ชื่อเรื่อง รูปแบบการดูแลสุขภาพคนพิการโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนตำบล
THE MODEL HEALTH CARE PARTICIPATORYOF HEALTH DISABILITY IN COMMUNITY WIANGKALONG DISTRICT CHIANGRAI PROVINCE
ชื่อผู้วิจัย
บทนำ (Introduction)
ตำบลเวียงกาหลงมีจำนวนคนพิการเพิ่มมากขึ้นทุกปี ปี2554มีคนพิการ 148 คน ปี2555 มีคนพิการ156 คน2 โดยเป็นพิการทางการเคลื่อนไหว 983 คนร้อยละ 44.5 ตำบลเวียงกาหลงมีคนพิการ 1171 คนมีความพิการทางการเคลื่อนไหว53 คนร้อยละ 45.3การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการตามแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติฉบับที่ 3 เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของ ครอบครัว และชุมชน แต่ที่ผ่านมาคนพิการและเครือข่ายไม่ได้รับการสนับสนุนในการเสริมสร้างความเข้มแข็งอย่างเพียงพอ และ ในส่วนของชุมชนขาดการดำเนินงานที่เป็นระบบเนื่องจากชุมชนมองว่า ปัญหาคนพิการไม่ใช่ปัญหาที่สำคัญของชุมชน อัจฉรา จิตต์สันติสุข3 และชุมชนไม่ยอมรับ ในความสามารถ ของคนพิการ องค์กรส่วนท้องถิ่นไม่ทราบระบบบริการ ที่คนพิการควรได้รับ ในแต่ละด้าน ตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ จากสภาพปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อตัวคนพิการ ดังนั้น หากคนพิการได้รับการทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคมมีเจตคติที่ดีต่อคนพิการ ก็จะส่งผลให้คนพิการสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ที่เท่าเทียมกับคนทั่วไปในสังคม
วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาถึงรูปแบบการดูแลสุขภาพคนพิการโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในตำบลเวียงกาหลง
วิธีการศึกษา เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพที่เน้นปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมโดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการเป็นการประยุกต์วงจรการวิจัยเชิงปฏิบัติการของ เคมมิสและแมกแทกการ์ท5 กระบวนการวิจัยแบ่งเป็น 2 ขั้นตอนคือ
1.ศึกษาสถานการณ์และสภาพปัญหาคนพิการในชุมชนโดยใช้แบบสอบถาม และการสัมภาษณ์เชิงลึก2.การวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมโดยการสนทนากลุ่มกลุ่มตัวอย่างสุ่มเลือกแบบเจาะจงในพื้นที่ 3 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในตำบลเวียงกาหลง กลุ่มตัวอย่างเชิงปริมาณ คือคนพิการทางการเคลื่อนไหว 53 คน ญาติ/ผู้ดูแล 53คน ผู้เกี่ยวข้องกับคนพิการ 46 คน กลุ่มตัวอย่างเชิงคุณภาพ คนพิการ 13 คน ญาติ/ผู้ดูแล 13 คนและผู้เกี่ยวข้อง 42 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา
ผลการศึกษา (Results)
ผลการศึกษาพบว่าคนพิการส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ62.2 รองลงมาเป็นเพศหญิง
ร้อยละ37.8 อายุคนพิการส่วนใหญ่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 47.1รองลงมามีอายุระหว่าง 40-49 ปี
ร้อยละ20 ระยะเวลาที่พิการส่วนใหญ่พิการมากกว่า 10 ปี ร้อยละ48.9 รองลงมาพิการมากกว่า 5-10 ปี
ร้อยละ24.4 สาเหตุของความพิการ ส่วนใหญ่สาเหตุจากอุบัติเหตุ ร้อยละ28.8 รองลงมาจากการเจ็บป่วย
ด้วยโรคเรื้อรัง ร้อยละ 20.0 วิเคราะห์ ค่าเฉลี่ยของระดับ เจตคติต่อคนพิการ ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับคนพิการอยู่
ในระดับมากเฉลี่ย 3.43 หลังการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ปัญหาและแนวทางแก้ไข ผลลัพธ์ที่ได้1 กระบวนการ
ทำบัตรประจำตัวคนพิการ ผลที่ได้รับคือรับเบี้ยความพิการทุกคน ได้รับกายอุปกรณ์ที่จำเป็น 2
การจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูคนพิการ 3)มีระบบการเยี่ยมบ้าน 4)มีศูนย์ประสานงานสมาคมพัฒนาอาชีพคนพิการ 5)
มีระบบการค้นหาและส่งต่อข้อมูลคนพิการ 6)มีแผนการจัดตั้งกองทุนและชมรมคนพิการในรพสต.7)
ประเมินผลความพึงพอใจของคนพิการและผู้ดูแลต่อระบบการจัดการสุขภาพคนพิการในชุมชนได้
ร้อยละ 83.58
วิจารณ์และสรุปผล
1.ศึกษาสถานการณ์และสภาพปัญหาของคนพิการในชุมชน พบว่าปัญหาและความต้องการของคนพิการ ปัญหาที่พบมากที่สุด คือความยากจน รองลงมาคือการไม่มีอาชีพ ไม่มีคนดูแลบางเวลา ความต้องการของคนพิการส่วนใหญ่คือได้รับเบี้ยยังชีพเพิ่มขึ้น รองลงมาคือมีงานทำมีทุน มีเครื่องช่วยความพิการที่จำเป็นมีสุขภาพดีขึ้น และคนในชุมชนยอมรับผลการศึกษานี้สอดคล้องกับการศึกษาของ อนุชา นิลประพันธ์4 ได้ศึกษารูปแบบการพัฒนาสุขภาพคนพิการในชนบทจังหวัดขอนแก่น พบว่า ปัญหาของคนพิการส่วนใหญ่คือปัญหาความยากจน ไม่มีรายได้ไม่มีอาชีพ รองลงมาคือขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภค ขาดแคลนอุปกรณ์ เครื่องช่วยเหลือความพิการ ความต้องการของคนพิการมากที่สุดคือเงิน ปัจจัยสี่ มีอาชีพ ได้รับการศึกษา
2.การวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมโดยการสนทนากลุ่ม หาแนวทางในการแก้ปัญหาการดูแลเกี่ยวกับสุขภาพของคนพิการ ไม่ถูกทอดทิ้ง ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลคนพิการ ซึ่งไม่สอดคล้องกับการศึกษาของอัจฉรา จิตต์สันติสุข3ได้ศึกษาถึงบทบาทของชุมชนในการดูแลคนพิการ พบว่างชุมชนขาดการดำเนินงานที่เป็นระบบ ไม่เคยคุยร่วมกัน ไม่มีบทบาท และไม่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการช่วยเหลือคนพิการที่ชัดเจน
ข้อเสนอแนะ
ผู้บริหารควรกำหนดเป็นนโยบายในการดูแลสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ รวมทั้งสนับสนุนบุคลากร และงบประมาณเพื่อคนพิการพึงได้รับตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการปี 2550
เอกสารอ้างอิง (References)
1.อัจฉรา จิตต์สันติสุข. บทบาทของชุมชนในการดูแลคนพิการ. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปะศาสตร
มหาบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนาสังคม บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2544