การแสดงความคิดเห็นเป็นการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นของตนเองให้ผู้อื่นได้รับทราบซึ่งการแสดงความเห็นออกไปในแต่ละครั้งนั้นอาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับหลายๆคนแต่การแสดงความเห็นเป็นสิ่งสำคัญเพราะจะนำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงสิ่งต่างๆให้ดียิ่งขึ้นจึงมีการบัญญัติรารแสดงความคิดเห็นเป็นการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นของตนเองให้ผู้อื่นได้รับทราบซึ่งการแสดงความเห็นออกไปในแต่ละครั้งนั้นอาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับหลายๆคนแต่การแสดงความเห็นเป็นสิ่งสำคัญเพราะจะนำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงสิ่งต่างๆให้ดียิ่งขึ้นจึงมีการบัญญัติรับรองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น(1)
ตามกติกาว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองข้อที่ 19 บัญญัติว่า “บุคคลมีสิทธิและเสรีภาพในความเห็นและการแสดงออกสิทธินี้รวมถึงเสรีภาพที่จะยึดมั่นในความคิดเห็นโดยปราศจากการสอดแทรก และที่จะแสวงหารับตลอดจนการแจ้งข่าวรวมทั้งความคิดเห็นโดยผ่านสื่อใดๆโดยมิต้องคำนึงถึงเขตแดน”(2)
และตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ. 2550 มาตรา 45"บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นการพูดการเขียนการพิมพ์การโฆษณาและการสื่อความหมายโดยวิธีอื่นการจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพเกียรติยศชื่อเสียงสิทธิในครอบครัวหรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือเพื่อป้องกันหรือระงับความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชน" มาตรา 56 "บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับทราบและเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยราชการ..."มาตรา 57 "บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับข้อมูลคำชี้แจงและเหตุผลจากหน่วยราชการ...และมีสิทธิแสดงความคิดเห็นของตนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปประกอบการพิจารณาในเรื่องดังกล่าว..." รวมถึงขัดต่อกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองซึ่งให้การรับรองและคุ้มครองไว้ในฐานะสิทธิขั้นพื้นฐานอาทิ "บุคคลทุกคนมีสิทธิที่จะมีความคิดเห็นโดยปราศจากการแทรกแซงบุคคลทุกคนมีสิทธิในเสรีภาพแห่งการแสดงออกสิทธินี้รวมถึงเสรีภาพที่จะแสวงหารับและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและความคิดทุกประเภทโดยไม่คำนึงถึงพรมแดนทั้งนี้ไม่ว่าด้วยวาจาเป็นลายลักษณ์อักษรหรือการตีพิมพ์ในรูปของศิลปะหรือโดยอาศัยสื่อประการอื่นตามที่ตนเลือก"(3)
จากกรณีศึกษานายสาธิต เซกัลนั้น สาธิต เซกัลได้ขึ้นเวที กปปส. ได้แสดงความจงรักภักดีต่อพระเจ้าอยู่หัว โดยไม่ได้โจมตีฝ่ายใด ต่อมารัฐบาลได้มีคำสั่งเนรเทศนายสาธิต เซกัลออกจากราชอาณาจักร โดยอ้างว่า การอยู่อาศัยในประเทศของนายสาธิต เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ ดังนี้ข้าพเจ้าสามารถวิเคราะห์ได้จาก กติกาว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองข้อที่ 19 ว่า นายสาธิตก็เป็นบุคคลก็ต้องย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในความเห็นและการแสดงออก อีกทั้งตามรัฐธรรมนูญไทยมาตรา 45 ก็ให้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิด การพูด การเขียนการโฆษณา และการจำกัดเสรีภาพนั้น จะกระทำมิได้เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติของกฎหมาย เฉพาะเพื่อการรักษาความมั่นคงของรัฐ ความเป็นอยู่ของบุคคลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย แต่จากข้อเท็จจริง นายสาธิตแสดงความคิดเห็นของตน โดยไม่ได้ทำให้เกิดความไม่มั่นคงในราชอาณาจักร หรือทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยแต่อย่างใดเลย แล้วเหตุใด รัฐบาลจึงสามารถจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกของนายสาธิต เซกัลได้?
ที่มา
(1) http://www.l3nr.org/posts/367580
(2) http://www.baanjomyut.com/library/human/page1.html
(3) http://www.l3nr.org/posts/367580