"Amazing Grace" คือภาพยนต์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของ วิลเลียม วิลเบอร์ฟอร์ซ นักอุดมการณ์หนุ่มผู้เชื่อมั่นในพระเจ้า ที่ต่อสู้บากบั่นเพื่อคนหลายล้านคนที่ถูกมองเป็นเพียงสิ่งของที่สามารถซื้อขาย รับใช้คนอื่นได้ หรือที่เรียกว่า"ทาส"
เมื่อ 200ปีที่แล้ว อังกฤษเป็นประเทศมหาอำนาจ เป็นประเทศที่มีการค้าขายทาสมากที่สุดในโลก และเป็นประเทศที่ วิลเลียม วิลเบอร์-ฟอซได้ถือกำเนิดขึ้นในครอบครัวคริสเตียนที่เคร่งครัด
Amazing Grace ถ่ายทอดเรื่องราวการปฏิบัติอย่างโหดร้ายของชาวอังกฤษต่อทาสผิวสีชาวแอฟริกันสมัยก่อน โดยทาสเป็นเพียง"สิ่งของ"ชิ้นหนึ่ง ที่สามารถซื้อขายหรือนำมาพนันได้ หรือ เป็นเพียงสัตว์ในแง่ของการใช้งานและที่พักอาศัย และทาสถือเป็นแรงงานสำคัญของประเทศอังกฤษ
วิลเลียม ได้พยายามร่างกฎหมายยกเลิกการค้าทาส แต่ขุนนางผู้มีอำนาจเห็นว่าทาสเป็นสิ่งสำคัญต่อตนมาก และไม่ต้องการให้ร่างกฎหมายของวิลเลียมผ่านสภา ขุนนางเหล่านี้จึงพยายามขัดขวางไม่ให้ร่างกฎหมาของวิลเลียมผ่านสภาไปได้
ด้วยการที่ยังเป็นวัยรุ่น แม้จะมีไฟอันร้องแรงในการเปลี่ยนแปลง แต่ก็มักจะขาดความใจเย็นและไม่รู้การค่อยเป็นค่อยไป แต่สุดท้าย
วิลเลียมได้เรียนรู้ว่า ปัญหาบางอย่างต้องใช้เวลาในการแก้ไข เพราะบางสิ่งนั้นถูกผูกไว้แน่นเกินกว่าที่เค้าจะสามารถคลายมันออกได้ในเวลาอันรวดเร็ว
สุดท้าย วิลเลียมใช้เวลา 20 ปีในจึงสามารถเลิกทาสได้สำเร็จ สำหรับบางคนอาจจะคิดว่าเวลา 20 ปีนี้เป็นเวลาที่เยอะมาก แต่สำหรับ
วิลเลียมเค้าคงไม่คิดเช่นนั้นแน่นอน เพราะ 20 ปีแลกกับหลายร้อยหลายพันหลายหมื่นชีวิตของทาสนั้นมันเกินกว่าคุ้มค่าแน่นอน
สิ่งที่ข้าพเจ้าได้รับจากหนังเรื่อง Amazing Grace
1. ข้าพเจ้าได้รู้ประวัติความเป็นมาของการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนดั่งที่ข้าพเจ้าคาดหวังไว้
2. ข้าพเจ้าได้รู้ว่าการที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งใดๆล้วนต้องใช้เวลาและความอดทน
3. ข้าพเจ้าได้ซึมซับความรู้สึกของการถูกกดขี่ โดนกระทำเยี่ยงไม่ใช่คน
4. ข้าพเจ้าได้รับรู้ถึงความรู้สึก ความพยายามของ วิลเลียม วิลเบอร์ฟอร์ซ ผู้ที่ต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน
