มันเป็นเรื่องไม่ปกติเท่าไหร่นัก ที่ผมจะถูกตามไปห้องคลอดยามดึกดื่นหลังเที่ยงคืนอย่างนี้

เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ฝนตกหนักที่หาดใหญ่ แต่กระนั้นก็เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆกว่าชั่วโมง แต่ก็นั่นแหละ เมื่อไหร่ที่มันร้อนสุดๆและได้ฝนหล่นร่วงลงมาอย่างนี้ สิ่งที่ตามมาด้วยกันก็คือความเย็นและสดชื่น

เที่ยงคืนเศษ อุณหภูมิหน้าบ้านผม 23 องศา ในขณะที่หน้าโรงพยาบาล 22 องศา และน่าเชื่อว่า หากไปอยู่ในเขตเขาที่บ้านพักหลังเก่าของผมด้วยแล้ว มันก็น่าจะอยู่ราวๆ 20 องศา คนบางคนกำลังหลับใหล คนบางคนกำลังทำงาน เกินค่อนประเทศกำลังหลับตาเพื่อพักผ่อน และตอนนี้คนไข้คนหนึ่งของผมกำลังเจ็บครรภ์ก่อนกำหนด เธอและสามียังไม่ได้นอน

ผมมาถึงห้องคลอดก่อนคนไข้ ได้นั่งเฝ้าสังเกตการทำงานของพยาบาล และบรรดาคุณหมอลูกศิษย์ที่อยู่เวร ทราบมาว่างานพวกเขายุ่งมาตลอด เข้าห้องผ่าตัดบ้าง ไปห้องฉุกเฉินบ้าง ตามเรื่องตามราวของคนอยู่เวร แต่พวกเด็กๆยังมีหน้าตาสดชื่น ดูจากแววตาก็รู้สึกว่าพวกเขายังสดใส นึกสุขใจตามประสาครู ว่าความรู้หน้าที่ในตัวพวกเขายังคงมีอย่างเต็มเปี่ยม

ครั้งหนึ่ง ผมก็เคยอยู่เวรตรากตรำเหมือนพวกเขาเหล่านี้ เวลาเหนื่อยก็เหนื่อยสุดๆ อ่อนล้าระโหยโรยแรงก็บ่อย เวลาถูกตามตอนดึกๆ หลับกำลังได้ที่ ก็รู้สึกหงุดหงิดเป็นเหมือนกัน กระทั่งอาจารย์ที่เคารพท่านหนึ่งสอนว่า "เขาให้มาอยู่เวร ก็อยู่เวร ไม่ได้ให้มานอน ดังนั้นก็อย่าห่วงนอน" หลังจากนั้นจึงค่อยคลายความทุกข์ใจลง ไม่รู้ว่าเพราะเข้าใจ หรืออายุที่มากขึ้นทำให้ใจเราสงบลง

ผมสื่อสารกับสามีคนไข้ผ่านทาง facebook

เขาไม่ได้มาด้วยกัน เพราะผู้ชายต้องดูแลลูกซึ่งกำลังหลับอยู่ ดูเขาร้อนใจเพราะเมียเจ็บครรภ์ก่อนกำหนด ไหนต้องดูลูกอยู่ที่บ้าน ไหนจะเป็นห่วงเมีย

สังคมพวกเราในปัจจุบันเป็นสังคมเดี่ยว ครอบครัวเล็กลงมาก

ก่อนนู้นบ้านเราจะมีปู่ย่าตายายอยู่กันมากมายสนุกสนาน ผมและเมียส่วนตัวก็เป็นครอบครัวเดี่ยว เราสองคนเลี้ยงลูกด้วยกันตามลำพัง ลูกป่วยก็ร้อนรน นั่งเฝ้าเช็ดตัวสลับกัน บางครั้งก็ไม่ต้องหลับไปด้วยกัน ลูกร้องแม่ก็ร้อง ครั้นเมื่อลูกเริ่มโต พ่อแม่เกิดไม่สบอารมณ์พร้อมกัน ลูกก็โดนไปเต็มๆ จะหาที่พึ่งเป็นคุณย่านมยานให้ซุกก็ไม่มี เพราะท่านอยู่ไกลออกไปกว่า 300 กิโล ก็ต้องอยู่กันไป

หลายๆครั้งก็แอบถอนใจลึกๆ "ทำไม แม่ไม่มาอยู่กับเราวะ" แล้วก็ต้องรีบสูดเอาลมหายใจที่เพิ่งถอนออกไปกลับเข้ามา "แล้วทำไม เราไม่ไปอยู่กับแม่ล่ะ" คิดแบบนี้อยู่หลายครั้งก็ไม่เกิดประโยชน์ ใช้ชีวิตตามปกติและมีความสุขกับสภาวะปัจจุบันต่อไป

ผมออกจากโรงพยาบาลราวตีหนึ่งครึ่ง สูดความชื้นเข้าเต็มปอด มองดูรอบทิศสำรวจรอบตัวแล้วก็กลับบ้าน ก่อนลงจากรถก็เปิด facebook เพื่อบอกคนที่เป็นห่วงเมียให้ทราบว่าทุกอย่างโอเค ก็เห็นข้อความจากเขาคนนั้นมารออยู่ก่อนแล้ว เขาส่งรูปพระจันทร์บนท้องฟ้ามาให้ผม

ดึกดื่นคืนนี้ หลายคนกำลังหลับใหล หลายคนกำลังทำงาน ผมกำลังตาสว่างเพราะนอนไม่หลับ (แก่ได้ที่แล้ว)

และเวลานั้น ก็ยังมีชายคนหนึ่งกำลังยืนอยู่หน้าบ้าน อากาศเย็นราว 20 องศา แต่เขาคงร้อนอกร้อนใจ แหงนมองขึ้นบนท้องฟ้า ถ่ายรูปพระจันทร์ส่งมาให้หมอที่กำลังดูแลเมียของเขาอยู่

ออกไปทำงานแป๊บเดียว ได้หลายอารมณ์เลย คืนนี้ ได้ทุกรส

ธนพันธ์ ๑๐ สค ๕๗