ตอบคุณนิตยาเรื่องสิทธิในสัญชาติไทยของบุคคลที่เกิดในประเทศไทยใน พ.ศ.๒๕๓๘ แต่เกิดนอกโรงพยาบาล
โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร
เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๗
https://www.facebook.com/note.php?saved&¬e_id=10152408623538834
---------
คำถาม
---------
เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๗ คุณนิตยา อีเมลล์ผ่าน gotoknow.org มาหารือ อ.แหวว โดยให้ชื่ออีเมลล์ว่า “การขอสัญชาติของบุคคลบนพื้นที่สูง (ไม่ใช่ชาวเขา)” โดยคุณนิตยาเล่าว่า
“สวัสดีค่ะ อาจารย์ หนูติดตามเว็บของอาจารย์มานานแล้วค่ะ หนูเองก็เป็นบุคคลบนพื้นที่สูง (ไม่ใช่ชาวเขา) เกิดปี พ.ศ.๒๕๓๘ สถานที่เกิด คือประเทศไทย บิดาและมารดาก็ถือบัตรบุคคลบนพื้นที่สูง
ปัจจุบันทำงานที่รร. และเรียนทางไกลของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช หนูพอจะทราบข้อมูลมาว่า บุคคลที่เกิด ปี ๒๕๓๘ สามารถขอสัญชาติด้วยมาตรา ๗ ทวิได้ แต่ปัจจุบัน ติดปัญหาตรงที่ว่า ทางอำเภอให้ยื่นคำร้องโดยต้องมีผู้ใหญ่บ้านหรือผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเซ็นรับรองให้ ซึ่งทำให้เกิดช่องว่างในการหาผลประโยชน์ รบกวนเรียนถามอาจารย์ว่าเรามีสิทธิ์ ที่จะยื่นคำร้องด้วยตัวเองไหมคะ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ”
---------
คำตอบ
---------
อ.แหววได้ตอบคุณนิตยากลับไปเมื่อ ๒๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๗ ว่า “ยื่นด้วยตัวเองได้ค่ะ” นอกจากนั้น ยังถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานที่เกิดของคุณนิตยาว่า “คุณเกิดในหรือนอกโรงพยาบาล ? มีสูติบัตรหรือหนังสือรับรองการเกิดไหมคะ ?” ซึ่งคุณนิตยาก็ตอบมาอีกครั้งในวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๗ ว่า “ไม่มีสูติบัตรค่ะ เพราะคลอดเองที่บ้านค่ะ กำลังทำเรื่องขอค่ะ แต่ติดตรงที่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านต้องเซ็นรับรองในใบยื่นคำร้องค่ะ ซึ่งเค้ายังไม่ว่างซักทีค่ะ”
ดังนั้น ในวันที่ ๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๗ อ.แหววจึงตอบคุณนิตยาไปอีกครั้งว่า ก่อนที่จะยื่นขอสิทธิในสัญชาติไทยโดยการเกิดโดยผลของมาตรา ๗ ทวิ วรรค ๒ คุณนิตยาก็ควรจะไปร้องขอทำหนังสือรับรองการเกิดก่อน โดยพาคนที่รู้เห็นการเกิดสัก ๒ คน ไปขอทำหนังสือรับรองการเกิดที่อำเภอ โดยไปบอกเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนอำเภอว่า ขอทำหนังสือรับรองการเกิดตาม มาตรา ๒๐/๑ แห่ง พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขและเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๑ แล้วค่อยไปยื่นขอสิทธิในสัญชาติไทยตามมาตรา ๗ ทวิ วรรค ๒