จากเว็บไซด์: https://www.google.co.th/url?sa=i&rct=j&q=&esrc=s&...

           การดำรงชีพของมนุษย์นั้นนอกจากอาศัยปัจจัยสี่ เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค อาหารและที่อยู่อาศัย ยังต้องอาศัยปัจจัยต่างๆอีกหลายอย่างเพื่อความอยู่รอดในชีวิต ซึ่งเงินอาจไม่ใช่ปัจจัยสี่ก็ตามแต่ก็ไม่อาจปฎิเสธได้ว่าเงินนั้นมีความจำเป็นในการใช้จ่ายเพื่อหาเลี้ยงชีพได้และความสุขภายนอกได้ ทุกคนจึงเป็นต้องทำงาน หารายได้เพื่อเลี้ยงชีพตน ซึ่งสิทธิในการประกอบอาชีพถือเป็นสิทธิมนุษยชนที่ถูกบัญญัติรับรองไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษย์ข้อที่ 23บัญญัติว่า(1)

“(1) ทุกคนมีสิทธิในการทํางาน ในการเลือกงานโดยอิสระ ในเงื่อนไขที่ยุติธรรมและเอื้ออํานวยต่อการทำงานและในการคุ้มครองต่อการว่างงาน ” กล่าวคือ ทุกคนมีสิทธิและเสรีในการประกอบอาชีพ โดยปราศจากการถูกเลือกปฎิบัติไม่ว่าจะแบบใดก็ตาม เว้นแต่ตามลักษณะของงานนั้นๆ

           คนต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย นั้นมีจำนวนมากทั้งต่างด้าวที่เข้าเมืองมาถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตามคนต่างด้าวในฐานะที่เป็นมนุษย์คนหนึ่งพวกเขาย่อมมีสิทธิในการประกอบอาชีพที่เป็นสิทธิมนุษยชน แต่ประเทศไทยนั้นได้มีการจำกัดการประกอบอาชีพของคนต่างด้าวนี้ไว้ ตามบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดงานในอาชีพและวิชาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ พ.ศ. ๒๕๒๒(2) ซึ่งกำหนดอาชีพต้องห้ามของคนต่างด้าวไว้ดังนี้

“(๑) งานกรรมกร ยกเว้นงานกรรมกรในเรือประมงตาม (๒) งานที่ห้ามคนต่างด้าวทำตาม (๑) ไม่ใช้บังคับแก่คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองภายใต้ข้อตกลงว่าด้วยการจ้างแรงงานระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งชาติอื่น และคนต่างด้าวที่ได้รับการกำหนดสถานะให้เป็นคนเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายและมีใบสำคัญถิ่นที่อยู่ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง

(๒) งานกสิกรรม งานเลี้ยงสัตว์ งานป่าไม้ หรืองานประมง ยกเว้นงานที่ใช้ความชำนาญงานเฉพาะสาขา งานควบคุมดูแลฟาร์ม หรืองานกรรมกรในเรือประมงทางทะเล

(๓) งานก่ออิฐ งานช่างไม้ หรืองานก่อสร้างอื่น

(๔) งานแกะสลักไม้

(๕) งานขับขี่ยานยนต์ หรืองานขับขี่ยานพาหนะที่ไม่ใช้เครื่องจักรหรือเครื่องกลยกเว้นงานขับขี่เครื่องบินระหว่างประเทศ

(๖) งานขายของหน้าร้าน

(๗) งานขายทอดตลาด

(๘) งานควบคุม ตรวจสอบ หรือให้บริการทางบัญชี ยกเว้นงานตรวจสอบภายในเป็นครั้งคราว

(๙) งานเจียระไน หรือขัดเพชรหรือพลอย

(๑๐) งานตัดผม งานดัดผม หรืองานเสริมสวย

(๑๑) งานทอผ้าด้วยมือ

(๑๒) งานทอเสื่อ หรืองานทำเครื่องใช้ด้วยกก หวาย ปอ ฟาง หรือเยื่อไม้ไผ่

(๑๓) งานทำกระดาษสาด้วยมือ

(๑๔) งานทำเครื่องเขิน

(๑๕) งานทำเครื่องดนตรีไทย

(๑๖) งานทำเครื่องถม

(๑๗) งานทำเครื่องทอง เครื่องเงิน หรือเครื่องนาก

(๑๘) งานทำเครื่องลงหิน

(๑๙) งานทำตุ๊กตาไทย

(๒๐) งานทำที่นอนหรือผ้าห่มนวม

(๒๑) งานทำบาตร

(๒๒) งานทำผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมด้วยมือ

(๒๓) งานทำพระพุทธรูป

(๒๔) งานทำมีด

(๒๕) งานทำร่มกระดาษหรือผ้า

(๒๖) งานทำรองเท้า

(๒๗) งานทำหมวก

(๒๘) งานนายหน้า หรืองานตัวแทน ยกเว้นงานนายหน้าหรืองานตัวแทนในธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ

(๒๙) งานในวิชาชีพวิศวกรรม สาขาวิศวกรรมโยธา ที่เกี่ยวกับงานออกแบบและคำนวณ จัดระบบ วิจัย วางโครงการทดสอบ ควบคุมการก่อสร้าง หรือให้คำแนะนำ ทั้งนี้ ไม่รวมงานที่ต้องใช้ความชำนาญพิเศษ

(๓๐) งานในวิชาชีพสถาปัตยกรรมที่เกี่ยวกับงานออกแบบ เขียนแบบ ประมาณราคา อำนวยการก่อสร้าง หรือให้คำแนะนำ

