ขอบพระคุณกรณีศึกษาน้อง ก. วัย 3 ปีที่เป็นหลานของสัตว์แพทย์ประจำบ้านดร.ป๊อป ที่เคยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงกระบวนการฝึกน้องให้พูดดีขึ้นด้วยการฝึกกระโดดแทมโบลีน 30 ครั้งต่อวัน แต่น้องทำเกิน 50 ครั้งต่อวัน เม่ื่อหลายเดือนก่อน แต่วันนี้น้องพูดเรียกพ่อแม่ได้น่ารัก แต่มีภาวะสมาธิสั้นที่น่าสนใจครับ

เริ่มจาก...น้องลงจากรถด้วยรอยยิ้ม สบตาผมแวบหนึ่ง ก็เรียกคุณพ่อให้จูงมือขณะที่คุณแม่อุ้มน้องคนเล็กอยู่ แต่น้องเดินเขย่งปลายเท้าแทบทุกก้าว ผมเลยขอทำความคุ้นเคยกับน้องราว 10 นาทีก็ไม่เป็นผล เพราะน้องจะไม่ให้ผมสัมผัสตัวเค้า น้องออกเสียงและเล่นเสียงพึมพำด้วยตัวเอง น้องชอบล้างมือและนำสบู่มาแตะหน้า น้องไม่นั่งเก้าอี้ให้ลงน้ำหนักเท้าแต่จะนั่งนอนกับพื้น และเขย่งเท้ามากขึ้นพร้อมๆกับการกรีดร้องดัง เมื่อลองให้ปากกาและกระดาษ น้องก็ชอบระบายสีและเขียนเส้นไปมามากมาย แถมให้คุณพ่อจับมือเขียนพยัญชนะไทยด้วย คุณพ่อบอกว่า น้องชอบฉีกกระดาษแผ่นพับต่างๆ ชอบเล่นเกมไอแพด คุณแม่ก็เสริมว่า น้องเค้าชอบดูดนมจากขวด กัดเคี้ยวหลอด และเลือกกินอาหารแต่ไม่เคี้ยวอาหาร เมื่อสังเกตมากขึ้น น้องติดชอบเขย่งเท้าให้พ่อหรือแม่อุ้ม ... เมื่ออาทิตย์ก่อนได้ลองให้ไปเล่นกับเพื่อนๆอนุบาล ก็เห็นอารมณ์ดีแต่ไม่ได้สังเกตว่าเขย่งเท้าหรือไม่

เมื่อถามถึงตอนก่อนคลอด (ตอน 10 เดือน) แม่เจอเหตุการณ์ที่ตกใจน่ากลัว (วัยรุ่นมาขโมยของที่บ้าน) ส่วนพ่อก็มีนิสัยคิดไวทำไวไม่อยู่นิ่ง เมื่อถามถึงหลังคลอด (ตอนก่อน 6 เดือน) แม่พบว่า น้องดูดนมแม่เร็วและแรงมาก จนนมมีไม่พอจึงให้นมจากขวด และเริ่มกรีดร้องตอนที่เด็กโตข้างบ้านมารังแกบ่อยครั้ง 

จากนั้น...ผมตั้งสมมติฐานว่า น้องมีภาวะสมาธิสั้น เดินเขย่งปลายเท้า กรีดร้อง กลัวผู้ใหญ่แปลกหน้า และจากระบบประสาท (การปรับตัวของสมองต่อระบบสัมผัสที่ไวเกินไป ระบบการใช้ตาที่ไวเกินไป และระบบการได้ยินที่ช้าร่วมกับระบบการทรงตัวที่ช้า) หรือระบบการเลี้ยงดู (พ่อเคยใช้ไอแพดจิ้มภาพและมีเสียงแต่ใช้เวลามากเลยเลิกจนปล่อยให้เด็กเล่นเกมภาพที่ไม่มีเสียง - นั่ง/นอนกับพื้นก้มมองนานเป็นชั่วโมง แม่อยากให้ลูกน้ำหนักดีจึงให้ดูดนมจากขวดทุกวัน พ่อและแม่อุ้มลูกทุกครั้งที่ลูกเรียกร้องความสนใจด้วยการกรีดร้อง) หรือทั้งสองอย่าง...เมื่อทบทวนด้วยการสังเกตพฤติกรรมของน้องกับผู้ปกครองรวม 1 ชม. ผมจึงสรุปว่า น้อง ก. มีภาวะสมาธิสั้นจากการใช้กล้ามเนื้อเล็ก (ตา ลิ้น ปาก มือ) ได้ดีเกินวัยจนส่งผลให้ขาดการพัฒนาระบบการทรงตัวลงน้ำหนักข้อเท้าทั้งสองข้างกับขาดการหยุดนิ่งใช้การได้ยินเรียนรู้เสียงให้มีข้อมูลในการสื่อสาร 

วิธีการทดลองและประเมินโปรแกรมที่ออกแบบเพื่อพัฒนาเด็กชายท่านนี้ ได้แก่:-

  • แนะนำให้กระโดดเล่นได้แต่ลองใช้วิธีการปิดตาเป็นพักๆ หรือใช้ที่ปิดตา (ถ้ายอม) เพื่อลดการใช้ตาที่ไวใน 3-5 นาที (ตัวเลขแปรตามอายุ 3 ปี)
  • แนะนำให้ค่อยๆ เลิกทานนมขวด เพิ่มการดื่มนมจากการดูดกล่องกับการยกแก้วดื่ม
  • แนะนำให้กิจกรรมที่ชอบใช้ตาไม่เกิน 3-5 นาที รวมทั้งจัดให้นั่งเก้าอี้ให้กิจกรรมอยู่ในระดับสายตา
  • แนะนำเพิ่มกิจกรรมที่ชอบให้ใช้ตาและหูได้นานกว่า 5 นาที เช่น การดูภาพและการฟังคำศัพท์ที่จะสื่อสารได้ในชีวิตประจำวัน
  • แนะนำให้ฝึกกิจกรรมบำบัดที่คลินิกกับนักกิจกรรมบำบัดเพื่อปรับพฤติกรรมต่างๆ ให้สมวัย เช่น นิ่งฟังเสียง ส่งเสียงไม่กรีดร้อง และยอมรอไม่เรียกร้องให้อุ้ม เป็นต้น
  • แนะนำให้เพิ่มการสัมผัสกอดเด็กให้นั่งนิ่งฟังเสียงร้องของตนเองกับฟังเสียงของคนอื่นใน 3 นาที ซึ่งพบว่า ยิ่งเพิ่มการสัมผัสและการให้ผู้ปกครองอดทนจับเดินทันทีหลังหยุดร้อง (โมโหง่ายแต่หยุดร้องเร็ว - ข้อดีของสมาธิสั้น) เด็กเดินโดยไม่เขย่งปลายเท้าและสามารถกดลงน้ำหนักเต็มเท้าได้มากขึ้นนาน 5 นาที