แหล่งที่มา :http://news.mthai.com/politics-news/315005.html
จาก กรณีศึกษา นายสาธิต เซกัล แกนนำกปปส. ได้ถูกเนรเทศตามกฎหมายในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งต้องพิจารณาว่า การเนรเทศบุคคลผู้มีสัญชาติของรัฐย่อมทำไม่ได้ ตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ 9 บุคคลใดจะถูกจับกุม กักขัง หรือเนรเทศตามอำเภอใจไม่ได้ และได้ถูกรับรองในรัฐธรรมนูญไทย ตามมาตรา 34 วรรค 3 “การเนรเทศบุคคลผู้มีสัญชาติไทยออกนอกราชอาณาจักร หรือห้ามมิให้บุคคลผู้มีสัญชาติไทยเข้ามาในราชอาณาจักร จะกระทำมิได้
นายสาธิต เซกัล ถูกเนรเทศตามกฎหมายในสถานการณ์ฉุกเฉินเพราะถูกตรวจพบว่าเป็นบุคคล ต่างด้าว โดยนายสาธิต เกิดที่กรุงเดลี ประเทศอินเดีย เป็นชาวไทยเชื้อสายอินเดีย พี่น้องทั้งหมด 4 คน ทุกคนได้สัญชาติไทยทั้งหมด แต่ สาธิต เซกัล นั้น ยังคงถือสัญชาติอินเดียอยู่ นายสาธิตจึงมีสถานะเป็นคนต่างด้าวในประเทศไทย เนื่องจากอาศัยในประเทศไทยไม่มีสัญชาติไทย ตามความหมายของคนต่างด้าวในมาตรา 4 พระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ. ๒๔๙๙ “คนต่างด้าว หมายความว่า ผู้ที่มิได้มีสัญชาติไทย “ และอาจถูกเนรเทศได้ ตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ที่ไทยได้ภาคยานุวัตร
และแม้นายสาธิตมีสถานะเป็นคนข้ามชาติ หรือ ต่างด้าว แต่เป็นคนต่างด้าวโดยชอบ คือ ได้เข้าเมืองโดยถูกกฎหมาย และมีสิทธิอาศัย จึงไม่สามารถส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักรได้ การจะเคลื่อนย้ายออกจึงต้องทำโดยการเนรเทศเพราะ การเนรเทศ คือ การทำให้การเข้าเมืองที่ชอบด้วยกฎหมายและการอยู่อาศัยสิ้นสุดลง โดยเหตุผลเพราะว่าการพำนักอาศัยของคนต่างด้าวจะขัดต่อสันติภาพ ความสงบสุข ความปลอดภัยและสวัสดิการสาธารณะของรัฐ โดยอาศัยกฎหมายเนรเทศ
ซึ่งเป็นคนละกรณีกับการส่งคนต่างด้าวกลับออกไปนอกราชอาณาจักร คือ เป็นการเคลื่อนย้ายคนต่างด้าวให้ออกนอกราชอาณาจักร เนื่องจากว่าคนต่างด้าวผู้นั้นได้เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายโดยอาศัยกฎหมายคน เข้าเมือง จึงไม่มีสิทธิอยู่อาศัยในราชอาณาจักรมาตั้งแต่ต้น
และอีกประการคือ นายสาธิตถูกดำเนินคดีในหลายข้อหาจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ถูกเนรเทศ ซึ่งการถูกดำเนินคดีเกิดจากการที่นายสาธิต แกนนำกปปส. นั้นเกิดเพราะนายสาธิตได้ใช้สิทธิแสดงความคิดเห็น อันเป็นสิทธิที่รับรองใน ข้อ 19กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน กรมองค์การระหว่างประเทศ
เมื่อสิทธิดังกล่าวเป็นสิทธิมนุษยชนของบุคคลทุกคนที่เป็นมนุษย์ และนายสาธิตที่เป็นบุคคลตามกฎหมาย แม้ไม่มีสัญชาติไทย จึงควรได้รับความคุ้มครองเช่นกัน เพราะการกระทำของประเทศไทยเป็นการละเมิดสิทธิของนายสาธิต ตามอนุสัญญาสิทธิมนุษยชน และในรัฐธรรมนูญไทย ตามมาตรา 45เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
