เริ่มต้นสัปดาห์แรกแห่งวันทำงาน เมื่อวันจันทร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2549 มีผู้ปกครองนิสิตกระทำผิดวินัยนิสิตคนหนึ่ง (ขออนุญาตไม่เอ่ยนามว่าเป็นผู้ปกครองของนิสิตคนใด) ถือหนังสือแจ้งผู้ปกครอง เรื่อง ว่ากล่าวตักเตือนนิสิต เข้ามาพบงานวินัยและพัฒนานิสิต ด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความระทม ทุกข์ใจ ครั้งแรกที่ผู้ปกครองท่านนั้นเอ่ยกับดิฉัน ว่า มีอะไรบ้างที่อาจารย์ยังไม่ได้บอกผมเกี่ยวกับความประพฤติของลูกสาวผม
ดิฉัน รีบตอบกลับไปว่า ผู้ปกครองทราบเรื่องที่ลูกสารกระทำผิดวินัยนิสิต เมื่อไหร่ ผู้ปกครองตอบว่า ได้รับเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รู้สึกร้อนใจ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ พอตอนเช้าของวันจันทร์เข้าที่ทำงานและขออนุญาตผู้บังคับบัญชาเพื่อมาพบกับฝ่ายปกครองของมหาวิทยาลัย เพื่อมาขอมาลาออกจากการเป็นนิสิตของลูกสาว ด้วยจิตใจที่ว้าวุ่น เมื่อขับรถผ่านพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้ปกครองได้อธิษฐานว่า ขอให้พบทางออกที่ดีด้วยเถิด เนื่องจากผู้ปกครองบอกว่าไม่รู้ว่าจะหาทางออกด้วยวิธีใด
สาเหตุแห่งปัญหาที่ดิฉันได้รับฟังจากปากผู้ที่ได้ชื่อว่าพ่อ
1. ลูกสาวไม่ค่อยชอบพูดคุยกับพ่อ เนื่องจากพ่อพูดจาไม่ค่อยไพเราะเสนาะหูเหมือนกับเพื่อนๆ
2. วัฒนธรรมในครอบครัว พ่อไม่เคยโอบกอดลูก เนื่องจากเคยแสดงให้ลูกสาวเห็นว่าไม่ชอบให้ใกล้ชิด (ซึ่งพ่อได้ยอมรับและจะนำไปปรับปรุง แก้ไขให้ดีขึ้น)
3. ลูกสาวเป็นคนหัวอ่อน เชื่อเพื่อน และเชื่อคำพูดของคนที่ติดต่อแช็ทกันทางอินเทอร์เน็ท ส่งผลทำให้การเรียนตกต่ำ
ดิฉันจึงเล่าวิธีทำความสำเร็จเล็ก ๆ ของผู้ปกครองท่านอื่น ๆ ในการหาทางออกให้ สรุปได้คร่าว ๆ ดังนี้ วิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดก็คือ ต้องพูดต้องคุยกัน ต้องรู้จักฟังกันและกันให้มากขึ้น ใช้ วิธีการ deep Listening ของ KM คือ การฟังอีกฝ่ายหนึ่งให้หมดคำพูด โดยไม่แสดงข้อคิดเห็น เนื่องจากทั้งพ่อทั้งลูกต่างคนต่างเดาว่าอีกคนคิดอย่างไร ซึ่งไม่เป็นวิธีการที่ถูกต้องนัก และเพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีได้แนะนำให้ทั้งพ่อ+แม่+ลูก จับเข่าคุยกัน ในบรรยากาศที่มีเพียงกันและกันเท่านั้น และในระหว่างที่รับฟังการระบายความระทมทุกข์ ของผู้ปกครองไปได้สักระยะหนึ่ง (เป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็ม) ทีมงานของงานวินัยและพัฒนานิสิต ซึ่งตอนก่อนหน้านั้นต่างคนต่างรีบทำงาน เพราะเกรงว่าผู้ปกครองท่านดังกล่าวจะอาย จึงเริ่มทะยอยแชร์ประสบการณ์เชิงบวก ของแต่ละบุคคลให้ผู้ปกครองท่านดังกล่าวรับฟัง จนกระทั่งผู้ปกครองได้เอ๋ยขอบคุณที่ทุกคนช่วยให้คำแนะนำที่ดีและขอลากลับไปด้วยสภาพจิตใจที่ดีขึ้น สังเกตจากสีหน้าก่อนและหลังการพูดคุย (ขออภัยที่มิอาจถ่ายรูปให้ดูได้ค่ะ จักเสียมารยาท)
แวะมาเป็นกำลังใจให้นะคะ ^__*
ขอบคุณหนิงมากน๊ะค๊ะ ดีใจมากเลยค่ะ แล้วก็ขอให้หนิงโชคดีเช่นกันจ๊ะ
ขอบคุณคุณภรณ์ ^__* จะขอติดตามรอยของรุ่นพี่ในการนำKM มาใช้กับกิจการนิสิตเพื่อการพัฒนานิสิตนะคะ
ขอชื่นชมกับการนำ KM มาประยุกต์ใช้กับการทำงาน
ได้อย่างรวดเร็ว และเหมาะสมกับเหตุการณ์ เป็นประสบการณ์ตรงที่นำมาถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้รับทราบ เรียนรู้จากการปฏิบัติแล้วนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผล เหมาะสมแล้วกับการเป็นทีม KM ของ มน.และเป็นครอบครัว KM ตัวจริง....
ขอขอบคุณ คุณ cat woman เป็นอย่างยิ่งค่ะ ที่ให้กำลังใจกับทีมงานมน.
พี่พรคะ รู้สึกว่า cat woman เค้าจะเป็นสาวปริศนาอยู่ใน มน. นี่แหละค่ะ
เอ๋! ใครน้า คุณ cat woman