วันนี้มีน้องในทีมงานเดินเข้ามาหา ในขณะที่กำลังใช้รถลากสินค้าอยู่คนเดียวด้านทางออกของประตูอีกด้านหนึ่งของคลัง ทีแรกนึกว่าจะเดินมาเอารถที่ชาร์ทแบตตเตอรรี่ แต่พอมาถึงที่ผู้เขียนยืนอยู่น้องก็บอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า

   "พี่ครับผมขอลาออก"นั่นทำให้ผู้เขียนรู้สึกตกใจ และถามกลับไปว่าลาออกทำไม ได้งานใหม่เหรอ น้องก็ตอบกลับมาว่า ออกไปเฉยๆ เพราะคงไม่เหมาะกับงานที่นี่

   "ไม่เหมาะยังไง ไหนลองเล่าให้ฟังหน่อยสิ ไม่สบายใจอะไร" ผู้เขียนถามขณะที่ยกสินค้าเก็บเรียงไว้บนชั้น น้องก็เล่าต่อและเข้ามาช่วยผู้เขียนยกของด้วย

    "ผมไม่สบายใจที่ไอ้กอล์ฟลาออก ทั้งๆที่มันทำงานดีกว่าคนบางคนอีก"น้องเล่าถึงความน้อยใจที่เพื่อนลาออกไป โดยเข้าใจว่าผู้เขียนกดดันให้เขาลาออก

    "เพื่อนเรา กับเรา ต้องแยกแยะจากกัน ไอ้กอลฺฟทำงานดีกว่าคนบางคน แต่ยังไม่พัฒนาและผิดระเบียบวินัยอยู่บ่อยๆ ผลงานอาจจะดีกว่านิดหนึ่ง แต่วินัยไม่ได้ ไม่ผ่าน"

   "แล้วเขาก็ตัดสินใจลาออกเอง พี่คงไม่รั้งให้อยู่ต่อ เพราะผลงานไม่ผ่าน"ผู้เขียนพูดต่อไป

    "และไอ้คนบางคนที่ว่า ก็ใช่ว่าพี่จะเลือกให้มันอยู่ มันไม่ลาออก ก็ไม่อาจจะไล่ออกได้ และอยู่ไปก็เงินเดือนไม่ขึ้นหรอกปีนี้และบางทีพี่อาจจะเปลี่ยนหน้าที่ให้มันทำ พี่ไม่ได้ลำเอียงและเลือกปฏิบัติ"

    ผู้เขียนพูดขณะที่น้องคนนั้นนิ่งเงียบ...

   "แล้วเราจะไปแบกมันไว้ทำไม มันอายุยังน้อย ออกไปหางานทำที่อื่นได้ และที่นี่เป็นบทเรียนที่มันจะต้องจดจำ"

   "ทุกคนทำงานในบริษัทนี้ เพื่อให้บริษัทอยู่รอดและเพือ่ตัวเองอยู่รอด เราก็เช่นกัน รู้จักรับผิดชอบและเอาตัวให้รอด "

   "บางทีอาจจะต้องยอมเสียเพื่อนไป ยอมตัดบางสิ่งบางอย่างไปก็เพื่อตัวเราจะได้อยู่รอด"

    ผู้เขียนพูดขณะเดินออกมาจากบริเวณชั้นเก็บของนั้น...

   "พี่ก็เช่นกัน หากยังคอยแต่แคร์คนที่ทำงานไม่เวอร์ค พี่เองก็อาจจะอยู่ลำบาก ผู้บริหารคงไม่ปล่อยให้ทำต่อได้นานหรอก"

   "พี่ไม่อนุญาตให้เราลาออก กลับไปตั้งใจทำงานให้มาก จะได้ลืมเรื่องราวที่ผ่านไป"

    ผู้เขียนตบหลังน้องคนนั้นขณะเดินคุยมายังด้านหน้าคลัง

   "ขอบคุณครับพี่"น้องคนนั้นพูด ก่อนที่เราเดินแยกจากกันไป

.................

17 กรกฏาคม 2557

พ.แจ่มจำรัส