ภูทอก จังหวัดบึงกาฬ - 13 กรกฎาคม 2557
ระหว่างวันที่ 12 - 14 กรกฎาคม ผู้เขียนได้ร่วมเดินทางไปกับมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) ที่อำเภอคำตากล้า จังหวัดสกลนคร เพื่อบำเพ็ญประโยชน์ และมีโอกาสไปเที่ยวที่บึงกาฬ จังหวัดน้องใหม่ลำดับที่ 77 ของประเทศไทย จึงมีภาพมาให้ชมด้วยค่ะ
ภูทอกหมายถึงภูเขาโดดเดี่ยวในภาษาไทยอิสาน ซึ่งมีอยู่ 2 ลูก คือภูทอกน้อยและภูทอกใหญ่ สถานที่ที่คณะเราไปชมคือภูทอกน้อย และก็ไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป เพราะเป็นที่ตั้งของวัดภูทอก (วัดเจติยาคีรีวิหาร) ซึ่งเป็นวัดป่าพระกรรมฐาน ที่ “พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ” พระป่าสายกรรมฐาน ศิษย์พระอาจารย์มั่น ได้มาสร้างไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 ส่วนภูทอกใหญ่นั้นอยู่ห่างไกลออกไป ทางการยังไม่ได้เปิดให้ท่องแที่ยว
จุดเด่นของทางเดินขึ้นเขาแห่งนี้คือการเดินเท้าบนทางเดินและสะพานที่ทำด้วยไม้ และขึ้นไปได้ถึง 7 ชั้น ชั้นที่ 1-7 มีสะพานขี้นตรงไปได้เลย ตั้งแต่ชั้น 3 ถึงชั้น 6 มีสะพานเวียนรอบภูเขาแบบ 360 องศา สามารถชมภูมิทัศน์ที่สวยงามได้โดยรอบและมีสะพานต่อขึ้นถึงชั้น 7 แต่ละชั้นจะเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามหลายแบบแตกค่างกันไป ทางเดินและสะพานไม้นี้สร้างด้วยแรงงานคนทั้งสิ้น ใช้เวลาในการก่อสร้าง 5 ปี น่าทึ่งมากว่าก่อสร้างได้อย่างไร
ชั้น 5 เป็นชั้นที่มีความสำคัญที่สุด มีสะพานหินธรรมชาติทอดสู่พุทธวิหาร อันเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งมีลักษณะแปลกและน่าอัศจรรย์ใจมาก คือเป็นหินแยกตัวออกมาจากหินก้อนใหญ่ และตั้งได้ฉากกับแนวพื้นโลกพอดี จึงไม่หล่นลงมา คล้าย ๆ กับพระธาตุอินทร์แขวนในพม่า ปัจจุบันมีสะพานไม้เชื่อมต่อระหว่างสะพานหินกับพุทธวิหาร เมื่อมองออกไปจะเห็นแนวของภูทอกใหญ่อย่างชัดเจน จุดนี้มีบันไดเวียนขึ้นสู่ชั้นที่ 6 ซึ่งเป็นชั้นสุดท้ายของบันไดเวียนรอบเขา
ที่ชั้น 5 นี้มีศาลาขนาดใหญ่ มีพระพุทธรูป มีกุฏิพระ และเป็นที่เก็บสังขารของพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐด้วย พื้นที่บนศาลาสะอาดกว้างขวาง ร่มเย็น เงียบสงบ เหมาะในการนั่งสวดมนต์และปฏิบัติธรรมอย่างยิ่ง
นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งกล่าวว่าชั้น 6 เป็นฃั้นที่เห็นวิวสวยงามที่สุด แต่ผู้เขียนเห็นว่าสวยทุกชั้นเลย หากมีโอกาสอยากไปอีกสักครั้ง และจะอยู่บนเขาให้นานกว่านี้ค่ะ
