นั่งเหม่อออกนอกหน้าต่างพลางจิบกาแฟร้อนผ่านริมฝีปากและปลายลิ้นอย่างบรรจง มองชีวิตสัตว์หลายชนิดที่ร่วมใช้พื้นที่และเวลาในซอยเล็กๆแห่งนี้ผ่านไปอย่างเคยชิน ไม่ว่าจะเป็นกระรอกหางขาว นกเอี้ยง นกเขา นกกระจิบ แมว หมาเพ่นพ่าน งูใหญ่งูเล็ก แมลง มด หนอนน้อย ยุงลายไม่ลาย แมลงวัน กิ้งกือ ไส้เดือน จนถึงหนูและแมลงสาบ

สัตว์พวกนี้ว่าไปอายุขัยนับตามจำนวนปีสั้นกว่าคนหลายเท่าจนถึงพันเท่าเช่นยุงและแมลงวัน แต่ถ้ามองในมุมของวัยตามวงจรชีวิตจะเห็นว่าทุกชีวิตมีช่วงวัยให้เดินผ่านอย่างเท่าเทียมไม่มีอะไรขาดหรือเกินไปกว่ากันตั้งแต่เกิดขึ้น เรียนรู้ เติบโต สืบพันธุ์ เลี้ยงดู แก่ตัวและตายจาก สิ่งที่แตกต่างคงเป็นเพียงความสั้นยาวของชีวิตที่นับตามเวลาของวันที่หมุนไป

หากเกิดเป็นยุงอาจไม่รู้สึกอะไรกับความตายที่จะมาถึงในอีกไม่เกินเดือนข้างหน้า คงได้แต่สนุกสนานไปกับการเป็นลูกน้ำดิ้นไปมากับหมู่เพื่อนฝูงในโลกแอ่งน้ำขังใบเล็กๆนั่น จนเติบโตเป็นยุงสาวเต็มวัยก็คงวุ่นสาละวนกับการบินหาที่ปักเข็มดูดเลือดให้เต็มพุงก่อนจะถอนจากไปหาที่วางไข่ตามประสา วนเวียนอยู่ซักสองสามรอบจนหมดแรงจากนั้นไม่นานก็คงกลายเป็นยุงแก่ๆที่นึกภูมิใจกับผลงานชิ้นเอกผลิตลูกหลานออกมาเต็มเมืองและลาจากโลกนี้ไปราวคืนเดือนแรม หากไม่โชคร้ายบินไปชนมือช้อตไฟฟ้า หรือบินไปอยู่ตรงกลางระหว่างมืออสูร หรือกระโดดหลบไม่พ้นน้ำมือเพชฌฆาตที่ฟาดลงบนเนินผิวหยาบอย่างไม่ปราณี ขณะเพลิดเพลินกับอาหารมื้อโปรด หรือเกิดเป็นแมลงอื่นเช่นแมลงหวี่ แมลงวันก็คงไม่ต่างจากชีวิตของเพื่อนยุงเท่าไรนัก

หากเกิดเป็นกระรอกหางขาวก็คงวิ่งไล่กันไปมาบนสายไฟกระโจนเข้าพุ่มมะเฟืองไปต้นชมพู่กลับมาต้นมะม่วง วิ่งเก็บแทะเม็ดมะเฟืองเม็ดมะม่วงอ่อนกัดเล็มเนื้อชมพู่ห่ามและเนื้อมะม่วงสุกหวาน กระรอกก็รู้จักเลือกกินแยกแยะรสชาติเปรี้ยวฝาดและหวานมัน ตัวไหนสู้ไม่ได้ก็วิ่งหนีไปแล้วค่อยๆย่องกลับมาใหม่อย่างเงียบเชียบ หลายครั้งก็ส่งเสียงร้องเรียกพรรคพวกเป็นสัตว์สังคมไม่แตกต่างจากชีวิตผู้คน ใช้ชีวิตกลางวันส่วนใหญ่วนเวียนอยู่ตามต้นผลไม้หน้าบ้านนานๆจึงลงมาวิ่งบนดินซักทีอย่างกล้าๆกลัวๆว่าหมาจะไล่กัด ตกเย็นใกล้ค่ำแสงหมดก็แยกย้ายกลับบ้านนอน เช้าขึ้นท้องร้องแสงสว่างจับเจ็ดแปดโมงก่อนเคารพธงชาติก็ทยอยไต่สายไฟมาที่ต้นไม้ต้นเดิม คงไม่ได้นั่งนับวันนับคืนแบบเดียวกับเราและกระรอกแถวนี้คงไม่เคยต้องระแวงว่าใครจะดักส่องด้วยหนังสติ๊ก แค่คอยระวังหมาแมวเวลาลงมาข้างล่างก็พอแล้ว ประสบการณ์เลวร้ายในชีวิตตั้งแต่เล็กจนเข้าปลายวัยถ้าจะมีก็คงตอนอพยพย้ายบ้านจากป่าใหญ่ด้านหลังที่ถูกไถถางสร้างตึกโรงเรียนหลังใหม่เข้ามาอยู่ใต้หลังคาคอนโดฯบ้านพักครู

หากเกิดเป็นนกเอี้ยงในเมืองคงไม่ต้องทำหน้าที่ไปเฝ้าควายเฒ่า แค่บินโฉบฝูงสี่ห้าตัวลงใต้ต้นมะเฟืองหรือมะม่วงก็อาจอิ่มจนบินกลับรังไม่ค่อยไหวทั้งหนอนและแมลงเคลื่อนไหวกันครึกครื้นตามดินแฉะพงหญ้าและกองใบไม้เน่า เดินย่างไปมาผ่านสายตาจ้องมองอย่างไม่ยินดีหรือมีเกรงกลัว นกเอี้ยงแถวนี้มันไม่เคยทุกข์ร้อนกับเรื่องอาหารการกิน นกเอี้ยงหัวล้านมักร่วมในฝูงเห็นตั้งแต่ยังพึ่งหัดบินเมื่อสองสามปีก่อนไม่นึกว่าจะเอาตัวรอดจนเป็นหนุ่มหรือสาวในตอนนี้ เขาว่ากันนกเอี้ยงตัวเล็กๆแบบนี้มีช่วงอายุยืนยาวเป็นสิบๆปีและเดาว่าบรรดานกทั้งหลายคงไม่นึกอิจฉาความยืนยาวของชีวิตคนเดินถนนมากไปกว่าความอิจฉาของคนทั้งหลายที่อยากมีปีกบินได้เหมือนกับนก

หากเกิดเป็นลูกหมาในซอยนี้เมื่อหลายปีก่อนที่แม่จรจัดมาอาศัยคลอด ออกมาเป็นพรวนไม่ต่ำกว่าเจ็ดแปดตัว เป็นลูกหมาไม่มีเจ้าของแอบหลบซ่อนอยู่ตามข้างบ้านในช่วงหน้าหนาว ส่งเสียงร้องระงมเวลาหิวนมแม่และเสียงกัดใส่กันเวลานมไม่พอ คนรักหมาจะคอยส่งข้าวส่งน้ำว่ากันไป โตขึ้นหน่อยได้เวลาคันปากกำลังซนฟันกำลังขึ้นเที่ยวเสาะไปทั่วพากันกัดคาบรองเท้าหน้าบ้านหายกันเป็นข้างๆ โดนไล่ตีไล่ฟาดร้องเอ๋งๆไปบ้างตามเรื่องตามราว กำหนดอาณาเขตของฝูงโดยการขี้เยี่ยวห่างจากรังนอนไม่ไกลเกินวิ่ง ตรงตำแหน่งหน้าบ้านกะพอเดินเหยียบไม่ทันระวังหรือส่งกลิ่นโชยผสมลมหนาวชื่นใจนัก บางตัวตามแม่ไปหากินไกลข้ามถนนมือใหม่กลายเป็นลูกหมาเฝ้าถนนแทน ใหญ่เข้าเต็มวัยก็ต่างแยกย้ายตามมีตามเกิดหมาไม่มีเจ้าของวิ่งไปซอยโน้นทีซอยนี้ที ตัวผู้ถ้าไม่ถูกเอาไปเลี้ยงก็หนีหายหน้า ตัวเมียมีน้อยคนอยากเก็บไปเลี้ยงวิ่งไปมาเห็นเป็นประจำ รวมฝูงอีกทีก็ช่วงติดสัดวิ่งกันวุ่นกัดกันนัวเนียดังลั่นซอยไม่เว้นกลางวันหรือกลางคืน ใครทนเสียงไม่ไหวเอาไม้ขว้างไล่ก็บ่อยไป แสดงบทพิศวาสโจ๋งครึ่มกันกลางซอยเป็นเรื่องปกติใครขับเข้าซอยถ้าไม่บีบแตรก็ต้องเป็นพยานนานหลายนาที

ถึงหน้าหนาวอีกปีเจ้าแม่ตัวเดิมก็มาแอบปล่อยอีกหนึ่งครอกไม่ยอมย้ายไปที่อื่นบ้างรักจังซอยนี้ประทับใจวนเวียนไม่รู้ลืม ใครรักลูกหมาก็ยินดีปรีดาตั้งชื่อให้ครบตัวใครไม่ชอบกลิ่นขี้หมากับรองเท้าคนละข้างก็ทนๆกันไปทั้งหมาและคน คงเป็นเวรกรรมร่วมสร้างกันมาแต่ชาติปางไหน จนแม่หมาจากไปทิ้งมรดกเป็นลูกสาวตัวเดียวเหลือเฝ้าซอยสาวสะพรั่งเต็มกำลัง เคยโดนรถชนตอนเด็กนึกว่าไม่รอดแต่ก็โตมาได้กับขาเป๋หนึ่งข้าง อยู่ไปอยู่มาไม่รู้โดนอะไรขาลากทั้งสองข้างนอนหมดแรงขยับไม่ได้ให้มดแดงกัดอยู่ริมถนนเอาน้ำไปหยอดปากยังมีแรงขู่แฮ่ๆ สุดท้ายน้าคนรักหมาลากไปเอายาพาราหยอดปากเป็นอาทิตย์ฟื้นตัวแข็งแรง หลังจากนั้นหยูกยาป้องกันคุมกำเนิดไม่เคยรู้จักเดินตามรอยแม่แทบทุกย่างพาลูกมาออกอีกครอกสองครอกกว่าจะสิ้นเวรกันไปก่อนถึงอายุขัย ในความรับรู้คงไม่น่าเป็นสุขนักกับชีวิตอิสระเป็นหมาไม่มีรางไม่มีเจ้าของขาดแคลนอาหารการกินขาดที่คุ้มหัวนอน หากมีน้อยใจก็คงเป็นเรื่องนี้มากกว่าเรื่องอื่นๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

หากเกิดเป็นงูใหญ่ตัวยาวเป็นเมตรอาศัยมานานเป็นสิบปีในป่าหลังบ้านจนป่าหายกลายเป็นผืนดินโล่งรอวันขึ้นตึกต้องอพยพหาที่อยู่ที่หากินใหม่เลื้อยเข้าข้างบ้านออกข้ามถนนแสวงหาทิศทางปรากฏตัวให้คนอยู่อาศัยได้ตกใจกันทั้งหมู่บ้าน ชีวิตที่สงบสุขมานานต้องดิ้นรนเหนื่อยล้าและเสี่ยงภัยลำบากตอนบั้นปลายไม่นานหายสาบสูญไร้ร่องรอยให้พิสูจน์อายุขัย ไม่แน่อาจดีใจกับการผ่านพ้นมากกว่าการอยู่อย่างรันทดแค้นใจถูกไล่ที่ทำกิน หรือหากเกิดเป็นงูเล็กรุ่นกระทงออกหาคู่ตอนหน้าหนาวเล่นเพลินพลัดหลงจากป่ากว้างโผล่กลางบ้านผู้คนเด็กเล็กอยู่พร้อมหน้า ชีวิตที่กำลังจะสุขสรรค์ก็พาลล้มคว่ำไปเกิดใหม่อย่างไม่ตั้งใจทั้งผู้ถูกกระทำและผู้กระทำ โชควาสนาถึงคราวเคราะห์หามยามซวยคงไม่ทันได้นึกว่าชีวิตทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

ทุกชีวิตที่ครุ่นคิดหลังละเลียดความขมของกาแฟดำจนขอดก้นถ้วย ให้หวนนึกย้อนถึงเวลาของชีวิตในมุมหนึ่งว่าของใครก็ของคนนั้นหาใช่เวลาเดินตามเข็มนาฬิกาที่เที่ยงตรงหรือเวลานับวันตามการหมุนวนรอบหรือเวลาที่ถูกเปรียบเทียบจัดระยะด้วยความคิดของมนุษย์คนไหน และหาใช่เวลาตามลมหายใจเข้าออกหรือชั่วอึดใจของใครคนหนึ่ง ชั่วอึดใจนั้นสำหรับคนก็คงต้องวัดด้วยมาตรวัดแบบคน สำหรับงูใหญ่นกเอี้ยงหมาหรือกระรอกก็คงต้องวัดด้วยมาตรอึดใจของแต่ละชีวิต สำหรับยุงชั่วอึดใจถ้าใช้มาตรวัดของคนเข้าจับคงนานเท่ากับการกินข้าวปั๊มลูกวางไข่กันเสร็จเรียบร้อย เป็นเวลาที่ถูกกำหนดโดยธรรมชาติในรูปแบบการนับด้วยวัยหนึ่งสองสามสี่ว่าไปจนครบรอบอย่างเที่ยงตรงยิ่งกว่านาฬิกาเรือนใด ทุกชีวิตใช้วัยไปตามอายุขัยที่ให้มาอย่างเป็นธรรมชาติในโลกในกรอบของตนไม่ได้รู้สึกว่าเดินเร็วเดินช้าไปกว่ากัน ยกเว้นแต่การคิดการวัดเชิงเปรียบเทียบโดยสมองของคนแล้วคิดฝันจะเดินทางด้วยความเร็วแข่งกับแสงเพื่อยืดความหนุ่มสาวให้เป็นนิรันดร์ ไม่สอดคล้องต้องกันกับวิถีทางความเร็วช้าที่ธรรมชาติได้ส่งมอบเป็นการเฉพาะของแต่ละชีวิต

เข้าใจว่าเรื่องวัยที่เท่าเทียมและความเร็วช้าของแต่ละชีวิตหากคิดวัดเชิงเปรียบเทียบเป็นความรู้ที่ผู้รู้แจ้งทางศาสนารวมถึงบรรดาครูอาจารย์ทางโหราศาสตร์เข้าใจและใช้งานกันแต่ครั้งเนิ่นนาน แม้แต่ในบรรดาผู้คนที่เห็นหน้ามองตากันทุกวันท่านก็กล่าวอย่างชัดเจนไว้ว่าในกรอบวัยของโลกมนุษย์ที่มากสุดไม่เกินร้อยห้าสิบปีนั้น ยังมีความแตกต่างของความเร็วช้า ชีวิตของใครก็ของคนนั้นอายุขัยของใครก็ของคนนั้น เรียนรู้จังหวะและวัยของตัวเอง พยายามใช้ชีวิตให้สอดประสานไปตามบทเพลงแห่งธรรมชาติทั้งภายในและภายนอก พยายามหลีกเลี่ยงหรือปรับตัวเมื่อต้องเจอกับคนเดินเร็วหรือช้ากว่ามาก หรือต้องเจอกับคนอายุเท่ากันแต่ห่างวัย หรือต้องอยู่ภายใต้สภาวะแวดล้อมที่หมุนเร็วหรือถ่วงช้ากว่าเป็นต้น

จันทบุรี 13 มิถุนายน 2557