่วนเกษตรกร และคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ นายประสิทธิ์ทิ้งท้าย

ทางด้านนายสนอง ปานแดง หัวหน้าฝ่ายโครงการชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด กล่าวว่า ที่ปาล์มราคาตกสาเหตุมาจากความไม่ชัดเจนของระบบ และนโยบายทางการเมือง เพราะนโยบายทางการเมืองสะท้อนตลาด ที่ผ่านมามีนักการเมืองลงมาเล่นเรื่องปาล์ม ตอนนี้ต้องยอมรับว่าก่อนหน้านี้เมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว ปาล์มยังเป็นพืชเศรษฐกิจ ตอนนี้กลายเป็นพืชการเมืองไปแล้ว

นายสนอง กล่าวอีกว่า หากการเมืองเข้ามาลึกในเรื่องปาล์ม ท้ายสุดแล้วปาล์มก็จะมีสภาพไม่แตกต่างจากข้าว ยางพารา กลายเป็นการสร้างรายได้ให้กับคนอีกระดับหนึ่ง ถ้าเป็นพืชการเมือง อีกปัญหาหนึ่งก็คือส่วนหนึ่งก็ขึ้นกับน้ำมันสำรองการสต็อก ซึ่งน้ำมันในบ้านเราขณะนี้มีอยู่ประมาณ 200,000 กว่าตัน และก็มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น ประการที่ 2 ก็ขึ้นกับสต็อกของมาเลเซีย ช่วงที่ผ่านมามาเลเซียเก็บสต็อกไว้เยอะ ซึ่งตอนนี้มีการทำระบบที่ซับซ้อนมาขึ้นคือมีระบบหมุนเวียน น้ำมันมาเลเซียเข้าไทย น้ำมันไทยเข้ามาเลเซีย

บางครั้งน้ำมันไทยซื้อเข้ามาเลเซีย ราคา 30 บาท แต่ออกจากมาเลเซียมาขายคนไทย 28 บาท เนื่องจากน้ำมันไทยนั้นจะไปในรูปของน้ำมันดิบ แต่มาเลเซียที่ออกมาขายเรา 28 บาท เพราะเขาไปเอาวิตามินต่างๆออกหมดแล้ว เหมือนเราซื้อข้าวเปลือก แต่ส่งกลับมาในรูปแก่นข้าวสาร ที่มาเลเซียรัฐบาลเขาต่อยอดส่งเสริมอุตสาหกรรมปาล์มอย่างกรดปาล์มในมาเลเซียมีการพัฒนาแปรรูปไปเป็นมาการีน กลีเซอลีนก็ไปอยู่ในอุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง มันเพิ่มมูลค่ามากกว่า ซีพีโอ หรือน้ำมันดิบอย่างในบ้านเรา เราแปรรูปขั้นต้นเท่านั้น ที่ผ่านมารัฐบาลเราไม่มีการส่งเสริมอย่างจริงจัง

นายสนอง กล่าวอีกว่า ตอนนี้มาเลเซียเองก็เร่งระบายน้ำมันใส มันก็ทำให้ราคาถูก มันกระทบกันหมด เราทำอะไรกันไม่ได้มาก เพราะรัฐเป็นผู้กำหนดราคาน้ำมันเพื่อบริโภค

ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสรุปรายงานสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคใต้ว่า ธุรกิจปาล์มน้ำมัน เป็นพืชที่มีบทบาททางเศรษฐกิจที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งของภาคใต้ ปี 2555 มีพื้นที่ให้ผลผลิต 3.4 ล้านไร่

คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 86.5 ของประเทศ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ให้ผลในจังหวัด สุราษฎร์ธานี (0.97 ล้านไร่) กระบี่ (0.95 ล้านไร่)

และชุมพร (0.77 ล้านไร่) ผลผลิตปาล์มทะลายจาหน่ายให้แก่โรงงานสกัดน้ามันปาล์มดิบ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับพื้นที่ปลูกปาล์มน้ามัน

เนื่องจากผลปาล์มสดจะมีคุณภาพดีเมื่อเข้าโรงงานภายใน 24 ชั่วโมง หากเกินกว่าระยะเวลาดังกล่าวน้ามันที่สกัดได้จะมีกรดเกิน

มาตรฐานที่กาหนด น้ามันปาล์มดิบที่สกัดได้ส่งจาหน่ายให้แก่โรงกลั่นและโรงงานผลิตไบโอดีเซลซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคกลาง

เพื่อเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารและพลังงานทดแทนต่อไป นอกจากนี้ยังมีการส่งออกไปต่างประเทศ โดยตลาด

หลักในปี 2555 ได้แก่ เยอรมัน มาเลเซีย พม่า เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ ทั้งนี้ ปี 2555 มีการใช้น้ามันปาล์มดิบเพื่อบริโภคและ

อุตสาหกรรมในประเทศอยู่ที่ร้อยละ 46.8 ใช้เป็นวัตถุดิบผลิตไบโอดีเซลร้อยละ 28.1 และส่งออกร้อยละ 8.8 ส่วนที่เหลือเป็น

สต็อกร้อยละ 16.3

นายมานิต วงษ์สุรีย์รัตน์กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรังน้ำมันปาล์ม