การเดินจิตให้เป็นสมาธิ เพื่อก้าวหน้าทางธรรมนั้น เมื่อเราได้ วิตก, วิจาร, ปิติ, สุข ไปแล้ว .. และได้ฝึกความชำนาญ(วสี) คือ ชำนาญในการเข้าสมาธิ, ชำนาญในการรักษาสมาธิ และชำนาญในการออกจากสมาธิ.. คือชำนาญจนสามารถทำได้ แม้ต่างสถานที่ ต่างเวลา แล้ว..

ต่อไป จะเป็นขั้นสุดท้ายของฌาน..คือเมื่อสมาธิอยู่ในระดับสุขแล้ว ก็ให้ละสุขนั้นเสีย.. ให้มีสติกำกับไว้ให้มั่คงด้วยนะครับ..สักครู่หนึ่งจิตจะเปลี่ยนจากความรู้สึกมีความสุขลึก ๆ มาก ๆ อยู่ในใจ ไปเป็นความรู้สึกที่เรียกว่าเอกัคคตา ซึ่งเป็นอารมณ์สงบอารมณ์เดียว.. ทุก ๆ อารมณ์ เป็นเพียงหนึ่งเดียวกันหมด คือสงบ ครับ

แต่ก็จะต้องมีสติกำกับอยู่ด้วยนะครับ คือรู้ตัวอยู่ทุกขณะจิต ทุกวินาที ไม่ใช่จิตสงบจนเย็นชา นิ่งเฉย เหมือนพระอิฐ พระปูน อะไรทำนองนั้น...ซึ่งตรงนี้ จะต้องปฏิบัติด้วยตนเอง จึงจะรู้แจ้งเห็นจริงนะครับ

รักษาสภาวะจิตที่เป็นเอกัคคตานี้ไว้สักช่วงหนึ่ง ตามความเหมาะสม แล้วก็ค่อย ๆ ถอยจิตออกมาเป็นปกตินะครับ

เป็นอันว่าเราได้ฝึกเดินสมาธิจิตจาก วิตก, วิจาร, ปิติ, สุข, เอกัคคตา ครบแล้วนะครับ

ก็หมั่นปฏิบัติให้เกิดความชำนาญ(วสี) ดังที่ได้กล่าวมาแล้วนะครับ...

...

ชยพร แอคะรัจน์

...