รายงานสอบสวนโรคไข้เลือดออก (ฉบับสมบูรณ์)

หัวฝายพัฒนา หมู่ที่ 12 ตำบล เวียงกาหลง อำเภอ เวียงป่าเป้า จังหวัด เชียงราย

ระหว่าง วันที่ 7-29 สิงหาคม 2556

ผู้รายงานและทีมสอบสวนโรค

นายบุญค้ำ แสนช่างไม้ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ, นางสาวพรรณธิวา แต้มลึก พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ, นางบุญศรี ดีมี นักวิชาการสาธารณสุข

บทคัดย่อ

วันที่ 12 มิถุนายน 2556 รพ.สต.บ้านทุ่งม่าน ได้รับรายงานทาง โทรศัพท์ จาก โรงพยาบาลเวียงป่าเป้า ว่ามีผู้ป่วยจำนวน 1 ราย หัวฝายพัฒนา หมู่ที่ 12 ตำบลเวียงกาหลง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เป็นเพศชาย โดยแพทย์วินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก (DHF) แพทย์จึงมีความเห็นได้นอนรักษาพยาบาลที่รพ.ลานนา จ.เชียงใหม่ที่โรงพยาบาล ทีม SRRT ตำบลเวียงกาหลง ได้ลงสอบสวนโรคในพื้นที่ ในวันที่12 มิถุนายน2556 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรค ศึกษาลักษณะการเกิดโรคทางระบาดวิทยา แหล่งรังโรค และ เพื่อศึกษาแนวทางในการควบคุมและป้องกันโรค โดยใช้รูปแบบการศึกษาระบาดวิทยาเชิงพรรณนา

ผลการสอบสวนโรคยืนยันว่าเป็นไข้เลือดออก และมีแหล่งรังโรคอยู่ในหมู่บ้านของผู้ป่วย เพราะผู้ป่วยไม่ได้เดินทางออกนอกพื้นที่ ทีมงาน SRRT ตำบลเวียงกาหลง ร่วมกับเทศบาลตำบลเวียงกาหลง ผู้นำชุมชน อสม. และประชาชน ได้ดำเนินการควบคุมโรคในพื้นที่จน สงบไม่มีผู้ป่วยใหม่ในชุมชน

ความเป็นมา

วันที่12 มิถุนายน 2556 รพ.สต.บ้านทุ่งม่าน ได้รับรายงานทาง โทรศัพท์ จาก โรงพยาบาลเวียงป่าเป้า ว่ามีผู้ป่วยจำนวน 1 ราย หัวฝายพัฒนา หมู่ที่ 12 ตำบลเวียงกาหลง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เป็นเพศชาย โดยแพทย์วินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก (DHF) แพทย์จึงมีความเห็นได้นอนรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาล ทีม SRRT ตำบลเวียงกาหลง ได้ลงสอบสวนโรคในพื้นที่ ในวันที่12 มิถุนายน2556 และได้ประสานเทศบาลตำบลเวียงกาหลง ผู้นำชุมชน และ อสม. ในชุมชนให้ทำการเฝ้าระวังควบคุมป้องกันโรค ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และพ่นทำลายยุงตัวแก่ด้วยเครื่องพ่นหมอกควัน ให้สุขศึกษาและประชาสัมพันธ์กับประชาชนในหมู่บ้านในเรื่องโรคไข้เลือดออก ติดตามเฝ้าระวังผู้ป่วยรายใหม่ ในพื้นที่อย่างใกล้ชิดเวลา 28 วัน

วัตถุประสงค์การสอบสวน

1. เพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรค

2. เพื่อศึกษาลักษณะการเกิดโรคทางระบาดวิทยา และแหล่งรังโรค

3. เพื่อศึกษาแนวทางในการควบคุมและป้องกันโรค

วิธีการศึกษา

1. ศึกษาทางระบาดวิทยาเชิงพรรณนา เพื่อหาลักษณะ ความเสี่ยง แหล่งเพาะพันธุ์ โรคและขอบเขตการเกิดและการกระจายของโรคตามลักษณะของบุคคล เวลาและสถานที่ ทั้งข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน และข้อมูลของการเกิดโรคทีผ่านมา โดย

1.1 รวบรวมข้อมูลของผู้ป่วยจากแฟ้มครอบครัว Family Folder สถิติทางระบาดวิทยา ข้อมูลการเจ็บป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก 5 ปีย้อนหลัง

