ภูฟ้า
ดร. สุรเชต น้อยฤทธิ์

ว่าด้วย "สมาธิ" (3) เรื่อง อาหาร 3-4


เดือนที่แล้วได้รู้จักกับพระสูตร อาหาร 4 อย่าง

http://pobbuddha.com/tripitaka/upload/files/1796/i...
.

.

จึงนำมาพิจารณาเพียรฝึกดู ดังบันทึกไว้นี้ครับ

อาหาร 4 อย่าง

อาหาร ๑ เพื่อข้ามทะเลทราย

อาหาร ๒ รักก็วาง ชังก็วาง

.

ผมสังเกตุว่า อาหาร 4 อย่างนี้ จะมีความละเอียดลึกเข้าไปตามความละเอียดแห่งจิต

ประมาณว่า เมื่อจิตยังหยาบอยู่อาจเห็นเพียงหรือพิจารณาอาหารอย่างที่ 1 กับ 2 อยู่

เพราะง่ายและอาศัยกายหยาบประกอบ หนอ

.

.

.

แต่สำหรับอาหารอย่างที่ 3-4 นั้น 

ผมว่า ถ้าจิตยังไม่ละเอียดพอ สติคงตามพิจารณาไม่ทัน

เพราะอาหาร 3 -4 นั้น น่าจะละเอียดผ่านกายหยาบไปแล้ว หนอ

.

.

ในการทำสมาธิที่ผมฝึกอยู่นี้

เราจะเริ่มจากการบริกรรมพุทโธ เพื่อกรองอารมณ์

โดยการให้อยู่ในอารมณ์เดียวก่อน นั่นคือ พุท-โธ

เมื่อจิตเริ่มเป็นสมาธิมากขึ้น พุท-โธ จะหายไปเอง

และเมื่อจิตเป็นสมาธิลึกลงไปอีก ลมหายใจจะหายไป ประหนึ่งว่า เป็นคนไม่มีหัวใจ หนอ

ตอนฝึกใหม่ ๆ นั้น ยังคงต้องอาศัยการนั่งสมาธิตามรูปแบบเป็นหลักอยู่

แต่เมื่อมีหลัก เกิดความชำนาญแล้วนั้น 

แม้แต่การปฏิบัติงานในชีวิตประจำวัน เราก็สามารถไต่บันไดฌานได้หนอ

โดยจะสังเกตุเห็นว่า ผู้ฝึกตนปฏิบัติธรรมนั้น ทำอะไรค่อนข้างเชื่องช้า

แต่ด้านในนั้น รวดเร็วต่อกายและใจ ยิ่งนัก หนอ

.

.

กลับมาที่ประเด็น อาหาร 4 อย่างตามพระสูตร

http://pobbuddha.com/tripitaka/upload/files/1796/i...

ว่าด้วยอาหาร 1 กับ 2 นั้น ผมว่า เรายังพอพิจารณาทันเจ้ากิเลสได้อยู่

ส่วนการพิจารณาอาหาร 3 กับ 4 นั้น เร็วมาก ๆ ถ้ากำลังแห่งสติ สมาธิ ไม่เพียงพอแล้ว

ก็ยากที่จะเห็นทัน หนอ

.

ว่าด้วยอาหาร 3 นั้น ท่านสอนไว้ว่า ..

.

ครั้งนั้น บุรุษหนึ่ง ผู้ต้องการเป็นอยู่ไม่อยากตาย รักสุข เกลียดทุกข์ มาสู่ที่นั้น. และมีบุรุษที่มีกำลังกล้าแข็งอีกสองคน จับบุรุษนั้น ที่แขนแต่ละข้าง แล้วฉุดคร่าพาไปยังหลุมถ่านเพลิงนั้น. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย!ครั้งนั้นแล บุรุษนั้น มีความคิด ความปรารถนา ความตั้งใจ ที่จะให้ห่างไกลหลุมถ่าน เพลิงนั้น.ข้อนั้นเพราะเหตุไรเล่า? ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย!ข้อนั้นเพราะเหตุว่าบุรุษนั้นย่อมรู้ว่า "ถ้าเราจักตกลงไปยังหลุมถ่านเพลิงนี้ไซร้ เราก็จะพึงถึงความตาย หรือได้ รับทุกข์เจียนตาย เพราะข้อนั้นเป็นเหตุ"ดังนี้, ข้อนี้มีอุปมาฉันใด; ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย!เราย่อมกล่าวว่า มโนสัญเจตนาหาร อันอริยสาวกพึงเห็น (ว่ามีอุปมาเหมือนหลุมถ่าน- เพลิง) ฉันนั้น. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! เมื่อมโนสัญเจตนาหาร อันอริยสาวกกำหนดรู้ได้แล้ว, ตัณหาทั้งสาม ย่อมเป็นสิ่งที่อริยสาวกนั้นกำหนดรู้ได้แล้วด้วย; เมื่อ ตัณหาทั้งสามเป็นสิ่งที่อริยสาวกกำหนดรู้ได้แล้ว, เราย่อมกล่าวว่า "สิ่งไร ๆ ที่ควรกระทำให้ยิ่งขึ้นไป (กว่านี้)ย่อมไม่มีแก่อริยสาวกนั้น" ดังนี้.

.

.


หมายเลขบันทึก: 567202เขียนเมื่อ 2 พฤษภาคม 2014 02:49 น. ()แก้ไขเมื่อ 2 พฤษภาคม 2014 03:50 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (1)

ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ ท่านอ.ภูฟ้า

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา
และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี