การสอนการพูดภาษาอังกฤษต้องให้ผู้เรียนได้ฝึกจริง พยายามกระตุ้นให้พูด ไม่ต้องอาย ค่อยๆช่วยกันแก้ไขภาษา เพื่อให้สามารถสื่อสารได้ในชีวิตจริง

ผู้เขียนขอเขียนต่อจากบันทึกนี้นะครับ  หลังจากท่านอธิการคือ ท่านพระพรหมบัณฑิต,ศ.ดร. อธิการบดี,ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ปกาฐาพิเศษเรียนร้อย ทางผู้บริหารทั้งหมดก็ถ่ายรูปร่วมกัน ผู้เขียนรู้สึกตื่นเต้นที่ได้พบ ศ. พิเศษ จำนง ทองประเสริฐท่านเป็นราชบัณฑิต สาขาตรรกศาสตร์  ดูท่านยังแข็งแรงมาก ยิ้มทักทายกับทุกๆท่าน 

ผู้ชายที่นั่งตรงกลางใส่เสื้อสีครีมคือ

ศ. พิเศษ จำนง ทองประเสริฐ ภาพขวามือสุดท่านพระอาจารย์มหาหรรษา บล็อกเกอร์ gotoknow 

หลังจากที่ผู้บริหารถ่ายรูปร่วมกันเสร็จก็ผู้เขียนก็แยกไปจัดกิจกรรมให้ เจ้าหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน ส่วนใหญ่ผู้เขียนใช้วิธีการเป็นวิทยากรกระบวนการ(Facilitator) ให้ผู้เข้าร่วมกิจจรรมได้ฝึกพูดมากกว่า

สถานที่ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วังน้อย ในแต่ละพื้นที่จะมีภาษาอังกฤษและภาษาที่เน้นอาเซียน เพราะท่านพระอาจารย์พระมหาหรรษาและท่านอธิการบดีเน้น จัดการศึกษาและพุทธศาสนาในประเทศอาเซียน ดังนั้นเมื่อไปที่ทางขึ้นของห้องประชุมใหญ่ก็จะเห็นภาษาของอาเซียนด้วย  

กิจกรรมที่ผู้เขียนให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทำคือ การแนะนำตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ บอกว่ามาจากหน่วยงานไหนเช่น กองนิติการ ห้องสมุด หรือกองวิชาการ เป็นต้น

ภาพข้างหลังเป็นกระจกสะท้อนทำให้เห็นภาพห้องเรียนได้หลายมุม ดีจริงๆ

ผู้เขียนพยายามกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมพูดภาษาอังกฤษที่เห็นอยู่ในชีวิตประจำวันโดยให้นับเลข พอถึงเลข 3  6 9 หรือเลขใดก็ได้ที่กลุ่มต้องการให้บอกสิ่งของหรือสิ่งที่เห็นในมหาวิทยาลัยได้ผล แต่ละท่านเริ่มพูดบ้างแล้ว บรรยากาศในการเรียนมีผลมากถ้าเรียนแบบช่วยเหลือกัน ไม่เครียด หัวเราะกันบ้างตอนพูดผิดแล้วช่วยกันแก้ไข ...

สิ่งสำคัญคือต้องกล้าพูด ไม่ต้องอาย ผู้เขียนชอบใจพระอาจารย์ที่กล้าพูดภาษาอังกฤษมากภาษาอังกฤษค่อนข้างดีถ้าได้ใช้พูดทุกๆวัน คงพัฒนาไปมากเพราะที่มหาวิทยาลัยมีพระพม่า พระที่มาจากประเทศสิงคโปร์ เวียดนาม จีน เป็นต้น พระที่มาส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารได้ดีมาก

นอกจากนี้เรายังฝึกการทักทายเป็นภาษาอาเซียนผ่านเกมที่เล่นกันในกลุ่ม หลายๆท่านหัวเราะตลอดเวลา เนื่องจากหลายท่านจำคำทักทายประเทศในอาเซียน 10 ประเทศไม่ได้ เลยทักทายผิด

กิจกรรมที่รวมได้ฝึกพูดมากที่สุดคือกิจกรรมการใช้ Find someone who โดยให้ไปสัมภาษณ์เพื่อนร่วมห้องว่าใครสามารถทำอะไรได้บ้างเช่น 

A: Can you ........?

