หินก้อนนี้..ถูกสลัก...ว่าเป็นเรื่องของสมาคมคน. .อุปภัมภ์..ค้ำจุนต้นไม้
ต้นไม้ที่ไปเห็นมา..ใน..กรุงเบอรลิน..ณ..มหาวิทยาลัย..ฮุมโบอลท..
คงเป็นต้นไม้มีอยู่ดั้งเดิม..อายุก็คงเป็นร้อย
ดูร่มรื่น....แม้จะมีแสงแดดน้อยวันต่อปี...และจะเขียวชอุ่ม..ก็มีเวลาน้อยเช่นกัน...การตัดทอน..ก็มีน้อย..เพราะเขาเห็นต้นไม้ว่ามีคุณค่า..มากกว่าเงินทองเป็นแน่..
อย่างที่เห็น..ก็คงเป็นโรค..
ดูมันมีจิตวิญญาณ..และความลึกลับของชีวิต..ที่ซ่อนอยู่...
ต้นไม้นี้..อยูหน้า..พิพิธภัณฑ์โลกของสัตว์ล้านๆปี..
ต้นไม้และเมือง...มีความเป็นอยู่ร่วมกันได้...คนต้องการต้นไม้..มากกว่า..รถยนต์...
(ท่านมีความคิดหรือ..เห็น..ด้วยไหม..เอ่ย..)..
พื้นที่เล็กๆระหว่างตึกที่ล้อมรอบด้าน..ยังมีต้นไม้น้อยใหญ่ให้เห็นเป็นสงนภายใน..ภาพนี้ถ่ายจากภายในตึก กรุงเบอรลิน
ไม้ชนิดนี้ขึ้นเอง..และคงตายเอง..ตามเวลา..มีดอกสวยดี..
นี่ก็สวยสีแปลกๆดี..เลยต้องลงรูปมาให้ดูกัน...ไม่ทราบว่าชื่ออะไร..






...ต้นไม้ บอกให้รู้ถึงจิตใจของผู้คนนะคะ...มองแล้วปลื้มใจค่ะ
ต้นไม้ ป่าไม้ คือ ส่วนหนึ่งในตัวเราครับ
หลายปีก่อนขับรถไปเขาใหญ่ เห็นเขาโค่นไม้ใหญ่ ใหญ่มาก ตลอดสองข้างทาง ใจหาย และโกรธ
ไม้ใหญ่เป็นบ้านของนกด้วยค่ะ ไม่มีนกท้องฟ้าก็หมดงาม
จริงด้วยค่ะ ดูโคนต้นไม้ใหญ่บางต้นแล้วรู้สึกถึงความมีจิตวิญญาณของเขา ดอกไม้สีม่วงนี้สวยค่ะ เป็นดอกหญ้าหรือเปล่าคะ
ชอบมากๆๆ ค่ะ .... ใช้พื้นที่ คุ้มต่ามากๆๆ ค่ะ
สวัสดีค่ะ..คุณ GD น่าจะไม่ใช่ดอกหญ้า..เห็นมีไม้ค้ำยันต้นอยู่..ใบก็สวยแปลกดี..หากมีเวลาจะลองค้นดูว่ามีชื่อว่าอะไร..เจ้าค่ะ...(ตอนนี้ได้แว่นมาใหม่..อ่านเห็นขึ้นอีกเยอะ...)..อิอิ
คนเป็นคนปลูกและจัดดอกไม้
ดอกไม้เป็นผู้ปลูกและจัดใจคน
เหมือนความรัก
คู่รักต่างเป็นผู้ปลูกและจัดใจกันและกัน...
ดอกนี้ก็สวยดีจ้ะ
มองธรรมชาติ เห็นธรรม นำใจสุขสงบนะคะ...
เมืองฝรั่งส่วนใหญ่ให้คุณค่ากับการรักษาต้นไม้ไว้อย่างดี เมืองมีพื้นที่สีเขียวมากมาย มีร้านขายดอกไม้ ต้นไม้เพื่อนำไปปลูกไปประดับในชีวิตประจำวัน ไม่ไช่ร้านขายดอกไม้ที่เอาไว้ไปเยี่ยมไข้ ไหว้พระ แบบเมืองไทย เป็นสิ่งที่นุชรู้สึกทุกทีที่ได้ไปพบเห็นเวลาไปเที่ยวประเทศที่พัฒนาแล้ว
บ้านเราไม่ค่อยได้ปลูกฝังเด็กๆให้รักและเห็นคุณค่าของธรรมชาติ เด็กที่มีโอกาสได้บ่มเพาะเรื่องแบบนี้มักเป็นเด็กโรงเรียนทางเลือก หรือเผอิญโชคดีที่มีคุณครูดีคิดถึงสิงเหล่านี้ ....เขาอยากให้สังคมเป็นอย่างไร เขาก็ออกแบบสร้างนิสัยให้ลูกหลานเขานะคะ บ้านเราเด็กอยู่ใน "โรง" ที่เอาไว้ "เรียนหนังสือ" อย่างไม่เชื่อมโยงกับสังคม สิ่งแวดล้อม น่าเป็นห่วงมากเลยค่ะ