จากการที่ได้ศึกษาในเรื่องเกี่ยวกับมนุษย์ข้ามชาติไปแล้วนั้น กล่าวได้ว่า

ซึ่งปัญหาความไร้สัญชาติ (Nationalityless) ที่ เกิดขึ้นแก่บุคคลธรรมดา ก็คือ สภาพที่บุคคลไม่มีสัญชาติของประเทศใดเลยในโลก กล่าวโดยหลักกฎหมายได้ว่า คนไร้สัญชาติมีสถานะเป็นคนต่างด้าวในทุกประเทศของโลก

แต่ปัญหาไร้สัญชาติจะรุนแรงมากขึ้นหากบุคคลไม่ได้รับการยอมรับให้ “สิทธิอาศัย” โดยรัฐใดเลยในโลก โดยผลของกฎหมาย บุคคลในสถานการณ์นี้จึงตกเป็น “คนต่างด้าวผิดกฎหมาย” ในทุกประเภทของโลก บุคคลในลักษณะนี้จึงตกเป็น “คนไร้รัฐ”(Stateless) โดยสิ้นเชิง[1]

สิ่งต่อมาที่เป็นผลพวงต่อไปคือการที่มนุษย์ข้ามชาติได้พัฒนาความสัมพันธ์เป็นครอบครัวข้ามชาติ ซึ่งครอบครัวข้ามชาตินั้น หมายถึง ครอบครัวที่มีสมาชิกคนใดคนหนึ่งเป็นบุคคลข้ามชาติเข้ามา แม้จะมีการสร้างครอบครัวหรือมีบุตรในภายหลังข้ามชาติมาเเล้ว ครอบครัวนั้นก็ยังถือเป็นครอบครัวข้ามชาติเช่นกัน

กรณีศึกษาตัวอย่างของ ครอบครัวข้ามชาติ คือ ครอบครัวเจดีย์ทอง ซึ่งเป็นครอบครัวข้ามชาติไทยและมาเลเซียซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศไทย

ครอบครัวเจดีย์ทองมีจุดเริ่มต้นจากการที่นายอาทิตย์ เจดีย์ทอง ซึ่งเป็นแรงงานสัญชาติไทยและนางสาวแพทริเซีย ซึ่งเป็นแรงงานสัญชาติมาเลเซีย เดินทางไปทำงานที่ประเทศไต้หวันและได้พบรักกันขณะไปทำงาน ต่อมานายอาทิตย์ได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยก่อน ระหว่างทางกลับมาเลเซียนางสาวแพทริเซียได้เดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพื่อมา เยี่ยมนายอาทิตย์และตัดสินใจอยู่กินกันฉันสามีภรรยากับนายอาทิตย์ที่ บ้านห้วยส้าน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จนมีบุตรด้วยกัน 3 คน แต่ละคนเกิดในประเทศไทย มีสัญชาติไทย และมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักตามปกติ ซึ่งการตรวจลงตราในหนังสือเดินทางของนาวสาวเเพทริเซียนั้นมีกำหนดเวลาไว้ชัด เจนเเละนางสาวแพทริเซียก็อยู่ในประเทศไทยเลยกำหนดเวลาดังกล่าวเเล้ว

ซึ่งนางสาวเเพทริเซียต้องการอยู่ในประเทศไทยอย่าถาวรจึงไปแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ ว่าตนเป็นคนไร้รัฐ เพื่อให้รัฐบันทึกตนเป็นบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนโดยใช้ชื่อ อัญชลีเจดีย์ทอง จากการกระทำดังกล่าวทำให้นางสาวเเพทริเซียเป็นผู้มี 2 สถานะ คือ เป็นคนสัญชาติมาเลเซีย และเป็นบุคคลไร้รัฐด้วย

อีกทั้งบุตรของนางสาวแพทริเซียกับนายอาทิตย์ทั้ง3คน อาจได้รับสองสัญชาติได้คือ ได้รับสัญชาติไทย ผ่านดินแดนที่เกิด คือประเทศไทย และผ่านสายโลหิตคือบิดาซึ่งก็คือนายอาทิตย์ เป็นคนไทย และอาจได้รับสัญชาติมาเลเซียผ่านหลักสืบสายโลหิตทางมารดา ซึ่งก็คือ นางสาวแพทริเซีย หากนางสาวแพทริเซียถือสัญชาติมาเลเซีย บุตรทั้ง3คนอาจได้รับสัญชาติมาเลเซียด้วย ถ้าบุตรทั้งสามคนได้รับสัญชาติมาเลเซีย ก็จะสามารถได้รับสิทธิบางประการที่คนชาติมาเลเซียได้ เช่น การประกอบอาชีพบางประการหรือการซื้อที่ดิน ดังนั้น ปัญหาสิทธิมนุษยชนของครอบครัวข้ามชาติครอบครัวนี้อีกประการหนึ่งคือการบุตร ทั้งสามคนอาจเสียสิทธิบางประการในการไม่ได้ถือสัญชาติสองสัญชาติ[2]

ดังนั้นกรณีของนางสาวแพทริเซียในประเทศไทยจึงถือเป็นบุคคลไร้สัญชาติ ซึ่งจะไม่ได้รับสิทธิต่างๆเท่าที่ควรทำให้สามารถเกิดเป็นปัญหาสิทธิมนุษยชนขึ้นได้


[1] ความเป็นคนไร้รัฐและคนไร้สัญชาติในประเทศไทย : คืออะไร ? และควรจัดการอย่างไร ? โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร บทความเพื่อหนังสือที่ระลึกวันรพี ๒๕๔๗ ของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๔๗

สืบค้นทาง http://www.archanwell.org/autopage/show_page.php?t=1&s_id=278&d_id=277.

[2] กรณีศึกษาครอบครัวเจดีย์ทอง: ครอบครัวที่ก่อตั้งดดยแรงงานสัญชาติไทยและแรงงานสัญชาติมาเลเซียซึ่งพบรักกันในไต้หวัน แต่มาอยู่กิน ฉันสามีภริยาในประเทศไทย โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร วันที่ 25 เมษายน พ.ศ 2557