B:Yes, I can./ No. I can't.

ผู้เขียนสาธิตโดยถามพระจารย์ ว่า 

ผู้เขียน : Can you cook?  (พระอาจารย์ ไม่ตอบ  ผู้เขียนเลยพยายามช่วย ถามต่อว่า yes or no )

 พระอาจารย์ตอบว่า :Yes, or No. (5555 จริงพระอาจารย์จะตอบว่า)  Yes, I can.

ในภาพเป็นการทบทวนคำถามก่อนสัมภาษณ์ เมื่อได้ข้อมูลมาทั้งหมด ก็จะให้อธิบายว่าทำอะไรได้บ้างเป็นภาษาอังกฤษเช่น ทำผัดผักบุ้งเป็นภาษาอังกฤษ เป็นต้น

ลองเข้าไปดูใน Video นะครับ ว่าภาษาอังกฤษของกลุ่มนี้เป็นอย่างไรบ้าง  

 


ตอนนี้รอหลายท่านส่งการบ้านใน ClassStart.org เพื่อให้ข้อมูลย้อนกลับกับผู้เขียนว่า เรียนแล้วได้ความรู้อะไร ตรงไหนเข้าใจ ตรงไหนไม่เข้าใจ อยากให้จัดการเรียนการสอนแบบไหน ตรงไหนอยากรู้เพิ่มเป็นต้น ถือว่าเป็นข้อมูลย้อนกลับ(Feedback) จากผู้เข้าร่วมกิจกรรม  ขอบคุณทุกๆท่านมากครับที่เข้ามาอ่าน กิจกรรมวันนี้เป็นกิจกรรมของชั่วโมงแรกครับ .ในวันที่ 3 สิงหาคม 2557 จะมาเรียนกันใหม่.... ลองไปดูแล้วช่วยแสดงความคิดเห็นหน่อยว่า พระท่านพูดภาษาอังกฤษเป็นอย่างไรบ้างครับ...ขอบคุณมากๆครับ

ตัวอย่าง ข้อมูลสะท้อนกลับจากผู้เรียนครับ

1.วันนี้ ข้าพเจ้าได้เรียนเรื่อง …....

คำตอบได้เรียนรู้เรื่องการเข้าร่วมกลุ่มกิจกรรม โดยการมีกิจกรรมเรียนรู้

- ต่อคำศัพท์ภาษาอังกฤษ

- กล่าวคำทักทายภาษาอาเซียน กลุ่มประเทศอาเซียน

- ฝึกถาม-ตอบ Find someone who

2. สิ่งที่มีประโยชน์ที่สุดที่ข้าพเจ้าได้จากบทเรียนคือ ….. .....โดยจะเอาไปใช้…......

คำ ตอบ สิ่งที่มีประโยชน์ที่สุดที่ข้าพเจ้าได้จากบทเรียนคือ ได้เรียนรู้เทคนิคการพูดภาษามากขึ้น กล้าแสดงออก กล้าพูด และได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้เข้าร่วมเรียนด้วยกัน โดยจะเอาไปใช้ในเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษในการทำงานให้มากขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์ต่อตัวเองและองค์กร

3.ข้าพเจ้าสนใจเรื่อง…....

คำ ตอบ ข้าพเจ้าสนใจเรื่อง เทคนิคการพูดที่สามารถสื่อความหมาย โต้ตอบได้โดยเฉพาะในเรื่องจำเป็นของแต่ละเรื่องที่จะต้องใช้ในการเตรียมความ พร้อมภาษาอาเซียน

4.ส่วนของบทเรียนที่ข้าพเจ้าชอบมากที่สุดคือ…......... เพราะ……........

