สิทธิในเสรีภาพของคนต่างด้าว

“มนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมกับเสรีภาพ” จากคำกล่าวข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่า เสรีภาพในการกระทำสิ่งต่างๆเป็นสิ่งที่มีติดตัวมาพร้อมกับมนุษย์ทุกคน แม้ว่าในทางปฏิบัติเสรีภาพในบางเรื่องยังคงเป็นสิ่งที่รัฐต้องก้ามล่วงเข้าไปจำกัดสิทธิบางประการ เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง แต่เสรีภาพที่เป็นที่ยอมรับว่าเป็นเสรีภาพโดยแท้ของมนุษย์ก็ยังคงมีอยู่ อย่างเช่น เสรีภาพในการกำหนดชีวิตของตนเอง เป็นต้นว่ามีอิสระในการใช้ชีวิตสามารถเลือกได้ว่าต้องการใช้ชีวิตในรูปแบบใด สามารถเลือกถิ่นฐานที่อยู่ของตัวเองได้ และเสรีภาพที่สำคัญประการหนึ่ง ซึ่งป็นที่ยอมรับว่าเป็นเสรีภาพที่สำคัญที่สุดสำหรับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย คือเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น หรือ ที่คุ้นเคยกันในคำว่า Freedom of speech นั่นเอง

ทั้งนี้ตาม ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ 19 บัญญัติว่า "ทุกคนมีสิทธิในอิสรภาพแห่งความเห็นและการแสดงออก ทั้งนี้สิทธินี้รวมถึงอิสรภาพที่จะถือเอาความเห็นโดยปราศจากการแทรกแซง และที่จะแสวงหา รับและส่งข้อมูลข่าวสารและข้อคิดผ่านสื่อใดและโดยไม่คํานึงถึงพรมแดน"จากบทบัญญัติข้างต้นชี้ให้เห็นว่า เสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดเห็นนั้น เป็นสิทธิมนุษยชนอย่างหนึ่งซึ่งรัฐต้องมุ่งคุ้มครอง ทั้งนี้โดยหลักคือรัฐจะต้องทำการจำกัดสิทธิเท่าที่จำเป็นและสมควรเพื่อประโยชน์แห่งรัฐเท่านั้น

นอกจากนี้ใน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 45 บัญญัติว่า "บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น

การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ เกียรติยศ ชื่อเสียง สิทธิในครอบครัว หรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันหรือระงับความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชน"

เป็นการตอกย้ำหลักการตาม ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ในเรื่องของเสรีภาพในการแสดงออกให้หนักแน่นยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งรัฐธรรมนูญในมาตรานี้มุ่งคุ้มครองบุคคลทุกคน ซึ่งหมายรวมถึงอิสระในการแสดงออกทางความคิดของคนต่างชาติด้วย

ซึ่งเมื่อได้พิจารณาจากหลักการในเบื้องต้นมีกรณีที่น่าพิจารณาว่า การกระทำของรัฐบาลในการขับไล่ คุณ สาธิต เซกัลป์ เป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในเรื่องของกรแสดงออกทางความคิดเห็นหรือไม่

ในประเด็นนี้เห็นว่าการแสดงออกของนายสาธิต เซกัล เป็นการแสดงความคิดเก็นทางการเมืองในเวทีชุมนุมสาธารณะ ซึ่งเป็นการแสดงออกทางความคิดเห็นโดยชอบ จึงมีข้อน่าสงสัยว่าการ สั่งเนรเทศ สาธิต เซกัลป์ ตามกฎ พ.ร.บ. การเนรเทศ พ.ศ. 2499 เป็นไปโดยชอบหรือไม่ ซึ่งการที่จะมีอำนาจเนรเทศตามพ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวต้องปรากฏว่า การกระทำของนายสาธิต เซกัลป์ ส่งผลกระทบต่อรัฐจนถึงขั้นต้องเนรเทศ แต่ปรากฎตามข้อเท็จจริงว่าการกระทำของนายสาธิตนั้นไม่น่าจะเข้าข่ายที่รัฐบาลจะสามารถใช้อำนาจในการเนรเทศได้ เพราะเป็นแต่เพียงการแสดงออกทางความคิดเห็นทั่วๆไปทางการเมืองเท่านั้น ดังนั้นการกระทำดังกล่าวจึงเป็นการละเมิดสิทธิในการแสดงออกทางความคิดเห็น ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยโดนตั้งข้อสังเกตมากมายว่าในกรณีนี้เป็นการใช้อำนาจโดยไม่ชอบ หรือเป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่

ในกรณี้ข้าพเจ้าเห็นว่าการแสดงออกทางความคิดเห็นไม่ว่าจะโดยทั่วไปหรือการเมืองเป็นสิ่งที่ไม่ควรก้าวล่วงเป็นอย่างยิ่ง เพราะการแสดงออกทางความคิดเห็นนั้นนอกจากจะเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานแล้ว ยังเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนความคิดของประชาชน ทำให้ประชาชนคิดและตั้งคำถามกับความเชื่อของตนเองอยู่เสมอ ซึ่งนับเป็นกระบวนการที่สำคัญมากในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่อาจมีการเห็นต่างกันได้ การกระทำของรัฐบาลในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าไม่อาจเห็นพ้องด้วยได้ เพราะหากมองว่าการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกเป็นเรื่องธรรมดาเสียแล้ว ประเทศไทยก็คงไม่ต่างอะไรกับประเทศที่ปกครองในระบอบเผด็จการ

อ้างอิง

ถาวรชี้ศรส.ละเมิดสิทธิสาธิต เซกัล ผิดกฎหมาย แหล่งที่มา: www.posttoday.com/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87/276586/%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%AA-%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%95-%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A5 /ิดกฎหมาย แหล่งทีสาธิต เซกัล..14 พฦษภาคม 2557

ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน แหล่งที่มา: http://www.mfa.go.th/humanrights/images/stories/book.pdf 14 พฦษภาคม 2557

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.. 2550แหล่งที่มา: http://www.ombudsman.go.th/10/documents/law/Constitution2550.pdf 14 พฦษภาคม 2557