มมร วิทยาเขตร้อยเอ็ด : เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ณ วัดเหนือ ถนนผดุงพานิช ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด มอบหมายให้งานศูนย์อนุรักษ์ศิลปและวัฒนธรรมอีสาน ฝ่ายบริหารทั่วไปและบริการวิชาการ ศูนย์บริการวิชาการร้อยเอ็ด ได้จัดโครงการส่งเสริมพิธีกรรมการสวดพระปาฏิโมกข์ ประจำปี ๒๕๕๗ ขึ้น
โดยมี พระราชธรรมานุวัตร พระธรรมฐิติญาณ ปฐมาจารย์ผู้ก่อตั้งวิทยาเขตร้อยเอ็ด พระราชปริยัติวิมล รองอธิการบดีวิทยาเขตร้อยเอ็ด และคณะสงฆ์ จำนวน ๙๖๗ รูป เข้าร่วมพิธีกรรมการสวดพระปาฏิโมกข์ ซึ่งพิธีกรรมการสวดพระปาฏิโมกข์ หรือ การลงอุโบสถ คือ การที่พระภิกษุสงฆ์ร่วมประชุมกันที่พระอุโบสถ เพื่อฟังปาฏิโมกข์ตามพระวินัย เป็นการทบทวนศีล ๒๒๗ ข้อของพระภิกษุโดยจะมีการสวดทุก ๑๕ วัน คือ ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ และวันแรม ๑๕ ในเดือนเต็ม หรือวันแรม ๑๔ ค่ำ ในเดือนขาด(๑) นอกจากนั้นยังอนุญาตให้ทำอุโบสถเป็นพิเศษในคราวที่ภิกษุแตกความสามัคคี เมื่อภิกษุกลับมาสามัคคีกันอีกครั้งแม้จะยังไม่ถึงวันปาฏิโมกข์ ก็ให้สวดปาฏิโมกข์ได้ เรียกว่า สามัคคีอุโบสถ ปาฏิโมกข์นั้นมี ๒ อย่าง คือ
(๑) โอวาทปาฏิโมกข์ คือ หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาที่พระพุทธเจ้าแสดงไว้เป็นหลัก พระพุทธเจ้าแสดงด้วยพระองค์เอง
(๒) อาณาปาฏิโมกข์ คือ ข้อห้าม ข้อบัญญัติ หรือพระวินัยที่พระพุทธเจ้าบัญญัติเป็นหลัก ทรงอนุญาตให้พระสงฆ์สาวกแสดง
สำหรับโอวาทปาฏิโมกข์ เป็นหลักการทางพระพุทธศาสนาอย่างกว้างๆ ที่ทรงแสดงไว้ให้พระสาวกยึดเป็นแนวทางในการสั่งสอนประชาชน โอวาทปาฏิโมกข์นั้นพระพุทธเจ้าแสดงด้วยพระองค์เองท่ามกลางที่ประชุมพระสงฆ์สาวก ๑๒๕๐ รูป ณ พระเวฬุวันวิหาร หลังตรัสรู้ได้ ๙ เดือน วันนั้นเป็นวันมาฆบุรณมี ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ พระจันทร์เต็มดวงเสวยมาฆฤกษ์ ภิกษุทั้ง ๑๒๕๐ รูปมาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย
ภิกษุที่ร่วมประชุมในครั้งนั้นล้วนเป็นพระอรหันต์ และเป็นภิกษุที่พระพุทธเจ้าบวชให้ทุกรูป จึงเรียกวันนั้นว่า วันจาตุรงคสันนิบาต คือ วันที่มีเหตุอัศจรรย์เกิดขึ้น ๔ ประการ ในวันนั้น พระพุทธองค์ทรงสถาปนาพระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะให้เป็นคู่พระอัครสาวก จากนั้น พระองค์ได้ทรงแสดงหลักการแห่งพระพุทธศาสนา เรียกว่า โอวาทปาฏิโมกข์.