1.2 ค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม โดยสอบถามผู้เกี่ยวข้อง เพื่อนบ้าน และเพื่อนในที่เรียนหรือที่ทำงาน ว่ามี ผู้ป่วย เพิ่มเติมหรือไม่ รวมทั้งสอบถามถึงอาการป่วย ระยะเวลาการป่วย โดยนิยามการป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก (Dengue Haemorrhagic Fever) ตามประเภทผู้ป่วย (Case Classification) ดังนี้

ผู้ป่วยที่สงสัย (Suspected case) หมายถึง ผู้ป่วยที่มีอาการทางคลินิก คือ ไข้ เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน และสูงลอยประมาณ 2-7 วัน และไม่มีอาการทางระบบทางเดินหายใจระหว่างวันที่ทำการสอบสวนโรค วันที่ 7-29สิงหาคม 2556

ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable case) หมายถึง ผู้ป่วยที่มีอาการทางคลินิกร่วมกับการทดสอบทูร์นิเกต์ ให้ผลบวกและมีข้อมูลทางระบาดวิทยาเชื่อมโยงกับผู้ป่วยยืนยัน

ผู้ป่วยที่ยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ป่วยที่มีอาการทางคลินิกร่วมกับมีอาการเลือดออก ตับโต การมีภาวการณ์ไหลเวียนโลหิตล้มเหลวหรือซ็อค ผลตรวจทางห้องปฎิบัติการมีเกล็ดเลือดลดลง และ Hematocrit สูงขึ้น

3. ศึกษาค่าดัชนีความชุกของลูกน้ำยุงลาย โดยการสำรวจในหมู่บ้าน บ้านผู้ป่วย บ้านใกล้เคียง หมู่บ้าน โรงเรียน วัด เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาประเมินความเสี่ยงของการระบาดของโรค แหล่งรังโรค และแนวโน้มการเกิดโรคการกระจายของโรค

4. ศึกษาผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Laboratory Criteria) เพื่อดูค่า Platlete (count), WBC, Hct, เพื่อสนับสนุนและยืนยันคำวินิจฉัยของแพทย์

5. สถิติที่ใช้ในการศึกษา ใช้สถิติเชิงพรรณนา จำนวน และร้อยละ

ผลการสอบสวนโรค

1. ยืนยันการวินิจฉัยโรค

ผู้ป่วยเริ่มป่วย วันที่ 12 มิถุนายน 2556 มีอาการ มีอาการไข้ ปวดหัว ปวดตามตัว อ่อนเพลีย กินข้าวไม่ได้ปกติ เข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลเวียงป่าเป้า ในวันที่ 12 มิถุนายน 2556 แพทย์จึงสั่งตรวจทางห้องปฎิบัติการ พบว่า WBC เท่ากับ 3,300 cells/mm, Platelete count 32,00 cells/mm และ HCT เท่ากับ 48 mg% และมีความเห็นได้นอนรักษาพยาบาลที่ห้องผู้ป่วยใน โรงพยาบาล ซึ่งจากผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ร่วมกับอาการทางคลินิกสามารถเข้าได้กับโรคไข้เลือดออก คือ มีอาการทางคลินิกร่วมกับผลการตรวจทางห้องปฎิบัติการ คือ มีเกล็ดเลือดลดลง และ Hematocrit สูงขึ้น (กองระบาดวิทยา สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข, 2544)

2. ยืนยันการระบาด

จากสถานการณ์โรคของ หัวฝายพัฒนา หมู่ที่ 12 ตำบลเวียงกาหลง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกัน พบว่าจำนวนผู้ป่วย 0 ราย และค่ามัธยฐาน 5 ปี (2548-2555) ย้อนหลังในช่วงเวลานี้มีจำนวนเท่ากับ 0 คน เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบสถานการณ์ครั้งนี้มีไข้เลือดจำนวน 1 ราย ทำให้สามารถพิจารณาได้ว่าการเกิดโรคครั้งนี้ระบาดเฉพาะพื้นที่

3. ข้อมูลทั่วไป

ข้อมูลผู้ป่วย ชื่อนายชาติ สุพการ ผู้ป่วยเป็นเพศชาย อายุ 34 ปี ทำงานอยู่กับบ้าน และรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้นอนพักอยู่บริเวณไซด์งานเป็นช่วงๆ ประมาณ1-2 อาทิตย์ถึงกลับมาบ้านและพักอาศัยอยู่จริงอยู่ที่บ้านเลขที่ 92/1 ม.12 ต.เวียงกาหลง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย มีผู้อาศัยอยู่ในบ้านร่วมกับผู้ป่วยจำนวน 4 คน

