อนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย .. 2494ให้คำนิยามและความหมายของสถานภาพผู้ลี้ภัยว่า ผู้ลี้ภัยหมายถึง  บุคคลที่จำเป็นต้องทิ้งประเทศบ้านเกิดของตนเอง เนื่องจากความหวาดกลัวการถูกประหัตประหารหรือได้รับการคุกคามต่อชีวิตเนื่องจากสาเหตุข้อหนึ่งข้อใด เช่นเชื้อชาติศาสนาสัญชาติสมาชิกภาพในกลุ่มทางสังคม สมาชิกภาพในกลุ่มความคิดทางการเมือง

ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างรวมไปถึงชีวิตความเป็นอยู่ บ้านเรือนและแม้แต่ครอบครัว ผู้ลี้ภัยแตกต่างจากแรงงานต่างด้าวเพราะแรงงานต่างด้าวเดินทางออกนอกประเทศของตนโดยสมัครใจเพื่อหาโอกาสทางเศรษฐกิจ ในขณะที่ผู้ลี้ภัยไม่อาจพึ่งพาความคุ้มครองจากรัฐบาลของตนเอง พวกเขาถูกบังคับให้หนีจากประเทศของตนเองจึงจำเป็นที่ประชาคมนานาชาติต้องให้ความช่วยเหลือ และให้ความคุ้มครองผู้ลี้ภัยเหล่านั้น(1)

แต่ประเทศไทยเราไม่ได้เข้าร่วมเป็นภาคีในอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพของผู้ลี้ภัย พ.ศ. 2494 ประเทศไทยจึงมองผู้ลี้ภัยในแง่มุมของ "ผู้หนีภัยความตาย" เสียมากกว่า

แม้ไทยจะไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาฉบับนี้ก็ตาม แต่ไทยจะผลักดันให้ผู้หนีภัยจากการสู้รบออกจากประเทศในทันทีไม่ได้ ตามหลักสิทธิมนุษยชน มนุษย์ย่อมมี "สิทธิการมีชีวิต" การลี้ภัยเป็นไปตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน หรือ UHDR ข้อ3ที่ระบุว่า "บุคคลมีสิทธิในการดำรงชีวิต ในเสรีธรรมและในความมั่นคงแห่งร่างกาย (everyone has the right to life, liberty and security of person)  และเมื่อวันที่29ตุลาคม พ.ศ.2539รัฐบาลไทยยอมรับที่จะผูกพันตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ค.ศ.1966หรือ ICCPRซึ่งข้อ  6 (1) ของกติกาฯนี้ก็กำหนดในลักษณะเดียวกันว่า "มนุษย์ทุกคนย่อมมีสิทธิโดยธรรมชาติในการดำรงชีวิต สิทธินี้ย่อมได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ไม่มีบุคคลใดสามารถล่วงชีวิตของใครได้ (everyone human being has the inherentright to life. This right shall be protect by law. No one shall arbitratily deprivedof his life.) ดังนั้นการผลักดันคนหนีภัยความตายออกไปสู่ความตายจึงมิอาจทำได้ เนื่องจากจะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และนำไปสู่การละเมิดสนธิสัญญาทั้ง 2 ฉบับข้างต้น ซึ่งจะทำให้ความน่าเชื่อถือในด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยนั้นลดลงไปอย่างมาก (2)

จากกรณีศึกษาเหตุการณ์สงครามกลางเมืองในประเทศซีเรีย การกระทำของรัฐบาลซีเรียเป็นการละเมิดปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนข้อ 20 หลักว่า (1) ทุกคนมีสิทธิในอิสรภาพแห่งการชุมนุมและการสมาคมโดยสันติ เนื่องมาจากประชาชนซีเรียไม่พอใจกับการปกครองประเทศของรัฐบาลซึ่งเป็นการปกครองแบบเผด็จการ อำนาจในการปกครองประเทศอยู่ในมือของตระกูลเดียวเป็นเวลายาวนาน จากรุ่นพ่อสืบต่อถึงรุ่นลูก เมื่อชาวซีเรียมีความคิดที่แตกต่างจากรัฐบาลซึ่งพวกเขาก็มีอิสระในการสมาคมตาม (2) บุคคลใดไม่อาจถูกบังคับให้สังกัดสมาคมหนึ่งได้ ดังนั้นชาวซีเรียจึงมีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะแสดงออกว่าไม่เห็นด้วยกับการปกครองในรูปแบบนี้ ผ่านการชุมนุมโดยสงบ (3)

เมื่อสังเกตจากอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย พ.ศ. 2494 ที่ให้ความหมายของผู้ลี้ภัยไว้ว่า บุคคลที่จำต้องทิ้งประเทศบ้านเกิดของตน เนื่องจากความหวาดกลัวการถูกประหัตประหารหรือได้รับการคุกคามต่อชีวิตเนื่องจาก... "สมาชิกภาพในกลุ่มความคิดทางการเมือง" และแม้ไทยจะไม่ได้เป็นภาคีในอนุสัญญาฉบับนี้ก็ตาม แต่หากมีผู้ลี้ภัย หรือ ผู้หนีภัยความตาย เข้ามาในประเทศไทย เราก็ควระจะให้คนเหล่านั้น "มีสิทธิในการดำรงชีวิตในเสรีธรรมและในความมั่นคงแห่งร่างกาย" และให้คนเหล่านั้นได้ใช้สิทธิ "โดยธรรมชาติในการดำรงชีวิต" และสิทธินี้ย่อมได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย โดย "ไม่มีใครสามารถล่วงชีวิตของใครได้" 

ที่มา

1. ผู้ลี้ภัยคือใคร https://www.unhcr.or.th/th/refugee/about_refugee

2. เรื่องสิทธิมนุษยชน : ผู้ลี้ภัยคือใคร www.fpps.or.th/news.php?detail=n1069918585.news

3. ประวัติศาสตร์ความขัดแย้งในซีเรียจากสงบจนปะทุ http://hilight.kapook.com/view/90267

1-3 ค้นหาเมื่อ วันที่ 16 พ.ค. 2557