คำ ตอบ ส่วนของบทเรียนที่ข้าพเจ้าชอบมากที่สุดคือ ในครั้งนี้ที่ชอบคือ การต่อคำศัพท์หรือกล่าวทำทักทายภาษาอาเซียน เป็นการฝึกเรื่องของการมีสติ เพราะ การมีสติ สมาธินั้น เป็นสิ่งแรกที่จะนำพาตัวเราให้ได้เรียนรู้ และจดจำเรื่องราวต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

5. สิ่งที่ข้าพเจ้าไม่เข้าใจ คือ………

คำ ตอบ สิ่งที่ข้าพเจ้าไม่เข้าใจคือ...คำทักทายภาษาอาเซียนแต่ละประเทศ เนื่องจากยังไม่ได้มีการศึกษาก่อนเข้าห้องเรียน หรือไม่ได้เตรียมพร้อมมากเท่าที่ควร

6.ความรู้สึกของข้าพเจ้าหลังจบบทเรียนนี้คือ………

คำ ตอบ ความรู้สึกของข้าพเจ้าหลังจบบทเรียนนี้คือ ได้รับรู้ถึงข้อแตกต่างในการเรียนในชั้นเรียนที่ดีขึ้น พัฒนาดี ไม่จำเจ และไม่ทำให้ผู้เข้าเรียนเบื่อ ให้กล้าแสดงออกที่พูด หรือสื่อภาษา โต้ตอบได้โดยที่ไม่รู้สึกเกร็ง หรือกลัวต่อการพูดภาษาอังกฤษ ซึ่งส่วนใหญ่จะกลัวที่จะพูด ซึ่งอาจจะเป็นเพราะต้องกังวลเรื่องไวยากรณ์มากเกินไป จนทำให้ไม่กล้าที่จะพูดหรือกลัวว่าพูดไปแล้วผิด สื่อความหมายไม่ได้ เลยทำให้ส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะพูด และอีกอย่างคือ ไม่รู้คำศัพท์มากนัก หลังจากที่เข้าเรียนแล้ว ทำให้จะต้องศึกษาค้นคว้า คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องการใช้ในชีวิตประจำวัน หรือการทำงานให้มากขึ้น


อีกท่าน เขียนใน Classstart.org ว่า

วันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๗ ข้าพเจ้าได้เรียนเรื่อง …....

๑.๑ การเรียกคำศัพท์ขึ้นต้นด้วยตัวอักษรอังกฤษที่อาจารย์กำหนดให้

๑.๒ การฝึกสติและทบทวนคำศัพท์ต่าง ๆ

๑.๓ การแนะนำตัวเองให้เพื่อนที่เรียนได้รู้จักด้วยภาษาอังกฤษ

๑.๔ การฝึกหัดหาคำพ้องจองทั้งอังกฤษและไทย

๑.๕ การฝึกหัดออกเสียงภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง

๑.๖ การได้เรียนรู้คำทักทายของแต่ละประเทศในอาเซียน ฯลฯ

2. สิ่งที่มีประโยชน์ที่สุดที่ข้าพเจ้าได้จากบทเรียนคือ ….. .....

ได้ฝึกความกล้าในการพูด (แม้จะผิด) ได้เรียนรู้คำศัพท์หลายคำที่ยังไม่เคยรู้

ได้รับความสนุกสนานในการเรียนรู้ภาษาและอาจารย์สามารถถ่ายทอดความรู้ทำให้ผู้เข้าเรียนเข้าใจได้ง่าย และมีความเป็นกันเอง (เรียนปนเล่น)

โดยจะเอาไปใช้…......

ในการพูดคุยสนทนาให้บริการแก่นิสิต่างประเทศที่มาติดต่อที่สำนักทะเบียนและวัดผล

3.ข้าพเจ้าสนใจเรื่อง…....

คำศัพท์พ้องจอง

4.ส่วนของบทเรียนที่ข้าพเจ้าชอบมากที่สุดคือ….........

การถามเพื่อน ๆ ในชั้นเรียนด้วยเอกสารที่อาจารย์เตรียมไว้ให้

เพราะ……........

ได้ฝึกในการใช้ภาษาด้วยประโยคที่ง่าย ๆ ทำให้รู้สึกว่าภาษาอังกฤษไม่น่ากลัวเหมือนที่คิดไว้

5. สิ่งที่ข้าพเจ้าไม่เข้าใจ คือ……

ยังจำคำทักทายของแต่ละประเทศไม่ชัดเจน

6.ความรู้สึกของข้าพเจ้าหลังจบบทเรียนนี้คือ………

ได้จุดประกายในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและคิดว่าต้องเอาจริง (ต้องสามารถพูดคุยสนทนากับชาวต่างชาติให้ได้)