หากขึ้นเขาโปรดระวังให้มากนะคะ ทั้งพื้นไม้และพื้นหินมีตะไคร่น้ำจับ ลื่นมาก ผู้เขียนเองลื่นไปสองครั้ง บนพื้นไม้ล้มไปกองกับพื้น ใช้สะโพกและข้อศอกรับไว้ ส่วนบนพื้นหินลื่นหนึ่งครั้ง เกือบล้ม แต่ไม่ล้มค่ะ
ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาชมนะคะ

สวยจังค่ะ ทางเดินน่ากลัวมั๊ยคะ เผื่อปีหน้าพี่วางแผนขับรถทัวร์ทั่วอีสานสัก ๑๐ วัน
ขอบคุณคุณยายธี และพี่นุ้ย ที่มาแวะเยี่ยมและให้กำลังใจค่ะ
เป็นสถานที่ที่สวยมากค่ะ มองด้วยสายตาทางเดินไม่น่ากลัวค่ะพี่นุ้ย แต่หน้าฝนหินและทางเดินไม้ลื่นมาก หากจะทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวจริง ๆ ทางการคงต้องสำรวจทางเดินขึ้นเขาโดยละเอียด เพราะไม้ค่อนข้างเก่ามาก บางส่วนก็ผุ ถ้ามาเที่ยวกันมาก ๆ กลัวจะรับน้ำหนักไม่ไหวค่ะ ปัจจุบันคนยังมาเที่ยวที่นี่น้อยอยู่ค่ะ หากไปเที่ยว 10 วัน คงจะได้เที่ยวหลายจังหวัดทีเดียวนะคะ ขอบคุณมากค่ะพี่นุ้ยที่แวะมาอ่านบันทึกนี้
-สวัสดีครับ
-เคยเห็นออกรายการทีวี
-สวยมาก ๆนะครับ
-ขอบคุณภาพสวย ๆ นะครับ
ขอบคุณค่ะคุณเพชร อากาศก็ดี วิวก็สวย เป็นการออกกำลังกายที่ดีค่ะ อยู่บนเขาโล่งสบายมากค่ะ
เป็นสี่งมหัศจรรย์มากนะครับ
และที่สำคัญเป็นสิ่งปลูกสร้างของท่านอาจารย์จวน อริยสงฆ์ ที่ภพก่อนนั้น ท่านเป็นบุตร ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต (จากที่ผมเคยติดตามอ่าน)
ขอบคุณมากนะครับ
ถ่ายภาพแนวท่องเที่ยวมาได้สวยมากครับ
เห็นภาพแล้วอยากไปเที่ยวจังหวัดน้องใหม่เหมือนกันครับ
ขอบคุณมากค่ะ คุณแสงและลุงชาติที่กรุณาอ่านและให้กำลังใจในบันทึกนี้ มีระยะหนึ่งที่กุหลาบไม่สามารถเข้า GTK ได้เลย จึงเพิ่งได้อ่านความเห็นค่ะ
จังหวัดนี้น่าเที่ยว สวยงามมากค่ะ ถ้าไปภูทอก ระมัดระวังเด็ก ๆ ด้วยนะคะ มันลื่นมาก ไม้บางแผ่นก็เก่ามากค่ะ อันตราย
ขอบคุณมากค่ะคุณแสงแห่งความดี และคุณลุงชาติ เวลาผ่านไป 2-3 เดือนแล้วจึงเห็นว่ามีแขกมาเยี่ยมเยือน ขอโทษท่านทั้งสองด้วยนะคะ เป็นช่วงหนึ่งที่กุหลาบเข้ามาใน GTK ไม่ได้เลย ลองทุกวันก็ไม่ได้สักวันค่ะ
ภูทอก วิวสวยงามมาก ๆ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และมหัศจรรย์จริง ๆ เป็นบุญตาอย่างยิ่งที่ได้ขึ้นไปค่ะ แต่ระวังไม้ที่ผุกร่อนให้มากนะคะ ตะไคร่น้ำก็ลื่น อันตรายมากค่ะ
ขอบคุณคุณลุงชาติที่ขอบภาพถ่ายนะคะ กุหลาบยังมีแค่ภาพธรรมดา ๆ วันหลังจะเข้าไปเรียนรู้การตกแต่งภาพในบันทึกของคุณลุงชาตินะคะ ตอนนี้ยังไม่ค่อยเข้าใจและยังตามไม่ทันค่ะ