บินกลับไปอินโดนีเซียอีกครั้งในเดือนสิงหาคมปี 2541 สามเดือนหลังการลงจากอำนาจของปธน.ซูฮาร์โต ซึ่งถอยออกไปกำกับอยู่ฉากหลังท่ามกลางความคุ้มครองของเหล่าขุนทหารที่ยังภักดี ไม้ถูกส่งต่อให้ บี.เจ. ฮาบีบี้ (B.J. Habibie) รองปธน.คนสนิท สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วรุนแรงและผันผวน ทุกคนต่างโดนแรงเหวี่ยงกระแทกจากวิกฤติหลายด้านพร้อมๆ กันทั้งการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ว่ากันว่าหนักที่สุดในรอบหลายสิบปี
ปธน. บี.เจ. ฮาบีบี้ ลูกหลานสายเลือดผสมแบบเข้มข้นระหว่างพ่อบูกิ๊สและแม่ชวา ( ที่มา: yusrielo.deviantart.com)
ตัวอย่างเห็นชัดคือค่าเงินรูเปียห์ร่วงหล่นจากระดับปกติที่สองพันห้าร้อยรูเปียห์ต่อหนึ่งดอลล่าร์อเมริกาลงไปที่หมื่นหกช่วงกลางปี 2541 มูลค่าเงินลดลงเจ็ดเท่าในเวลาไม่ถึงปีก่อนจะเด้งขึ้นมาอยู่แถวๆ แปดพันในช่วงปลายปี 2541 ในขณะที่เงินบาทไทยไหลลงไปแค่สองเท่า สาเหตุใหญ่ส่วนหนึ่งคงเกิดจากคนแห่ถอนเงินจากธนาคารต่างๆ หนีตายทิ้งเงินรูเปียห์ไปถือเงินสดเป็นเงินดอลล่าร์แทน
ที่อินโดฯ ใครก็สามารถมีบัญชีเงินดอลล่าร์ได้เปิดเสรียิ่งกว่าเมืองไทย และถือกันทั่วไปว่าธนบัตรหนึ่งร้อยดอลล่าร์มีสถานะมากกว่าเงินที่ใช้แลกเปลี่ยน ชื่นชอบที่จะสะสมแต่แบงค์ใบใหม่ๆ ถ้าแบงค์ไหนมีรอยพับยู่ยี่หรือมีรอยขีดเขียนรอยแสตมป์แบบบ้านเราชอบทำหรือปีผลิตไม่ใช่ปียอดนิยมของเขา เมื่อนำไปแลกเป็นเงินรูเปียห์มูลค่าจะลดลงถือเป็นสินค้ามีตำหนิ คนไทยนำเงินดอลล่าร์ไปแลกรูเปียห์ที่นี่จะรู้ข้อนี้ดี
ก่อนเกิดวิกฤติค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ประมาณห้าพันรูเปียห์หรือสองดอลล่าร์ต่อวัน เทียบกับค่าแรงขั้นต่ำบ้านเราร้อยห้าสิบบาทหรือหกดอลล์ สำหรับบริษัทต่างชาติแบบไทยๆ จ้างแม่บ้านแสนห้าถึงสองแสนรูเปียห์ต่อเดือน พนักงานเก่งภาษาเจ็ดแปดแสน ปริญญาตรีจบใหม่ไม่เกินล้าน พอกับผมสตาร์ทที่แปดพัน มีประสบการณ์สี่ห้าปีล้านห้าถึงสองล้าน ค่าอยู่กินพื้นฐานใกล้เคียงกับกรุงเทพ ราคาบ้านจัดสรรและรถยนต์แพงกว่า ยกเว้นราคาเชื้อเพลิงตอนนั้นอินโดฯ ยังผลิตน้ำมันเหลือเฟือราคาจึงพอๆ กับน้ำเปล่าได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาลเต็มที่ แต่ถึงอย่างนั้นชาวบ้านที่ขัดสนในเมืองจำนวนมหาศาลก็อยู่ยากกว่าคนชุมชนในเมืองไทย
