HR-LLB-TU-2556-TPC-กฏหมายระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชนในไทย


            สนธิสัญญา (Treaty) เป็นคำกว้างๆ ใช้สำหรับความหมายโดยทั่วไปเกี่ยวกับสัญญาที่ทำระหว่างบุคคลในระหว่างประเทศ (รัฐ รัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศ) โดยก่อให้เกิดสิทธิและพันธกรณีระหว่างกันภายใต้บังคับกฎหมายระหว่างประเทศ ในความเข้าใจของบุคคลทั่วไป คำนี้อาจหมายถึง “ความตกลงระหว่างประเทศ”

           สิทธิมนุษยชนนั้นเป็นสิทธิที่มีความสำคัญกับทุกคนที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นมนุษย์  ซึ่งแม้จะมีการรับรองสิทธิมนุษยชนไว้ในกฎหมายต่างๆภายในประเทศ  แต่ปัจจุบันยังเกิดปัญหาการเข้าไม่ถึงสิทธิของตนเองในคนบางกลุ่มจึงทำให้ต้องมีการส่งเสริมและผลักดันให้มนุษย์ทุกคนสามารถเข้าถึงสิทธิของตนได้ในตามความเป็นจริง 

     จากแนวคิดดังกล่าวปัจจุบันจึงได้มีการร่างอนุสัญญาระหว่างประเทศที่เกี่ยวเนื่องด้วยสิทธิมนุษยชนขึ้นหลายฉบับเพื่อส่งเสริมให้มีการเข้าร่วมเป็นรัฐภาคีในอนุสัญญาเพื่อให้มีการช่วยกันตระหนักถึงและรับรองสิทธิมนุษยชนในระดับระหว่างประเทศให้ช่วยกันขจัดปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยในปัจจุบันมีอนุสัญญาที่ไทยเข้าร่วมเป็นรัฐภาคีทั้งหมด 7 ฉบับดังนี้

-อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ - ICERD

-กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง - ICCPR

-กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม - ICESCR

-อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ - CEDAW

-อนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติ หรือการลงโทษอื่นๆ ที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรี - CAT

-อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก - CRC

-อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ-CRPD

        จากที่ข้าพเจ้าได้ศึกษาในเรื่องสิทธิมนุษยชนนั้นจึงขอยกตัวอย่างจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในสังคมที่มีความเกี่ยวข้องกับกฏหมายระหว่างประเทศที่ว่าด้วยสิทธิมนุษยขนจากเรื่องราวของน้องผักกาด

<p>         น้องผักกาด เกิดในโรงพยาบาล แม่สอดจังหวัดตาก มีอาการสมองบวม มารดาซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นชาวพม่า จึงได้ทิ้งน้องผักกาดไว้ในโรงพยาบาล ซึ่งโรงพยาบาลก็ไม่ได้มีการแจ้งเกิดน้องผักกาดแต่อย่างใด เพราะตาดว่าน้องผักกาดไม่น่าจะมีชีวิตรอดอยู่ได้ แต่ก็เกิดปัญหาว่าน้องผักกาด สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ จนปัจจุบันมีอายุถึง 8 ปี กล่าวคือ น้องผักกาด ซึ่งควรจะได้รับการแจ้งเกิด มีสิทธิได้รับการคุ้มครองจากรัฐ ก็ไม่ได้ ทำให้น้องผักกาดอยู่ในสถานะภาพไร้รัฐ ไร้สัญชาติ แม้ว่ากรณีน้องผักกาดจะถือเป็นความโชคร้ายอย่างหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ก็เป็นโชคดีที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ให้ความสนใจกับปัญหาคนไร้รัฐ เข้าไปให้ ช่วยเหลือ</p><p>        ซึ่งหากพิจารณาตามอนุสัญญษสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิเด็กแล้วได้มีการรับรองในเรื่องของการจดทะเบียนรับรองการเกิดของเด็กไว้ในข้อที่7ของอนุสัญญา ว่าเด็กนั้นจะต้องได้รับการจดทะเบียนการเกิดทันทีหลังการเกิดและจะมีสิทธิที่จะมีชื่อตั้งแต่เกิด  และสิทธิที่จะได้สัญชาติ และสิทธิที่จะรู็จัก และได้รับการเลี้ยงดูจากบิดา  มารดาของตน</p><p>       โดยอนุสัญญาฉบับดังกล่าวนั้นี่ไทยได้ร่วมเป็นภาคีในอนุสัญญาจึงทำให้ประเทศไทยนั้นมีข้อผูกมัดที่จะต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาข้อดังกล่าวด้วย  จึงสามารถพิจารณาได้ว่าประเทศไทยนั้นจึงต้องมีหน้าที่จดทะเบียนการเกิดให้แก่น้องผักกาดด้วย</p>

หมายเลขบันทึก: 568173เขียนเมื่อ 16 พฤษภาคม 2014 16:46 น. ()แก้ไขเมื่อ 16 พฤษภาคม 2014 16:46 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี