มีเรื่องสนทนาระหว่างน้ำกับไฟ บนเขาแห่งหนึ่ง ทั้งสองนั่งโต๊ะจิบกาแฟ อ่านหนังสือพิมพ์กัน แล้วคุยเรื่องปัญหาชาติ บ้านเมืองและสิ่งแวดล้อมกัน ไฟคุยเรื่องของตนว่า เจ้านายของตนกำลังดวงขึ้นทำอะไรก็ดีไปหมด เลยขึ้นเงินเดือนให้ ทำให้ไฟมีอยู่มีกินขึ้นมา มีรายได้มากขึ้น จึงคิดวางแผนลงทุนอีกหลายอย่าง น้ำฟังอยู่ก็คิดน้อยใจและอิจฉาในใจ แต่ไม่กล้าพูด

                     ด้วยเหตุที่ไฟขยายธุรกิจมากขึ้น วันต่อมา ทำให้น้ำคิดหาทางทำธุรกิจเหมือนไฟทำบ้าง จึงลงทุนสร้างบ้านเช่าและขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แรกๆ ก็ทำท่าไปได้สวย แต่ระยะหลังธุรกิจฝืดเคือง ธุรกิจของน้ำเริ่มขาดทุน ส่วนเพื่อนไฟก็รวยเอาๆ ทำให้โชคชะตาน้ำตกอยู่ภาวะลำบาก

                     วันหนึ่งน้ำได้ดูข่าวสารคดีพิเศษเรื่อง สถานการณ์น้ำของโลก รายงานบอกว่า โลกกำลังจะขาดน้ำ แต่บ้านเมืองเกิดน้ำท่วม ผู้ทำสารคดีเขาทำรายงานเรื่องน้ำ เปรียบเหมือนชีวิตของมนุษย์ที่มีความรู้สึกนึกคิด แล้วสื่อออกมาเป็นความรู้สึกของน้ำ ที่เจอกับปัญหาของมนุษย์ที่กระทำต่อน้ำต่างๆ นานา

                     น้ำได้ดูและรู้สึกว่า เหมือนชีวิตของตนเอง จึงตั้งใจดูจนจบรายการ และรู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของน้ำที่ระบายออกมา จึงนึกสงสารแล้วเก็บความรู้สึกนี้ไว้

                      วันต่อมาน้ำได้พบกับเพื่อนไฟ และได้ถามความเป็นไปของกัน ไฟเอ่ยว่า เรากำลังรุ่งเรือง  ส่วนน้ำตอบว่า เรากำลังแย่  แต่เรามีเรื่องเล่าให้ฟังนะ ไฟถามว่า เรื่องอะไร  น้ำบอกว่า เรื่องน้ำ อย่างไงหรือ น้ำก็เลยเล่าให้ฟังว่า..

                     น้ำมีความรู้สึกเหมือนมนุษย์หลายอย่าง จากพฤติกรรมของมนุษย์ที่สร้างผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศโลก ทำให้น้ำได้รับผลกระทบหลายอย่างดังนี้..

                    แต่ก่อนน้ำอาศัยอยู่ในทะเลกว้างใหญ่ไพศาล ต่อมาโลกป่วยเพราะติดเชื้อ เพราะดวงอาทิตย์ร้อนขึ้น ทำให้น้ำในทะเลเดือด จนกลายเป็นไอ ส่วนที่เหลือจึงถูกขับไล่ให้อพยพไปอยู่ที่อื่น แต่น้ำก็ไม่อยากไป จึงพากันร้องให้น้ำตาไหล จึงจำต้องไป เพราะทนแรงบีบคั้นไม่ได้ น่าสงสารมาก

                    ต่อมาน้ำที่หนีมา กลับถูกบังคับให้กลับไปตามทางเดิม ทำให้น้ำต้องไหลรวมกัน เพื่อสร้างพลังในการอพยพ ในช่วงเดินทางเจออุปสรรคมากมาย จากบ้านมนุษย์ที่ขัดขวางเส้นทาง ทั้งไร่นา สวน บ้าน กำแพงต่างๆ น้ำจึงพากันลัดเลาะแซะทางไปเอง ด้วยความลำบาก ไปที่ไหนก็มีแต่คนรังเกียจ ถูกด่า ถูกว่า ไม่ต้อนรับ

                   การเดินทางของน้ำไม่มีผู้นำ มีแต่แรงสัญชาตญาณของตนเอง ที่พ่อแม่สอนไว้ว่า โลกมีพลังหนุนให้เจ้าไปเอง น้ำจึงอาศัยความรู้ที่ถูกสอนมา นำพาเพื่อนไปตามยถากรรม  มวลน้ำรู้สึกน้อยใจที่ไม่มีใครต้องการ หาว่าไปทำลายไร่ นา สวน บ้านเรือนเขา จึงได้แต่มุ่งหน้าเดินหน้าอย่างเดียว