แม้การใช้สิทธิดังกล่าวก็มีข้อจำกัด คือการจำกัดสิทธิทำได้เพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ แต่การกระทำดังกล่าวก็ไม่ได้เข้าข้อจำกัดดังกล่าว รัฐไทยจึงไม่สามารถละเมิดสิทธิแสดงความเห็นของนายสาธิตได้ และเมื่อการเนรเทศไม่มีเหตุผลคือไม่ได้เป็นการแสดงความคิดเห็นที่ก่อความไม่ มั่นคงแห่งรัฐ จึงเป็นการละเมิดสิทธินายสาธิต เพราะการเนรเทศนายสาธิตที่เป็นคนเข้าเมืองถูกกฎหมาย การจะสิ้นสิทธิอาศัยในรัฐจึงควรมีเหตุผลในการเนรเทศ
และ แม้การใช้สิทธิบางประการในประเทศไทยจะจำกัดไว้เฉพาะบุคคลสัญชาติไทยด้วย [2] เหตุผลเพื่อความมั่นคง เช่น สิทธิทางการเมือง (Political Rights)คือ สิทธิในการมีส่วนร่วมกับรัฐในการดําเนินกิจการที่เป็นประโยชน์สาธารณะ เสรีภาพในการรวมกลุ่มเป็นพรรคการเมือง เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ สิทธิการเลือกตั้งอย่างเสรี เป็นต้น แต่จากกรณีศึกษาแม้นายสาธิตจะใช้สิทธิในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นพื้นฐานอันนำไปสู่การใช้สิทธิทางการเมือง บางรูปแบบเช่นเลือกตั้ง ที่มีลักษณะการแสดงความคิดเห็น แต่การแสดงความคิดเห็นของนายสาธิต ไม่เป็นการแสดงความคิดเห็นที่เป็นสิทธิทางการเมือง นายสาธิตจึงไม่อาจถูกจำกัดการใช้สิทธิแสดงความคิดเห็น ตาม มาตรา45 รัฐธรรมนูญไทย
พิจารณาต่อมาหากคนต่างด้าวมีการกระทำเป็นภัยต่อความมั่นคงจริง การเนรเทศบุคคลต่างด้าวนั้นก็ต้องกระทำตามขั้นตอนตาม กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง[1] ข้อ13 คือ คนต่างด้าวผู้อยู่ในดินแดนของรัฐภาคีแห่งกติกานี้โดยชอบด้วยกฎหมายอาจถูกไล่ ออกจากรัฐนั้น ได้โดยคำวินิจฉัยอันได้มาตามกฎหมายเท่านั้น ผู้ถูกเนรเทศย่อมได้รับอนุญาตให้ชี้แจงแสดงเหตุผลคัดค้านการขับไล่ออกจากรัฐ นั้น และขอให้มีการทบทวนเรื่องของตนเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ หรือบุคคล หรือคณะบุคคล ที่แต่งตั้งขึ้นเฉพาะการนี้โดยเจ้าหน้าที่ผู้มี อำนาจโดยได้รับอนุญาตให้มีผู้แทนเพื่อวัตถุประสงค์ข้างต้นได้เว้นแต่ในกรณี ที่มีเหตุผลจำเป็นอย่างอื่นด้านความมั่นคงแห่งชาติ
ซึ่งจะเห็นได้ว่าเมื่อไทยก็มีกฎหมายการเนรเทศซึ่งมีขั้นตอน ในการเนรเทศคนต่างด้าวจึงควรปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายภายใน ไม่ใช่การเนรเทศโดยอาศัยกฎหมายในสถานการณ์ฉุกเฉิน และอ้างเพื่อไม่ทำตามระเบียบการเนรเทศ
กรณีนายสาธิต เซกัล ได้มีการแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เนื่องจากสิทธิดังกล่าวเป็นสิทธิมนุษยชนที่ถูกรับรองไว้ และในรัฐธรรมนูญไทยซึ่งเป็นกฎหมายภายที่รับรองสิทธิให้ทุกคนในประเทศ การที่ประเทศไทยเนรเทศนายสาธิต โดยเหตุที่นายสาธิตใช้สิทธิแสดงความคิดเห็น ที่ไม่เข้าข้อจำกัดนั้น รัฐไทยจึงทำการะละเมิดสิทธิในเสรีภาพของนายสาธิต ซึ่งเป็นคนต่างด้าวทั้งที่เป็นผู้ทรงสิทธิดังกล่าวมิได้
บันทึกเมื่อ 19 พฤษภามคม 2557
เอกสารอ้างอิง
[1] กรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ, (2553), ตราสารระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนที่ไทยเป็นภาคี(ออนไลน์), สืบค้นจาก : http://www.mfa.go.th/humanrights/human-rights-conventions , [19 พฤษภาคม 2557]
[2] จตุรงค์ สุวรรณโจน์ , ความหมายของสิทธิมนุษยชน ออนไลน์, สืบค้นจาก :http://www.l3nr.org/posts/29208,
[19 พฤษภาคม 2557]