เปอร์ตามินารัฐวิสาหกิจพลังงานแห่งชาติผูกขาดขายน้ำมันเจ้าเดียว ไม่มีการแข่งขันจึงยังเห็นปั๊มเหมือนสามทหารเก่าๆ นานๆ โผล่มาทีสมัยสามสี่สิบปีที่แล้ว ที่นิยมคือปั๊มหลอดขวดถังแกลลอลวางขายเป็นระยะๆ ตามทางที่วิ่งไปเวลาเติมก็เสี่ยงกันเอาเอง ราคาน้ำมันหน้าปั๊มอยู่ในระดับต่ำกว่าห้าร้อยรูเปียห์ต่อลิตรมานานแล้วปรับขึ้นเป็นพันรูเปียร์สำหรับเบนซินและห้าร้อยรูเปียร์สำหรับโซล่าร์ เมื่อการผลิตน้ำมันของชาติถึงจุดพีคและเริ่มลดลงพร้อมกับการใช้พุ่งสวนทางสองสามปีก่อน 1997 เทียบราคากรุงเทพช่วงนั้นอยู่ที่แปดเก้าบาทต่อลิตร
โลโก้เก่าของเปอร์ตามินา รัฐวิสาหกิจพลังงานใหญ่สุดของอินโดฯ (ที่มา: wiki)
บ้านเรือนชาวบ้านทั่วไปนอกเมืองเช่นบนเกาะชวามักสร้างด้วยปูนที่นี่ขาดแคลนไม้ หลังคามุงกระเบื้องดินเผาแบบทำเองสีน้ำตาลแดง ถนนหลักมีไม่กี่เส้นคดเคี้ยวไปมาตามสันเขา แคบวิ่งสวนทางกันไม่มีไหล่ทางและหมู่บ้านตั้งติดเรียงรายสองทั้งข้างถนน เมื่อรถบรรทุกใหญ่วิ่งผ่านรถเล็กต้องชะลอความเร็ว มัสยิดมีในทุกหมู่บ้านกำลังก่อสร้างก็เยอะตั้งด่านเรี่ยไรเงินบริจาคกันตรงหน้านั้น ไฟฟ้าในชนบทหาไม่ได้ในเมืองใหญ่ๆ ก็ยังไม่พอใช้ต้องปันส่วนกันเป็นโซนๆ เครื่องปั่นไฟขนาดเล็กประจำบ้านต้องมี โรงไฟฟ้าส่วนใหญ่ยังใช้น้ำมันปั่นไฟแบบเดียวกับเมืองอุ้มผางจังหวัดตาก น้ำประปาในเมืองยังขาดแคลนมากไหลๆ หยุดๆ วันเว้นวัน
บ้านเรือนในเมืองบอกอร์ใกล้ๆ กรุงจาการ์ต้า มีภูเขาไฟที่ยังแอคทีฟเป็นฉากหลัง (ที่มา: jualbeliforum.com)
ชุมชนบ้านเรือนริมสองข้างถนนโดยทั่วไป (ที่มา: yogobark.blogspot.com)
บนเกาะชวาถนนหนทางมักคดเคี้ยวไปตามไหล่และสันเขา (ที่มา: yogobark.blogspot.com)
พอไอเอ็มเอฟเข้ามาในปลายปี 2540 ธนาคารก็โดนไล่ปิดโดนควบรวมเป็นว่าเล่นหลายสิบธนาคาร ไม่เว้นธนาคารรัฐเบอร์ใหญ่ๆ ยังต้องถูกควบรวมภายใต้ชื่อใหม่ที่มีขนาดสินทรัพย์ใหญ่สุดว่าธนาคารแมนดิรี่ แล้วก็ตั้งสำนักงานอิบราเข้ามาจัดการทรัพย์สินเน่าๆ แบบเดียวกับปรส. สถานการณ์ของพวกค้าขายต่างประเทศหรือที่มีหนี้เป็นสกุลดอลล่าร์เข้าใจว่าเจ็บสาหัสกว่าเมืองไทย ดอกเบี้ยกู้ยืมพุ่งขึ้นอย่างแรงรู้สึกว่าได้เห็นตัวเลขระดับสามสิบเปอร์เซนต์อยู่บางช่วง
