การได้มาซึ่งรูปแบบการลงเสียงหนักของคำภาษาอังกฤษโดยเจ้าของภาษาชาวไทย

ผู้วิจัย 1. ราตรี เวย์แลนด์

2. ซูซาน จี. กูเอียน

3. เดวิด แลนด์แฟร์

งานวิจัยชิ้นนี้ศึกษาความคล่องแคล่วในการออกเสียงโครงสร้างพยางค์ ชนิดของคำศัพท์ (Lexical Class) โดยในงานวิจัยชิ้นนี้ศึกษาเพียงแค่ คำนาม และคำกริยา โดยมีผู้เข้าร่วมวิจัยทั้งสิ้น 10 ท่าน (หญิง 8 ท่าน ชาย 2 ท่าน) ผู้เข้าร่วมวิจัยดังกล่าวเป็นผู้เรียนภาษาในวัยผู้ใหญ่ โดยย้ายไปอาศัยที่ประเทศสหรัฐฯ เป็นเวลาเฉลี่ย 1.4 ปี ผู้เข้าร่วมวิจัยถูกมอบหมายให้ผลิตเสียง และระบุเสียงที่รับรู้จากจำศัพท์ทั้งสิ้น 40 คำ ผลงานวิจัยกล่าวว่า พยางค์ที่ประกอบไปด้วยสระเสียงยาวจะถูกลงเสียงหนักมากกว่าพยางค์ที่ประกอบไปด้วยสระเสียงสั้น นอกจากนี้การวิเคราะห์ความผิดพลาดด้วย 3 ปัจจัยกล่าวว่า ผู้เข้ารับการวิจัยจะเชื่อโยงความรู้คำศัพท์เดิมที่เคยรู้ว่าการลงเสียงหนักลงที่พยางค์ใด กับคำศัพท์ใหม่ นอกจากนี้ผลการวิจัยยังถูกเปรียบเทียบความเหมือนและความต่างที่พบในงานวิจัยก่อนหน้า ระหว่างภาษาสเปนและภาษาอังกฤษ และภาษาเกาหลีและภาษาอังกฤษ

ผู้วิจัยกล่าวถึงช่วงวัย ซึ่งเป็นตัวแปรที่สนใจในการศึกษาครั้งนี้ ซึ่งสนใจว่าผู้เรียนสามารถได้มาซึ่งการผลิตคำภาษาอังกฤษ ผู้เข้าร่วมวิจัยมีรูปแบบของการลงเสียงหนักของคำที่ต่างกันกับภาษาอังกฤษ

งานวิจัยก่อนหน้าทางด้านภาษาศาสตร์ได้กล่าวถึงปัจจัยดังนี้ 1.) หลักการลงเสียงหนักในภาษาอังกฤษ อาทิ อิทธิพลของสระเสียงยาว-สั้น และอิทธิพลของตัวสะกดเสียงก้อง (Voiced Consonant) ที่ส่งผลให้เสียงสระในพยางค์ที่เน้นเสียงหนักยาวขึ้น อีกทั้งคำสองพยางค์ในภาษาอังกฤษ 2.) ถ้าเป็นคำนามเสียงหนักโดยทั่วไปจะลงที่พยางค์ที่ 1 ตรงกันข้ามกับคำกริยาจะลงเสียงหนักที่พยางค์ที่ 2 หรือกระทั่งพยางค์ที่มีตัวสะกดมากกว่า 1 (ตัวสะกดควบกล้ำ: final consonant clusters) ซึ่งไม่พบในระบบการสร้างคำในภาษาไทย ยิ่งทำให้การลงเสียงหนักมีมากกว่าพยางค์ที่มีตัวสะกดน้อยกว่าหรือไม่มีตัวสะกดเลย (no final consonant or open-syllable word) นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสุดท้ายที่ผู้วิจัยได้กล่าวไว้ในงานวิจัย 3.) การรับรู้และผลิตเสียงเสียงพยางค์ของคำศัพท์ใหม่ (new words) ผู้เรียนมักถ่ายโอนความรู้เดิมจากคำศัพท์เก่าไปยังคำศัพท์ใหม่

ขั้นตอนการเก็บข้อมูลที่ 1

ผู้เข้าร่วมวิจัยได้รับมอบหมายให้พูดคำที่กำหนดให้ (คำประกอบไปด้วยพยางค์ที่มีโครงสร้างต่างกัน 4 ชนิด) 1 คำต่อการพูด 1 ครั้ง ผ่านการสุ่มคำ ผู้เข้าร่วมวิจัยได้รับการซักซ้อมก่อนการเริ่มพูดจริง

การบันทึกเสียงพูดของคำที่ผู้เข้าร่วมวิจัยพูดมีคุณภาพสูง ในแต่ละการซักซ้อมผู้เข้าร่วมนำเสนอในกรอบประโยค ซึ่งสามารถเห็นรูปประโยคและได้ยินเสียงด้วย หลังจากบันทึกเสร็จสิ้นผู้เข้าร่วมสามารถกดปุ่มเพื่อดำเนินการคำถัดไปได้ (การบันทึกเกิดหลังจากการกดปุ่มเพื่อถอดรหัสต่อไป)

การถอดรหัส ผู้วิจัยได้ฝึกฝนให้นักสัทศาสตร์เจ้าของภาษาฟังการบันทึกเสียง การนับค่าความถูกต้องนับเพียงแค่การลงเสียงหนักเท่านั้น หากมีคำใดที่ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างเสียงพยางค์ ถือว่าคำนั้นนับเป็นค่าความถูกต้อง กลับกันถ้ามีโครงสร้างพยางค์ที่ผิดไป (เฉพาะการลงเสียงหนักอาจมุ่งเน้นไปที่เสียงสระเป็นหลักเท่านั้น)

ผลในการสร้างเสียงพยางค์โดยคนไทยนั้นเผยว่า ผู้เข้าร่วมการวิจัยสามารถสร้างคำสระเสียงยาวได้ดีกว่า คำในรูปแบบอื่นที่เหลือ

การทดลองที่ 2 ผลกระทบของโครงสร้างพยางค์และหน้าที่คำในการรับรู้การสร้างคำ

ผู้เข้าร่วมวิจัยกลุ่มเดิม โดยพวกเขาเหล่านั้นถูกให้รายงานความพึงพอใจในที่มีต่อการลงเสียงหนังในพยางค์ท้ายในคำที่มีสองพยางค์ ผลกระทบในหน้าที่ของคำและโครงสร้างพยางค์

งานวิจัยชิ้นนี้มีผู้เข้าร่วมวิจัยเป็นผู้เรียนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาที่สอง เป็นผู้เรียนวัยผู้ใหญ่ ซึ่งในงานวิจัยหลายงานวิจัยใช้ปัจจัยของอายุมาเป็นตัวแปร งานวิจัยบางชิ้นกล่าวว่าผู้เรียนในวัยเด็กสามารถรับรู้ และได้มาซึ่งภาษาได้ดีกว่าผู้เรียนวัยผู้ใหญ่ แต่อย่างไรก็ตามในงานวิจัยชิ้นนี้ ผู้วิจัยสรุปว่าผู้เรียนวัยผู้ใหญ่ ประสบความสำเร็จในการเข้าร่วมการวิจัยในครั้งนี้