ประวัติ นายมงคล สาระคำ

                                                              แบบประวัติ

ชื่อนายมงคล สาระคำ (ข่า)

เกิด วันศุกร์ ที่ 9 พฤษภาคม 2529  ปัจจุบันอายุ 28 ปี 1 เดือน

ภูมิลำเนา 52 หมู่ 3 บ้านกุดเลา ต.โนนทอง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น 40210

สูง 161 เซนติเมตร น้ำหนัก 74  กิโลกรัม

สถานที่ทำงาน: สถาบันคีนันแห่งเอเซีย ตำแหน่ง ผู้ช่วยที่ปรึกษาด้านการศึกษา

อีเมลล์;[email protected]

เฟซบุค;https://www.facebook.com/mongkolmoso.sarakham

วุฒิการศึกษา

วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม  คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ประสบการณ์ทำงาน

2556 – ปัจจุบัน ผู้ช่วยที่ปรึกษาด้านการศึกษา  มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย โครงการ Chevron-INCREASE เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์  ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จังหวัดสงขลา และ นครศรีธรรมราช

2554 – ปัจจุบัน วิทยากร  ห้องเรียนวิทยาศาสตร์เชิงปฏิบัติการแบบสืบเสาะเรียนรู้ และจัดค่ายวิทยาศาสตร์ให้กับกลุ่มโรงเรียนที่สนใจ

2557 – ปัจจุบัน ผู้ช่วยที่ปรึกษาด้านการศึกษา  มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย โครงการ Caltex Fuel Your School เติมพลังเมล็ดพันธ์ใหม่  ปลูกต้นกล้าเยาวชน จังหวัดขอนแก่น หนองคาย และอุดรธานี

2553 – 2556 ประสานงานโครงการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  คณิตศาสตร์:  UPGRADE: สสวท. ในจังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา ระยอง นนทบุรี นครปฐม  ขอนแก่น และเชียงใหม่

2552 – 2554 ผู้ประสานงานภาคสนามโครงการพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์จังหวัดพังงา  MSD IN-STEP

2551-2554 เข้าร่วมกิจกรรมนับนกกับทาง  สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย อย่างต่อเนื่อง

2552 - ปัจจุบัน สถาบันคีนันมีท้องฟ้าจำลองเคลื่อนที่  ซึ่งได้เดินทางบรรยายอย่างต่อเนื่อง ทั่วทุกภูมิภาค (สนิทกับ ผศ.ศักดิ์ชาย  เพ็ชรช่วย มรภ.ภูเก็ต เป็นอย่างดี)

2550 งานวิจัย สำรวจจำนวนชนิดและความหลากหลายของนกในป่าชุมชน  จังหวัดขอนแก่น

2550 ประธานชุมนุมดูนกและศึกษาธรรมชาติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

2548 – 2551  คณะกรรมการชุมนุมดูนกและศึกษาธรรมชาติ

  

ทักษะความสามารถ

  • -การจัดอบรมวิทยาศาสตร์ การพัฒนาความเป็นผู้นำ และ  การวางแผนจัดกิจกรรม
  • -ภาษาอังกฤษ ระดับ 6 จาก AUA (15 ระดับ)
  • -คอมพิวเตอร์ Microsoft Office 2010; Word, Power Point, Excel, Outlook,  Publisher, Office 365

ทัศนคติต่อการทำงาน

มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมกับทางโรงเรียนตั้งแต่ระดับมัธยม มหาวิทยาลัย สถานที่ฝึกงานและสถาบันที่ทำงานปัจจุบัน  เห็นความเป็นไปของสังคมไทยที่ดำเนินไปด้วยการใช้ทักษะส่วนบุคคลมากกว่าการใช้ข้อมูลที่มีช่วยตัดสินใจทำอย่างใดอย่างหนึ่ง  ดังนั้นตลอดเวลาที่ทำงานมา จึงมองไปที่การสร้างสังคมวิทยาศาสตร์  เน้นทักษะส่วนบุคคลต้องใช้วิทยาศาสตร์มาพัฒนาชีวิต ขอเป็นอีกแรงหนึ่งที่ช่วยประชาสัมพันธ์หรือช่วยให้คำแนะนำให้ทุกคนมีทักษะการใช้วิทยาศาสตร์ในการดำเนินชีวิต  ใช้การทำนายจากข้อมูลที่มีอยู่ จากการสรรหามา แทนการเดาสุ่ม  และเชื่อว่าถ้าคนไทยเรามีทักษะการใช้วิทยาศาสตร์ภายในตัวแล้ว  สังคมเราจะเป็นสังคมที่น่าอยู่มากขึ้น รอยยิ้มแย้มก็จะอยู่คู่คนไทยตลอดไป