ใครเคยผ่านปี’40 จบมาทำงานไม่กี่ปีแล้วต้องถูกให้ออก กำลังตั้งตัวบ้านพึ่งผ่อนเสายังไม่ขึ้นต้องทิ้งดาวน์ รถที่พึ่งถอยก็ขาดผ่อนหลายเดือน บัตรเครดิตกี่ใบๆ หมุนจนเต็มวงเงินไม่มีจ่าย ต้องวิ่งทำร้านเคลื่อนที่เร็วเปิดท้ายขายของเก่าริมฟุตบาทเป็นเรื่องเป็นราว ถูกยึดฟ้องล้มละลายตั้งแต่ยังหนุ่มสาวก็มากมายติดคดีเป็นสิบๆ ปีจนเข้ารุ่นกลางคนแยะแยะ ที่นั่นคนอินโดฯ รายได้ปานกลางถึงขั้นต่ำต้องกระเสือกกระสนเอาตัวรอดมากกว่าสองหรือสามเท่า
เปอร์เฟคสตอร์มพายุความยุ่งเหยิงสับสนปั่นป่วนทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองพัดปกคลุมไปทั่วตั้งแต่อาเจ่ห์ยันอิเรียนจาย่า อย่างบ้าระห่ำเพื่อฉีกประเทศนี้ให้ขาดกระจุยไม่เหลือชิ้นดี
ความขัดแย้งสะสมทางเชื้อชาติและศาสนาปะทุถึงขั้นยกพวกล่าค่าหัวกันหลายท้องที่ เศรษฐกิจจมดิ่งแรงงานประท้วงเป็นรายวันกับค่ากินอยู่ถีบตัวทิ้งห่างค่าแรงไม่ติดฝุ่น ตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งไปที่ระดับหกเจ็บสิบเปอร์เซ็นต์ และไม่นับการประท้วงหนักๆ เรื่องการเมือง
กระแสนึงที่แรงๆ คือการแยกตัวเป็นรัฐอิสระเช่น อาเจ่ห์ อิเรียนจาย่า บางจังหวัดในสุมาตรา และหนักสุดติมอร์ตะวันออก บางกระแสว่าจะแยกเป็นห้าประเทศตามชื่อเกาะใหญ่ๆ หรือแยกไปอยู่ในรูปสหพันธรัฐ อีกกระแสก็มาแรงเรียกร้องการปฏิรูปใหญ่รีฟอมาซิระดับประเทศ
แผนที่เขตอาเจ่ห์หัวเกาะสุมาตราและนักรบรุ่นหลานของ GAM ที่ต่อสู้กับรัฐบาลกลางมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่อินโดฯ ประกาศอิสรภาพใหม่ๆ มีธงสัญลักษณ์ของกลุ่มเป็นฉากหลัง (ที่มา: www.c-r.org และ chinadaily.com.cn)
แผนที่อิเรียนจาย่าหรือชื่อปัจจุบันเวสปาปัวและชนพื้นเมืองที่ประกาศแยกตัว (ที่มา: freewestpapua.org และ www.humanosphere.org)
บี.เจ.ฮาบีบี้ วิศวกรดอกเตอร์ใหญ่ฉลาดหมือนรัฐมนตรีชัชชาติผู้แข็งแกร่งสุดในสามโลกเรียนจบด้านวิศวกรรมอากาศยานและใช้ชีวิตในเยอรมันนีเกือบยี่สิบปีก่อนจะถูกปะฮาร์โตดึงตัวกลับมาเพื่อพัฒนาอากาศยานแห่งชาติที่บันดุงโดยเฉพาะ อินโดฯ จึงมีเครื่องบินสร้างเองในช่วงสั้นๆ ฮาบีบี้ ขึ้นขัดตาทัพเป็นปธน.คนที่สามรับหน้าที่ในช่วงเปลี่ยนผ่านอย่างสาหัส ในช่วงปีกว่าบนตำแหน่งต้องตัดสินใจความเป็นตายของชาติหลายเรื่องเช่น