(๓๑) งานประดิษฐ์เครื่องแต่งกาย

(๓๒) งานปั้นหรือทำเครื่องปั้นดินเผา

(๓๓) งานมวนบุหรี่ด้วยมือ

(๓๔) งานมัคคุเทศก์ หรืองานจัดนำเที่ยว

(๓๕) งานเร่ขายสินค้า

(๓๖) งานเรียงตัวพิมพ์อักษรไทยด้วยมือ

(๓๗) งานสาวหรือบิดเกลียวไหมด้วยมือ

(๓๘) งานเสมียนพนักงานหรืองานเลขานุการ

(๓๙) งานให้บริการทางกฎหมายหรืออรรถคดี ยกเว้น

(ก) งานปฏิบัติหน้าที่อนุญาโตตุลาการ

(ข) งานว่าต่างแก้ต่างในชั้นอนุญาโตตุลาการ ถ้ากฎหมายซึ่งใช้บังคับแก่ข้อพิพาทที่พิจารณาโดยอนุญาโตตุลาการนั้นมิใช่กฎหมายไทย หรือเป็นกรณีที่ไม่ต้องขอบังคับคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการนั้นในราชอาณาจักรไทย”

            หากพิจารณากรณีครอบครัวหม่องภาที่อพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทย น้องดวงตาที่มีสถานะเป็นคนต่างด้าวเนื่องจากพ่อและแม่เป็นคนในประเทศเมียนมาร์และน้องดวงตาเองก็ได้เกิดที่เมียนมาร์ จึงมีสัญชาติเมียนมาร์โดยอาศัยหลักสืบสายโลหิตจากบิดามารดา และหลักดินแดน หากน้องดวงตาเรียนจบการศึกษาแล้วต้องการที่จะประกอบอาชีพอาจจะได้รับผลกระทบตามบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดงานในอาชีพและวิชาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ พ.ศ. ๒๕๒๒ นี้ได้ เพราะอาชีพดังกล่าวได้สงวนไว้แก่คนสัญชาติไทยเท่านั้น แม้ว่าน้องดวงตาในฐานะที่เป็นมนุษย์ผู้มีสิทธิในการเลือกประกอบอาชีพโดยเสรีตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนก็ตาม แต่น้องดวงตาก็ไม่อาจเลือกประกอบอาชีพตามที่ได้บัญญัติไว้ดังกล่าวได้

            จึงเกิดประเด็นที่ต้องพิจารณาว่าการสงวนอาชีพดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิในการประกอบอาชีพของคนต่างด้าวหรือไม่ สำหรับตัวผู้เขียนแล้ว การสงวนอาชีพดังกล่าวไว้ให้กับคนสัญชาติไทยนั้น อาจถือเป็นการละเมิดสิทธิในการประกอบอาชีพของคนต่างด้าวได้ เพราะคนต่างด้าวอยู่ในสถานะผู้ทรงสิทธิในการประกอบอาชีพตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนได้รับรองไว้ ถึงแม้ว่าคนต่างด้าวไม่ทำอาชีพดังกล่าวก็ยังสามารถประกอบอาชีพอื่นที่ถูกกฎหมายได้อยู่ก็ตามแต่ในฐานะที่เป็นมนุษย์คนหนึ่งพวกเขาควรได้รับโอกาสในการแสวงหาชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้กับชีวิต โดยการมีสิทธิเสรีภาพในการเลือกงานให้กับตนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ถ้าหากว่ารัฐมีการจำกัดสิทธิเสรีภาพมากเกินไปจนทำให้ไม่สามารถใช้สิทธิเหล่านั้นได้เลยหรือได้รับความเดือดร้อนหรือผลกระทบจากการจำกัดสิทธินั้นก็จะถือว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนได้ อีกทั้งในความเป็นจริงชีวิตของคนต่างด้าวที่มาอาศัยยังต่างแดนนั้นย่อมประสบพบเจอกับปัญหาความยากลำบากในชีวิตอยู่แล้ว แม้จะมีการจำกัดไว้แค่บางส่วนก็ตามก็ไม่ควรให้พวกเขาแบกรับภาระที่หนักเกินไปหรือเผชิญแต่ปัญหารอบด้าน  ซึ่งการจำกัดสิทธิในการะกอบอาชีพของคนต่างด้าวนั้นอาจเกิดเป็นปัญหาสังคมตามมาก็ได้  เพราะเมื่อชีวิตของมนุษย์ที่มีทางเลือกน้อยหรือไม่ได้รับโอกาสที่ดี  อาจทำให้พวกเขาตัดสินทำในสิ่งที่ไม่ชอบกฎหมายด้วยก็ได้  ดังนั้นการจะจำกัดสิทธิใดๆจะต้องคำนึงถึงผู้ได้รับผลกระทบที่ตามมาเสมอเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้อื่น

_________________________________________________________________________________________

(1) ปฏิญญาสกลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน,สืบค้นเมื่อ17พฤษภาคม ,ปี2557,จากเว็บไซด์:http://www.mfa.go.th/humanrights/images/stories/book.pdf

(2) พระราชกฤษฎีกา กำหนดงานในอาชีพและวิชาชีพที่ห้ามคนต่างด้าว,สืบค้นเมื่อ 17พฤษภาคม,ปี2557,จากเว็บไซด์:http://www.sobsuan.com/modules.phpname=Forums&file=viewtopic&p=5500&sid=5639cede4b6b66a0b6b4cee9d7b4d1f6