เมื่อคืนในกลุ่ม 1 มีคนเข้าเรียนน้อย ก็เลยใช้หลักว่า ใครจะถามอะไรก็ว่ามาเลย

มีคนอยากทราบหลักการพิจารณา พระสมเด็จ แก่ปูนสุก แก่ปูนดิบ หรือแก่เทียนชัย มีหลักการพิจารณาพระแท้ แตกต่างกันหรือไม่ แล้วพระแท้ที่เหลืออยู่ในตลาดส่วนมากเป็นเนื้ออะไรครับ

ผมเลยบอกว่า เนื้อไม่สมดุลครับ

และ วันนี้ได้เนื้อครูบางขุนพรหม 09 ใช้น้อยมาองค์หนึ่ง

ปูนเปลือกหอยใหม่ๆ ก็เหมือนพระเนื้อผงใหม่ๆ พระรุ่นใหม่ๆจะยังหาง่าย และดูง่าย เนื้อจะยังสะอาด ไม่เลอะเทอะ แต่ในเนื้อก็จะเริ่มมีพัฒนาการตามอายุชัดเจน โดยพิมพ์และเนื้อครับ

ใครเริ่มจากของยาก ก็ลำบากหน่อย

ขอให้ไปอ่านบทความ ...ความคล้ายคลึงของผิวเปลือกหอย และผิวพระสมเด็จวัดระฆัง

ในกลุ่มสอง ได้เสนอ พิมพ์กลาง เนื้อสวยมาหนึ่งองค์

มีความเหี่ยวของขอบซุ้ม จากการกร่อนและงอก

เน้นหลัก 1-8 มีใครสงสัยไหมครับ ดูให้ชิน จำให้ขึ้นใจ

โดยภาพรวมจะเห็นทั้งความเนียนของเนื้อและศิลปะ

พระผ่านการใช้มานิดหน่อยจะดูง่าย อย่างนี้ละครับ

อยากให้ครูลงรูปพระ แล้วให้นักเรียนแต่ละคนเขียนสิ่งที่เห็นลงในรูปแล้วส่งให้ครูครับ

ประสบการณ์ต้องเรียนจากของจริงครับ จะได้ปรับแต่งมุมมองความคิดเพื่อเข้าสู่สนามจริงได้แบบมั่นใจครับ

แต่ของจริงไม่ชัดเหมือนในรูปนะครับ อย่างน้อยก็เป็นกิจกรรมที่แสดงร่วมกันอย่างหนึ่งและได้ประโยชน์กับผู้เรียน และผู้สอนก็จะได้รู้ว่านักเรียนคนไหนเข้าใจแค่ไปนอย่างไรครับ

ถ้าแบบนั้นต้องให้ครูลงทั้งเก๊เฉียบและแท้ แล้วดูว่าพวกเราสามารถแยกได้หรือไม่ ด้วยครับ

ใจผมก็อยากให้หัดเดินตลาดกันมากกว่า ถ้าไม่เดินตลาด คงช้า และไม่เก่งจริง

ผมคิดว่าเป็นการประเมินการเรียนการสอนครับ อย่างน้อยก็เป็นการสร้างความมั่นใจของนักเรียนแต่ละคนว่าพร้อมที่จะเดินตลาดอย่างมั่น หรือควรกลับไปทบทวนปรับเปลี่ยนมุมมองก่อนจะก้าวครับ

เรื่องนี้ต้องชัดเจนครับว่าเป้าหมายคืออะไร

ถ้าตีหัวเข้าบ้านก็ง่าย อยู่กับระบบต้องวางแผนยาว

การอบรมทาง อาจารย์ มก. (นันธวุฒิ) จะจัดเร็วๆนี้ครับ จัดแบบทางการ 2 ภาษา เลย จะมีภาคภาษาไทย - อังกฤษ

เร็วที่สุดก็ภายในสองเดือน

จะรวมก็ดี ถือเป็นการเปิดตัว นำร่องไปก่อน

เพราะรุ่นที่ 1 การประชาสัมพันธ์อาจจะไม่พร้อมเท่าไหร่

อาจารย์นันธวุฒิ จะเป็นผู้จัดการทั้งหมด

ผมเดาว่าบางคนสนุกกับการรับรู้ แต่ไม่สนุกกับการเรียน ผลการรับรู้ค่อนข้างดี แต่ผลการเรียนต่ำมาก

เวลาสอนผมจะออกข้อสอบแยกข้อกัน วัดได้ทันที ผมสอนมานาน แยกเป็นสามระดับเสมอ รับรู้ เรียน และสูงสุด ศึกษา

ต้องเอาตัวเองเป็นตัวตั้ง นำความรู้ไปประกอบ ไม่ใช่วิ่งตามความรู้

การทำอะไรต้องเริ่มจากตัวเอง แต่ไม่ใช่ตามใจตัวเอง

การยังไม่รู้จักตัวเอง ย่อมไม่มีทางจะรู้จักใคร

จึงวิ่งหาตัวเอง และวิ่งตามหาความรู้ อย่างที่หลายท่านกำลังทำ

เหมือนรถติดหล่ม ยิ่งหมุนยิ่งจม ตรงข้ามกับรถบนถนน ล้อหมุนนิดเดียวก็ไปไกล

หากมีระบบและการวางแผนที่ดีก็เปรียบเหมือนรถวิ่งบนถนน

เช้าวันนี้ Wallpaper random ขึ้นคราบตะกรันและคราบกรุบางขุนพรหม

สงสัยจะมีบางขุนพรหมเข้ามา

ยินดีต้อนรับนักเรียนทุกท่านครับ

อิอิอิอิอิอิอิอิ