สภาพแวดล้อมลักษณะที่ตั้งชุมชน หัวฝายพัฒนา หมู่ที่ 12 ตำบลเวียงกาหลง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย มีจำนวนหลังคาเรือนทั้งหมด 172 หลังคาเรือน มีประชากรทั้งหมดจำนวน 767 คน จำแนกเป็นเพศชายเท่ากับ 380 คน จำแนกเป็นเพศหญิงเท่ากับ 387 คน มีวัดในหมู่บ้านจำนวน1 แห่ง มีโรงเรียนจำนวน1 แห่ง และประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา

สภาพโดยทั่วไปของบ้านผู้ป่วยเป็นบ้านก่ออิฐชั้นเดียว อากาศสามารถถ่ายเทได้ ไม่ค่อยสะดวก บ้านผู้ป่วยมีห้องน้ำ ในบ้าน 1 ห้อง นอกบ้าน 1 ห้อง ในห้องน้ำมีอ่างน้ำภายในห้องจำนวน 1 ใบ มีโอ่งน้ำใช้จำนวน 4 ใบ ผู้ป่วยอยู่บ้านมักมีนิสัยชอบทำงานอยู่กับบ้านเป็นบางครั้ง ขับรถมารับเหมาก่อสร้างในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

ผลการสำรวจความชุกลูกน้ำยุงลาย หัวฝายพัฒนา หมู่ที่ 12 ในรัศมี100 เมตร รอบบ้านผู้ป่วย โดยทำการสำรวจในวันที่ 12 มิถุนายน2556 ทีมสอบสวนโรคได้ทำการสุ่มสำรวจลูกน้ำยุงลาย จำนวน 12 หลังคาเรือน จากจำนวนนี้ทีมสอบสวนโรคพบว่ามีบ้านที่พบลูกน้ำยุงลายจำนวน 1 หลังคาเรือน คิดเป็นค่าดัชนี HI เท่ากับ ร้อยละ 8.33 ส่วนการสำรวจปริมาณภาชนะทีมสอบสวนโรคได้ทำการสำรวจจำนวน 40 ชิ้น พบว่าภาชนะที่พบลูกน้ำมีจำนวน 1 ชิ้น คิดเป็นดัชนี CI เท่ากับ ร้อยละ2.5 และสามารถคำนวณค่าดัชนี Bi เท่ากับ8.33 ซึ่งเป็นดัชนีเปรียบเทียบความเสี่ยงภาชนะที่พบลูกน้ำยุงลายต่อบ้านที่สำรวจ

ประวัติการเจ็บป่วยของ ผู้ป่วยเริ่มป่วย วันที่ 29 กรกฎาคม 2556 มีอาการ มีอาการไข้ ปวดหัว ปวดตามตัว อ่อนเพลีย กินข้าวไม่ได้ปกติ เข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลเวียงป่าเป้า ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2556 แพทย์จึงสั่งตรวจทางห้องปฎิบัติการ พบว่า WBC เท่ากับ 3,300 cells/mm, Platelete count 32,00 cells/mm และ HCT เท่ากับ 48 mg% และมีความเห็นได้นอนรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลเวียงป่าเป้า

จากการค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ในเบื้องต้น ตามคำนิยามพบว่า มีผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 5 ราย

DHF อัญชลีพร สอนใจ หญิง 6 107 หัวฝายพัฒนา 6/1/2013 6/1/2013
DHF ถนอม มุ่งดี ชาย 54 19 9/7/2013 9/7/2013
DHF ภูริณัฐ ปานาที ชาย 21 15 สันมะเค็ด 10/7/2013 10/7/2013
DF นา เสกะถะ หญิง 57 18 หัวฝายพัฒนา 29/7/2013 29/7/2013
DF ชาติ สุพการ ชาย 38 64 12/6/2013 12/6/2013
DHF กันธมา ธะธง หญิง 34 92/1 27/7/2013 27/7/2013
DHF อนุพงค์ ธะธง ชาย 34 92/1 29/7/2013 31/7/2013

มาตรการควบคุมและป้องกันโรค

1. ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขอความร่วมมือในการ ควบคุมโรค พ่นสารเคมีทำลายยุงตัวแก่ในรัศมี 100 เมตร รอบบ้านผู้ป่วย, ประสาน ให้ อสม. ประชาสัมพันธ์ และร่วมค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ในพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข, ประสานให้ ผู้นำประชาสัมพันธ์อาการหรือผู้มีอาการใกล้ในรีบปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุข, ประสานให้ความรู้ประชาชนให้รู้ถึงอาการ และความรุนแรงของโรคไข้เลือดออก และประสานให้โรงเรียนทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ในโรงเรียน

2. ดำเนินการควบคุมโรคโดยการทำลายยุงตัวแก่อย่างรวดเร็วที่สุดโดยวิธี พ่นหมอกควัน ทำลายยุงตัวแก่ในรัศมี100 เมตร เมตร รอบบ้านผู้ป่วย โดยดำเนินการพ่นเป็นระยะ 3 ครั้ง เริ่มจากครั้งที่ 1 ในวันที่16 กรกฎาคม 2556 พ่นครั้งที่ 2 ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2556 และพ่นครั้งที่ 3 ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2556 และ6 สิงหาคม 2556

3. ประชาสัมพันธ์ความรู้เกี่ยวกับไข้เลือดออกโดยประชาสัมพันธ์เสียงตามสายและวิทยุชุมชน

วิจารณ์ผล

การดำเนินโรคไข้เลือดออก (DHF) ในครั้งนี้ ของหัวฝายพัฒนา หมู่ที่ 12 ตำบลเวียงกาหลง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ซึ่งพบผู้ป่วยเป็นเพศชาย อายุ 38 ปี จำนวน 1 ราย จากการศึกษาข้อมูลอาการคลินิกของผู้ป่วย และผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบ จำนวนเม็ดเลือดขาว (WBC) 3,300 cells/mm เกล็ดเลือด (Plt) 32,00 cells/mm และ Hematocrit 48% พบว่าเข้าได้กับนิยามโรคไข้เลือดออก (DHF) ผลการค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติมในชุมชน และการเฝ้าระวังในเบื้องต้นพบผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 7 ราย เพื่อป้องกันการระบาดของโรค ทีม SRRT ได้ดำเนินการควบคุมโรคโดยทำการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ การใส่ทรายเคมีฟอส การพ่นหมอกควันกำจัดยุงตัวแก่ และการให้สุขศึกษากับประชาชนในชุมชน หากการดำเนินงานอย่างไม่ทันท่วงทีอาจมีผลกระทบกับประชาชนคือทำให้ประชาชนมีภาระด้านสุขภาพ และหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันทีอาจจะทำให้เสียชีวิตได้ และจากการสอบสวนโรคพบว่าต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นโรคที่มีแนวโน้มการระบาดได้มากในชุมชนหนาแน่น

ในการควบคุมโรคครั้งนี้ ได้ทำการพ่นทำลายยุงตัวแก่โดยการพ่นหมอกควัน บริเวณรอบบ้าน รัศมี 100 เมตร เมตร จากบ้านผู้ป่วย ในวันที่ 12 มิถุนายน 2556 และวันที่ 15 มิถุนายน 2556 และวันที่ 19 มิถุนายน 2556 หลังจากการได้รับรายงานโรคประกอบกับมาตรการควบคุมและกำจัดลูกน้ำยุงลายอย่างเข้มงวด ของ อสม. นักเรียน ผู้นำชุมชน ประชาชน และทุกภาคส่วน ทำให้การควบคุมโรคไข้เลือดออก ในครั้งนี้เป็นไปได้ด้วยดี สามารถ ต่อไป

ปัญหาข้อจำกัดในการสอบสวนโรค

1. ปัญหาข้อจำกัดในด้านทุน คือ ขาดแคลนงบประมาณในการดำเนินการสอบสวนโรคเนื่องจากปีที่ผ่านไม่ได้จัดสรรงบประมาณไว้

2. ปัญหาข้อจำกัดในเรื่อง คน คือ รพ.สต.มีบุคลากรน้อยทำให้การสอบสวนโรคเป็นไปอย่างติดขัดไม่สะดวกเพราะภาระงานมาก

3. ปัญหาข้อกำจัดด้าน วิธีการ คือ ขาดข้อมูลการวินิจทางห้องปฏิบัติการ รพ.วังเหนือ

สรุปผลการสอบสวนโรค

การดำเนินโรคไข้เลือดออก (DHF) ในครั้งนี้ ของหัวฝายพัฒนา หมู่ที่ 12 ตำบลเวียงกาหลง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ซึ่งพบผู้ป่วยเป็นเพศชาย อายุ 38 ปี จำนวน 1 ราย จากการศึกษาข้อมูลอาการคลินิกของผู้ป่วย และผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบ จำนวนเม็ดเลือดขาว (WBC) 3,300 cells/mm เกล็ดเลือด (Plt) 32,00 cells/mm และ Hematocrit 48% พบว่าเข้าได้กับนิยามโรคไข้เลือดออก (DHF) ผลการค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติมในชุมชน และการเฝ้าระวังในระยะเวลา 28 วัน พบผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 7 ราย เพื่อป้องกันการระบาดของโรค ทีม SRRT ได้ดำเนินการควบคุมโรคโดยทำการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ การใส่ทรายเคมีฟอส การพ่นหมอกควันกำจัดยุงตัวแก่ และการให้สุขศึกษากับประชาชนในชุมชน

