
จากเว็บไซด์:https://www.google.co.th/search?q=%E0%B8%84%E0%B8%...
ปัจจุบันประเทศต่างๆมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจหรือสังคมวัฒนธรรมเป็นต้น จึงทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานที่อยู่ของมนุษย์เพื่อแสวงหาความเป็นอยู่ที่ดีให้กับชีวิตหรือที่เรียกว่ามนุษย์ข้ามชาติ หมายถึง คนที่มีที่อยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่ง มีการเคลื่อนย้ายถิ่นที่อยู่จากที่เดิมไปยังประเทศใหม่ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม ซึ่งการสร้างถิ่นที่อยู่อาศัยก็อาจถือเป็นการสร้างรากฐานชีวิตครอบครัวอย่างหนึ่งอีกด้วย
หากกล่าวถึงครอบครัวข้ามชาติที่เข้าในประเทศไทยนั้นมีจำนวนมากส่วนใหญ่มักเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่เข้ามาอาศัยและตั้งถิ่นฐานอยู่ในประเทศ ซึ่งคนเหล่าอาจตกอยู่ในสถานะเป็นคนเข้าเมืองผิดกฎหมายได้และมักประสบกับปัญหาความยากลำบากในการดำรงชีวิต
ดังกรณีศึกษาของครอบครัวเจดีย์ทองซึ่งเป็นตัวอย่างของครอบครัวข้ามชาติครอบครัวหนึ่งที่มีจุดเกี่ยวพันกับทั้งรัฐไทยและรัฐมาเลเซีย ซึ่งประกอบไปด้วยนายอาทิตย์ เจดีย์ทองเป็นคนสัญชาติไทยตกลงอยู่กินฉันสามีภรรยากับนางแพทริเซียชาวมาเลเซียในประเทศไทย ซึ่งนางสาวแพทริเซียถือหนังสือเดินทางที่ออกโดยกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย และเอกสารนี้ได้รับรองว่า นางสาวแพทริเซียมีสถานะเป็นคนสัญชาติมาเลเซีย รัฐมาเลเซียจึงมีสถานะเป็น “รัฐเจ้าของตัวบุคคล (Personal State)” ของนางสาวแพทริเซีย อันเนื่องมาจากการได้รับการรับรองสถานะความเป็นคนสัญชาติมาเลเซีย และรัฐไทยอาจเป็นรัฐเจ้าของตัวบุคคลได้เพราะจากข้อเท็จจริงนางแพทริเซียก็มีถิ่นที่อยู่อาศัยในแผ่นดินไทย
ต่อมานางสาวแพทริเซีย และนายอาทิตย์ได้มีบุตรด้วยกัน 3 คน โดยเด็กทั้งสามคนได้รับการแจ้งเกิดและมีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎรของรัฐไทย บุตรทั้งสามคนได้รับสัญชาติไทยตามบิดาและตามหลักดินแดนพิจารณาได้มาตรา๗ (๒)แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งวางหลักว่า “บุคคลผู้เกิดในราชอาณาจักรไทย ย่อมมีสิทธิในสัญชาติไทยโดยการเกิด ยกเว้นบุคคลตาม มาตรา 7ทวิ วรรคหนึ่ง”ซึ่งเด็กทั้งสามคนก็มิได้ปรากฎลักษณะเข้าตามมาตรา 7 ทวิ วรรค หนึ่งแต่อย่างใด เพราะบุตรทั้งสามคนนั้นเกิดจากบิดาที่มีสัญช่ติไทยมิได้เกิดจากบิดาและมารดาที่เป็นต่างด้าวทั้งคู่ จึงมีสิทธิได้รับสัญชาติไทย และยังอาจได้รับสัญชาติมาเลเซียที่ถือตามมารดาได้อีกด้วยแต่เด็กทั้ง3คนนั้นยังไม่ได้รับการแจ้งเกิดในทะเบียนราษฎรของรัฐมาเลเซีย
เมื่อรัฐไทยบันทึกว่านางสาวแพทริเซียเป็นบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน และบันทึกในทะเบียนประวัติ ประเภท ท.ร.38 ก. (ทะเบียนราษฎรที่ใช้สำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน หรือคนไร้รัฐ) แสดงว่านางแพทริเซียตกอยู่ในสถานะคนไร้รัฐทั้งที่ความจริงแล้วเธอไม่ได้ไร้รัฐ และได้รับการออกบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางการเมือง (บัตรเลข 0)และได้รับใบอนุญาตทำงานในสถานะคนไร้สัญชาติ ซึ่งการเป็นคนไร้รัฐนั้นอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำนิติกรรมของนางแพทริเซียได้เช่น ในเรื่องของสัญญาจ้างแรงงาน และอาจทำให้นางแพทริเซียไม่อาจได้รับสิทธิประโยชน์ของคนสัญชาติมาเลเซียอีกด้วย
อ้างอิงจาก:รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร,กรณีศึกษาครอบครัวเจดีย์ทอง : รัฐใดบ้างที่มีสถานะเป็นรัฐเจ้าของตัวบุคคลของนางแพทริเซีย คนสัญชาติมาเลเซียที่แสดงตนเป็น "บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน"? ,สืบค้นเมื่อ11พฤษภาคม,ปี2557,จากเว็บไซด์: http://www.gotoknow.org/posts/551117