%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%89%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b0+copy

 

บันทึกครั้งที่  17  วันที่ 3 พฤศจิกายน 2549

ทำปก VCD พิธีมอบเหรียญรางวัลการแข่งขันคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ประจำปี พ.ศ. 2549 โดยใช้โปรแกรม PHOTOSHOP 7.0 และหาบทความในการทำบทรายการวิทยุกระจายเสียง  วันนี้ผมมีเรื่องตัวกล้องที่ค้างไว้มานำเสนอต่อครับ

ตัวกล้องถ้าแปลจากภาษาอังกฤษ จะต้องเรียกว่า หัวกล้อง แต่เราเรียกว่า ตัวกล้อง ซึ่งเป็นที่บรรจุอุปกรณ์หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นตัวรับภาพ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างภาพ โดยจะกล่าวย่อยเป็นข้อ ๆ ดังนี้

ตัวรับภาพ ( Charge Couple Device : CCD)

CCD เป็นอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอสิกส์ชนิดหนึ่งที่เรียกกันว่า Semiconductor ซึ่งอุปกรณ์ CCD นี้เปรียบเหมือนดวงตาของกล้องโทรทัศน์ หน้าที่หลักของ CCD คือรับแสงที่ผ่านจากเลนส์เข้ามา แล้วแปลงให้เป็นข้อมูลแบบดิจิตอล CCD ภายในตัวกล้องมีหลายขนาดด้วยกัน มีตั้งแต่ขนาดเล็กไปถึงขนาดใหญ่เช่น ¼   นิ้ว , 1/3 นิ้ว , 2/3 นิ้ว ซึ่งขนาดของ CCD ที่มีขนาดใหญ่ก็จะย่อมให้คุณภาพของภาพดีกว่า

หลักการทำงานของ CCD

            กล้องโทรทัศน์ก็เหมือนกับสินค้าอื่น ๆ อีกหลานประเภทที่มีการแบ่งระดับราคา ฟังก์ชั่นการทำงาน รวมทั้งเทคโนโลยีที่มีอยู่กับตัวกล้อง ส่วนประกอบชิ้นหนึ่งที่มีความแตกต่างกันระหว่างกล้องในแต่ละดับราคาก็คือ CCD กล้องโทรทัศน์ที่เป็นกล้องในระดับผู้ใช้ทั่วไป ( Consumer) ก็จะมี CCD เพียงตัวเดียว แต่ถ้าเป็นกล้องในระดับมืออาชีพ ( Professional / Broadcast) ก็จะมีจำนวน CCD ทั้ง 3 ตัว หรือเรียกกันว่า 3 CCD” นั่นเอง

                ภาพที่เกิดขึ้นในกล้องโทรทัศน์นั้นเกิดจากแสง ปกติแล้วแสงที่เรามองเห็นอาจเป็นแค่บางส่วนของแสงที่มีอยู่ในธรรมชาติทั้งหมด เช่น เรามองเห็นแสงแดดเป็นสีขาวทั้งที่ความจริงแล้ว แสงแดดประกอบด้วยสีอื่น ๆ อีกหลายสี แต่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หากต้องการมองเห็นแสงสีอื่น ๆ ก็ต้องมีเครื่องมือสำหรับแยกสี เช่น การใช้ปริซึม

                การแยกสีเป็นหน้าที่โดยตรงของตัว CCD ที่ตัว CCD จะมีฟิลเตอร์สำหรับแยกสีติดอยุ่เป็นจำนวนมาก เมื่อแสงส่องผ่านเลนส์มายังตัว CCD  แสงก็จะถูกแยกออกมาเป็นสี แต่แทนที่ CCD จะแยกออกมาเป็นเจ็ดสีเหมือนสีรุ้ง สีที่ถูกแยกจะมีเพียงสามสีเท่านั้น คือ สีแดง , สีเขียว , สีน้ำเงิน ( Red , Green , Blue : RGB) ซึ่งสีสามสีนี้เป็นแม่สี สามารถนำมาผสมกันให้เกิดเป็นแสงสีต่าง ๆ ได้อีกเป็นล้าน ๆ สี

                กล้องที่มี CCD อยู่เพียงอันเดียวจะมีฟิลเตอร์แยกสีติดอยู่ที่ CCD โดยมีลักษณะการจัดเรียงเป็นช่องสี่เหลี่ยมสลับสีคล้ายกับตารางหมากรุกซึ่งเรียกว่า “Bayer Filter” เมื่อแสงส่องผ่านเลนส์เข้ามา ฟิลเตอร์ก็จะกรองสีของแสงออกมาเป็นสีทั้งสามสี ( RGB) เพื่อนำไปผสมเป็นภาพต่อไป

                ส่วนกล้องที่มี CCD สามตัว หลักการก็ยังคงเหมือนเดิม คือต้องมีฟิลเตอร์ในการแยกสี เพียงแต่ฟิลเตอร์ไม่ได้รวมทุกสีอยู่ใน CCD แต่ละอัน แต่ละ CCD จะมีฟิลเตอร์เพียงสีเดียว คือ อันหนึ่งสีแดง อันหนึ่งสีเขียว อีกอันหนึ่งสีน้ำเงิน

                ถ้ามองในแง่ของคุณภาพแล้ว กล้องที่ใช้ CCD สามตัว ย่อมดีกว่ามี CCD เพียงตัวเดียว เนื่องจากกล้องแบบ 3 CCD จะให้ภาพที่คมชัด สีสันของภาพสดใสกว่า แต่การที่กล้องใช้ CCD ถึงสามอันก็จะทำให้ราแพงขึ้น ซึ่งมีตั้งแต่ระดับราคาเป็นแสนบาทจนถึงหลายล้านบาททีเดียว