ต้องยอมให้ติมอร์ตะวันออกที่เป็นคนละเผ่าพันธุ์ต่างภาษาทำประชามติว่าจะแยกตัวเป็นรัฐอิสระหรืออยู่ร่วมกับอินโดฯ แบบปกครองตนเอง ภายใต้การสนับสนุนออกหน้าแข็งขันจากมิตรอย่างออสเตรเลีย ประเทศที่คนขาวพึ่งบุกยึดครองล้างเผ่าพันธุ์คนพื้นเมืองอะบอริจิ้นไม่กี่ร้อยปีมานี่เอง ช่างน่าขื่นขัน อินโดฯ ถอนกำลังทหารหลังการลงประชามติทันที ตามด้วยการนองเลือดกลางเมืองระหว่างพวกที่โปรอินโดฯ และพวกแยกตัวนานหลายเดือนกว่าที่ยูเอ็นจะควบคุมสถานการณ์ได้
แผนที่ติมอร์ะวันออกและธงประจำชาติ (ที่มา: redcross.tl และ dw.de)
ต้องยอมตั้งคณะสอบสวนเจ้านายเก่าของตัวเองอดีตปธน.ซูฮาร์โต และครอบครัวในข้อหาคอรัปชั่นร้ายแรง สุดท้ายบาซ่าบาซิจับล้างน้ำจบที่เฮ้าแอเรสต์และการยึดทรัพย์น้อยนิดเอาใจสังคมเพียงเท่านั้น
ยอมเปิดเสรีภาคการเมืองไม่ใช่มีแค่หนึ่งพรรคใหญ่โกลข่าของรัฐบาล สองพรรคย่อยเปเดอีและเปเปเปของกลุ่มมุสลิม เพื่อให้ได้ชื่อว่าประชาธิปไตยเต็มตัว
ยอมเปิดเสรีภาพของสื่อมวลชนการพูดคุยโต้เถียงเรื่องการเมืองของประชาชนกันอย่างเต็มที่ ห้ามการแบ่งแยกชาวจีนที่เคยถูกจัดเป็นอีกพวกตราหน้าว่าต่างชาติแยกชัดเจนจากชาวอินโดฯ พรีบูมิเหมือนในมาเลเซียที่มีการแยกบูมีปุตระออกจากชาวจีนชิน่าและแขกเอเชียใต้
ยอมแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งใหญ่เพื่อดึงความเป็นรัฐชาติไว้ให้ได้ กฏหมายสำคัญที่เป็นหัวใจว่าด้วยการกระจายอำนาจและรายได้ อุนดังอุนดังออโตโนมีแดราห์ หมายเลข 22/1999 หรือในภาษาอังกฤษชื่อ Regional Autonomy การปฏิรูปใหญ่ของประเทศเริ่มต้นจากกฏหมายเรื่องนี้
กฏหมายปฏิรูปประเทศครั้งประวัติศาสตร์ที่ทำให้อินโดฯ ยังคงสถานะความเป็นรัฐชาติไว้ได้ (ที่มา: birohukum.pu.go.id)