ข้อเสนอแนะในการดำเนินการต่อไป

1.ควรแนะนำให้ชุมชนร่วมดำเนินการประชาคมที่ศาลาเอนกประสงค์ ควรดำเนินการสำรวจดัชนีค่าลูกน้ำ โดย อสม.สำรวจทุก 7 วัน

2. ประชาชนควรแนะนำให้ เก็บขยะ ตัดหญ้า จัดข้าวของบริเวณบ้านให้เป็นระเบียบ อีกทั้งควรแนะนำเรื่องการรณรงค์ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ทางที่ประชุมประจำเดือนของหมู่บ้านและหอกระจายข่าว

3.ควรมีการประชาสัมพันธ์ความรู้เรื่องโรคไข้เลือดออกทางที่ประชุมประจำเดือนของหมู่บ้านและหอกระจายข่าว

4. ส่วนการจัดการภาชนะบรรจุน้ำใช้ปิดฝา ใส่ทรายเคมีฟอส หรือปลากินลูกน้ำ

5. การจัดการขยะควรมีการดำเนินการอย่างน้อย 4ครั้ง

6.การใส่ทรายเคมีฟอสควรใส่อย่างน้อย 2 ครั้ง

7.ควรมีการกำหนดมาตรการทางสังคม คือควรให้ปรับบ้านที่ไม่ดูแลบ้านตนเอง

8.หน่วยงานระดับตำบลควรให้ความร่วมมือในการสอบสวนโรคและติดต่อประสานงานกันอย่างมีประสิทธิภาพ

9.ทีมสอบสวนโรคทีมสอบสวนโรคควรทำการทบทวนแนวทางการสอบสวนโรคเพื่อให้เกิดความเร็วและถูกต้องในการสอบสวนโรค

10.หากเกิดเหตุการณ์ในอนาคตก่อนฤดูการระบาดควรรณรงค์ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ก่อนสัก 1 เดือน เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในการก่อให้เกิดยุงตัวแก่

กิตติกรรมประกาศ

ขอขอบคุณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล และเจ้าหน้าที่ห้องชันสูตร ของโรงพยาบาลลานนา จ.เชียงใหม่ ที่ได้ให้ข้อมูลผลการตรวจรักษา และผลการตรวจทางห้องปฎิบัติการของผู้ป่วย พร้อมกับขอขอบคุณหน่วยงานที่สนับสนุนในการสอบนสวนโรคครั้งนี้ คือ สสอ.เวียงป่าเป้า รพ.เวียงป่าเป้า ที่ให้การสนับสนุนด้วยดีตลอดมา

เอกสารอ้างอิง

1. สุจิตรา นิมานนิตย์ และคณะ,บรรณาธิการ. , แนววินิจฉัยและรักษาโรคไข้เลือดออกแดงกี่, พิมพ์ครั้งที่1., กรุงเทพ : กระทรวงสาธารณสุข.

,0, 2542, สรุปรายงานเฝ้าระวังโรค สำนักระบาดวิทยา

2. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. , กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. , สรุปรายงานเฝ้าระวังโรค สำนักระบาดวิทยา , กองระบาดวิทยา,0, 2546, 0

3. กระทรวงสาธารณสุข. นิยามโรคติดเชื้อประเทศไทย ; 2544., กระทรวงสาธารณสุข. นิยามโรคติดเชื้อประเทศไทย ; 2544., กระทรวงสาธารณสุข. นิยามโรคติดเชื้อประเทศไทย ; 2544., กระทรวงสาธารณสุข. ,0, 2544, 0

4. โสภณ เอี่ยมศิริถาวร, การเขียนรายงานการสอบสวนทางระบาดวิทยา, เอกสารอัดสำเนา, กองระบาดวิทยา,0, 2543, 0

5. มีชัย ฤชุพันธุ์, ความคิดเสรีของมีชัย [ออนไลน์] , 0, 0,0, 8 กรกฎาค 2445 [อ้างถึงมือ 23 กรกฎาคม 2545], http://www.meechaithailand.com/meechai/showshtml