                    ในขณะเดินทาง น้ำอีกส่วนก็ถูกกักไว้ เพื่อนำไปเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ รับใช้มนุษย์สารพัด ทำให้น้ำถูกแยก ถูกย้าย แบ่งเป็นกลุ่มๆอีก กลุ่มที่ปล่อยไปตามธรรมชาติก็ถูกขับไล่ ด่าทอ ส่วนที่ถูกกักเก็บก็ดีหน่อยเอาอกเอาใจ นำไปขาย ไปใช้อย่างทารุณ โหดร้าย ย่ำยี จนน้ำต้องหลบหนีรอดท่อระบาย หลบมาอยู่รวมกันกับเพื่อนพี่น้องอย่างน่าเวทนา

                     กลุ่มก็ถูกหลอกไปขาย ก็เอาอกเอาใจ แต่ก็ไม่วายพาให้ระทมจมทรวง เพราะพาไปตามท่อแคบๆ บังคับให้ไปตามทุกซอกมุมเมือง ทั้งลงดิน ขึ้นตึกระฟ้า และนำไปให้พืช สัตว์กัดยำอีก บางทีก็นำไปต้มผสมเนื้อ นำไปเจือสารอะไม่รู้เหม็นๆ คาวๆ ทำกับน้ำราวกับว่า เป็นทาส เป็นเหยื่อของเขา

                     ส่วนที่น้ำภูมิใจอย่างมากคือ มนุษย์นำไปเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขา คือ ดื่มกิน ใช้อาบ รู้สึกว่า มีค่า มีราคาตรงนี้ แม้ว่า พวกเขาจะใช้เราอย่างประหยัด ก็ตาม เราก็อยากให้พวกเขาสำนึกในจุดนี้ว่า เรามีค่ามากกว่าที่เขาทำกับเรา ฉะนั้น น้ำก็กลายเป็นส่วนหนึ่งในสายเลือดของมนุษย์ แต่ทำไมพวกเขาไม่นึกถึงเราเลยว่า เราคือ ส่วนหนึ่งของกายเขา

                     ที่น้ำรู้สึกเจ็บปวดอยู่ประจำคือ พวกมนุษย์นำพวกเราไปใช้และทิ้งเราให้สกปรกมอมแมม ไม่ว่าเทขยะใส่ อึใส่ ฉี่ใส่ สารพัดวิธี  ทำให้เราหายใจไม่ค่อยคล่อง มองไม่ค่อยเห็น เหมือนเรากำลังถูกโรคไขมันเจือปนจนเราเดินทางไปไหนไม่ค่อยสะดวก เพราะมีความหนืดมาก

                    อย่างไรก็ตาม เราก็ยังยอมรับไมตรีจากพวกเขา ในเพลาที่นำกระทงมาลอยขอขมาเรา กระนั้น เราก็ไม่แน่ใจเจตจำนงของพวกเขาดีว่า ขอขมา หรือว่า ฆ่าเรา เพราะมีแต่คนนำเอาขยะกระทงลงมาลอยใส่เรา จนเต็มไปหมด น่าเศร้า! แต่เราก็ยังมีจิตเมตตา แด่บรรดาฝูงปลา และแมลงต่างๆ ที่อาศัยหลบซ่อน นอนเนากับเราจนกระทั่งตาย

                   เมื่อไฟได้ฟังเรื่องเล่าของน้ำก็ให้รู้สึกเศร้าใจ ที่โลกมนุษย์ปฏิบัติต่อน้ำเช่นนี้ ว่าแล้ว ไฟก็คิดพิเรน อยากแก้เผ็ดมนุษย์บ้าง เลยเสนอกับเพื่อนน้ำว่า เราอยากให้น้ำแสดงอิทธิฤทธิ์กับมนุษย์ให้รู้สึกบ้าง เพื่อเตือนให้พวกเขารู้สึกเข็ดหลาบ หวาดกลัวเกรงใจเราบ้าง น้ำได้ยินก็ยิ้มนิดๆ แล้วเอ่ยขึ้นว่า เขาจะไม่หาว่าเรารังแกพวกเขาหรือ ไฟตัดว่า เขายังทำกะเราเลย

                    น้ำเห็นด้วย เลยตกลงว่า ต่อไปนี้ เราจะทำให้มนุษย์รู้ผลจากการกระทำต่อน้ำมั่ง ไฟถามว่า เจ้าจะทำอะไรละ น้ำไม่ยอมตอบว่าจะทำอะไร  ไฟถามย้ำอีก แต่น้ำเหมือนจะเก็บวิธีแก้เผ็ดมนุษย์ด้วยวิธีของตนเอง

                   จากนิทานน้ำ ไฟ เป็นเรื่องที่น่าคิด ที่พวกเรากระทำต่อโลกและธรรมชาติ อย่างไม่รู้จักเคารพ ยำเกรง ไม่รู้จักคุณค่า และโทษของธรรมชาติที่แท้จริง  แต่เราก็ยังอาศัย ใช้สอย อย่างไม่รู้จักระมัด ระวังอยู่ดี เห็นทีเราคงต้องยอมรับผลของน้ำ ที่จะแสดงอิทธิฤทธิ์บ้าง

                 นี่คือ ผลของน้ำตาของน้ำ หรือว่า น้ำตาของพวกเราเองละนี่  น่ากลัวจัง!