หลักใหญ่คือให้ท้องถิ่นระดับจังหวัดและอำเภอมีอำนาจจัดการตัวเองสูง อำนาจเดิมหลายอย่างที่เคยรวมศูนย์สั่งการจากส่วนกลางถูกถ่ายเทออกไปอย่างมาก เกิดการแบ่งแยกชัดเจนระหว่างการบริหารส่วนกลางและการบริหารส่วนท้องถิ่น เริ่มต้นด้วยการเลือกตั้งนายอำเภอและสภาผู้แทนทุกแห่งจากเดิมมีเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ หลังจากนั้นไม่กี่ปีตามด้วยการเลือกตั้งผู้ว่าทั่วประเทศ การขอใบอนุญาตต่างๆ ทำในท้องที่ได้ทันที การแก้ไขอัตราการจัดเก็บภาษีบำรุงพื้นที่ต่างๆ ด้วยตัวเอง การจัดสรรภาษีบุคคลธรรมดาระบบแปดสิบเข้าส่วนกลางยี่สิบลงท้องถิ่น
หรือแม้แต่การปันส่วนของรายได้จากทรัพยากรธรรมชาติระหว่างส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นเช่น น้ำมันแบ่งแปดสิบห้าต่อสิบห้า ก๊าซแบ่งเจ็ดสิบสามสิบ เหมืองแร่ ป่าไม้และการประมงแบ่งยี่สิบแปดสิบ นอกจากนั้นรายได้อีกยี่สิบห้าเปอร์เซนต์ของรัฐที่ได้หักปันส่วนแล้วยังต้องกระจายให้ท้องถิ่นโดยเฉพาะระดับอำเภอลงไป
สิ่งที่รัฐบาลส่วนกลางยังคงอำนาจไว้คือเรื่องความมั่งคง ต่างประเทศ เศรษฐกิจการลงทุน การออกกฎหมายระดับชาติเป็นต้น
สุดท้ายที่ฮาบีบี้ต้องยอมคือการเปิดทางให้มีการจัดการเลือกตั้งทั่วไปในกลางปี 2542 ไม่สามารถนั่งอยู่ในตำแหน่งจนครบวาระ ทั้งยังไม่สามารถผลักดันให้ตัวเองได้เป็นแคนดิเดทชิงปธน.ในนามของพรรคโกลข่าอีกด้วย อย่างไรต้องถือว่าเป็น ปธน.ที่กล้าหาญกล้าตัดสินใจนำพาประเทศที่อยู่ในภาวะล้มละลายสังคมขัดแย้งรุนแรงจนเกือบแตกเป็นเสี่ยงๆ ให้รอดพ้นฝูงหมาป่ามาได้ ซึ่งยากจะหาผู้นำคนไหนในโลกที่ทำได้แบบนี้แม้แต่รัฐมนตรีผู้แข็งแกร่งสุดท่านนั้นของเมืองไทย
ยุคเสรีภาพบานฉ่ำจึงมีถึง 48 พรรคการเมืองลงชิงชัยในการเลือกตั้งทั่วไปในปี 1999 (ที่มา: www.pustakasekolah.com)
บี.เจ.ฮาบีบี้ เทคโนแครตนิยมจากไปพร้อมกับการปิดฉากลงอย่างถาวรของยุคออเดอร์บารูซูฮาร์โตก้าวเข้าสู่ยุครีฟอมาซิปฏิรูปประเทศอย่างเต็มตัว

32 ปีที่ยาวนานของยุคเสรีภาพบางส่วนภายใต้อำนาจผูกขาดของปะฮาร์โต (ที่มา: prezi.com)
จันทบุรี 18 พฤษภาคม 2557












...เมื่อวานไปทำบุญเนื่องในวิสาขบูชาที่วัดไทย ฯ ...พบชาวอินโดนีเชียเป็นวิศวกรระบบเดินท่อน้ำมัน สองสามีภรรยา ...คุยกันเรื่องอาหาร ดินฟ้าอากาศ จนถึงเรื่องการบ้านการเมือง ...ประเทศอินโดนีเชียก็มีวิกฤติทางการเมืองไม่น้อยไปกว่าประเทศไทยนะคะ
ว่าไปซับซ้อนกว่าเมืองไทยครับ....ทั้งเรื่องชาติพันธุ์ ศาสนา การเมือง ความเหลื่อมล้ำ