สิทธิมนุษยชนคือสิทธิขั้นพื้นฐานในความเป็นมนุษย์ ซึ่งประกอบไปด้วยสิทธิตามธรรมชาติและสิทธิที่มีกฎหมายรับรอง
สิทธิทางกฎหมาย หรือ สิทธิพลเมือง คือสิทธิที่ถ่ายทอดมาจากระบบการปกครองเฉพาะอย่าง และถูกกำหนดลงในบทบัญญัติบางรูปแบบ เช่น กฎหมาย จารีต หรือความเชื่อ ในขณะที่สิทธิธรรมชาติ หรือ จริยสิทธิ์ เป็นสิทธิที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากกฎหมาย จารีต หรือความเชื่อของสังคมหรือการปกครองใด สิทธิธรรมชาติจึงจำเป็นต้องเป็นเรื่องสากล ในขณะที่สิทธิทางกฎหมายนั้นสัมพันธ์กับการเมืองและวัฒนธรรม
สิทธิมนุษย์ชนที่มีกฎหมายรับรองนั้นประเทศไทยได้เข้าร่วมรับรอง "ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน" ของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศ ดังนั้นบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงได้กำหนดเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้ทุกคนตระหนักในความสำคัญของสิทธิมนุษยชน และเป็นแนวทางปฏิบัติต่อกั นในฐานะเพื่อนมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน โดยตระหนักว่าทุกคนมีสิทธิในชีวิต มีสิทธิในการยอมรับนับถือ และมีสิทธิในการดำรงชีวิตและพัฒนาตนเองตามแนวทางที่ถูกต้องนั้นเอง
และถึงแม้ประเทศไทยจะได้เข้าร่วม ปฏิญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนดังกล่าว แต่ปัญหาละเมิดสิทธิก็ยังคงเกิดขึ้นมากมาย ดังเช่นกรณีของ น้องนาแฮ อายุ๑๖ ปี ตกเป็นคนด้อยโอกาสเพราะปัญหาความพิการจนไม่อาจดำเนินชีวิตได้ดังปกติ และยังประสบปัญหาความไร้รัฐโดยสิ้นเชิง
น้องนาแฮเกิดนอกโรงพยาบาล ณ หมู่บ้านแม่สลองนอก ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๐ จึงไม่มีเอกสารรับรองการเกิด บิดาของน้องนาแฮมีชื่อว่า นายจะฟะ แตแตะ เป็นคนชาติพันธุ์ลาหู่ ซึ่ง “ถือบัตรสีฟ้า” และมีเลขประจำตัว ๑๓ หลักขึ้นต้นด้วยเลข ๖ อีกทั้งบัตรนี้ระบุว่า เขาเกิดใน พ.ศ.๒๕๐๔ แต่ไม่ระบุสถานที่เกิด ในส่วนของมารดาของน้องนาแฮนั้นได้เสียชีวิตแล้ว และไม่มีข้อมูลอื่นใดเลย ในปัจจุบัน น้องนาแฮอยู่อาศัยที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
จากข้อเท็จจริงพบว่าน้องนาแฮ เกิดในประเทศไทยแต่ไม่ได้รับการรองรับสถานะทางบุคคลเพราะไม่ได้จดทะเบียนเกิดจึงส่งผลให้ไม่ได้สิทธิในการรับการประกันสุขภาพ
ข้อ 6แห่งปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน [1]บัญญัติว่า ทุกๆคนมีสิทธิที่จะได้รับการยอมรับว่าเป็นบุคคลในกฎหมายไม่ว่า ณ ที่ใด ซึ่งหมายความว่า รัฐทุกรัฐย่อมมีหน้าที่รับรองสถานะบุคคลตามกฎหมายให้แก่มนุษย์ทุกคน
หลักทั่วไป ข้อ 3 แห่งปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน [2] ก็ได้รับรองสิทธิที่จะได้รับการยอมรับว่าเป็นบุคคลภายใต้กฎหมาย
ข้อ 7 แห่งอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก[3] บัญญัติว่า เด็กจะได้รับการจดทะเบียนทันทีหลังเกิด และจะมีสิทธิที่จะมีชื่อนับตั้งแต่เกิด และสิทธิที่จะได้รับสัญชาติ
โดยสรุป รัฐมีหน้าที่ที่จะรับรองสถานะบุคคลตามข้อกฎหมายข้างต้น น้องนาแฮจึงควรได้รับสัญชาติไทยตามหลักดินแดน
ที่มา
1.ข้อมูลน้องนาแฮ , https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10152353749831425&set=a.10152353482396425.1073741848.739031424&type=3&permPage=1
2. สิทธิมนุษยชน , th.wikipedia.org
3. [1] ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน , http://www.mfa.go.th/humanrights/images/stories/book.pdf
4. [2] ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ,http://www.nesac.go.th/web/upload/modDocument/file_8997113779344_tn-47-266.pdf
5. [3] อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ,http://elib.coj.go.th/Ebook/data/semi/semi14_7.pdf