โรคสมองเสื่อมที่เกิดจากน้ำในโพรงสมองเพิ่มขึ้น โดยปกติโพรงน้ำในสมองจะมีน้ำหล่อเลี้ยงสมองอยู่ หากมีปริมาณของน้ำในโพรงสมองที่มากเกินไป จะทำให้เกิดการขยายขึ้นของโพรงน้ำไปกดเบียดเนื้อสมองบริเวณรอบๆ ทำให้สมองทำงานผิดปกติได้ จริงๆ แล้วภาวะนี้เกิดได้กับทุกวัย แต่จะพบมากในผู้สูงอายุที่อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และส่วนใหญ่เกิดขึ้นเอง พบได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง จะมีอาการผิดปกติที่พบได้บ่อยๆ อยู่ 3 ประการ ได้แก่

            - การเดินที่ผิดปกติ เป็นอาการแรกที่ปรากฏขึ้นมาก่อน

            - เดินก้าวขาลำบากคล้ายเท้าถูกดูดติดกับพื้น เดินซอยเท้าถี่ๆ

            - ปัสสาวะราดบ่อยๆ เพราะเข้าห้องน้ำไม่ทัน

            - หลงลืมง่าย คิดช้า

จากการวินิจฉัยโรคอาศัยภาพถ่ายสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า MRI เป็นเครื่องช่วยยืนยันให้เห็นว่าโพรงน้ำในสมองมีขนาดใหญ่กว่าปกติจริงๆ และมีการกดเบียดบังตำแหน่งของเนื้อสมองด้านหน้าและด้านใน ทำให้มีอาการเดินลำบาก กลั้นปัสสาวะลำบากและความจำแย่ลง

           วิธีการรักษาด้วยการผ่าตัดระบายนั้นจะทำโดยแพทย์ด้านศัลยกรรมทางสมอง โดยท่อระบายน้ำที่จะฝังอยู่ในร่างกายมีอยู่ 2 ประเภท คือ ชนิดที่ปรับแรงดันไม่ได้ และชนิดที่ปรับแรงดันได้ ท่อชนิดที่ปรับแรงดันได้ มีข้อดีคือ ถ้าการระบายน้ำมากเกินไปหรือน้อยเกินไป แพทย์สามารถที่จะปรับเปลี่ยนการระบายน้ำได้ โดยใช้อุปกรณ์แม่เหล็กไร้สายจากภายนอกร่างกาย และไม่ต้องผ่าตัดเปลี่ยนท่ออันใหม่ แพทย์จะนัดผู้ป่วยมาประเมินความคืบหน้าของอาการเป็นระยะๆ ร่วมกับปรับเปลี่ยนการระบายน้ำตามความจำเป็น ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดใส่ท่อ ชนิดปรับแรงดันได้ ผู้ป่วยมักจะนอนพักฟื้น เพียงชั่วระยะเวลาไม่กี่วันเท่านั้นและแพทย์จะนัดมาทำการตัดไหมในภายหลัง หลังจากผ่าตัดผู้ป่วยจะมีอาการค่อยๆ ดีขึ้นอย่างช้าๆ โดยปัญหาเรื่องการเดินที่ผิดปกติจะดีขึ้นชัดเจนที่สุด ส่วนเรื่องหลงๆ ลืมๆ อาจจะเห็นผลไม่ชัดเจนนัก ระวังการล้ม และอุบัติเหตุต่างๆ ฝึกสมอง (ออกกำลังสมอง) เพื่อเป็นการป้องกันหรือชะลอการเสื่อมของสมอง กินอาหารที่มีประโยชน์ และครบ 5 หมู่ ควบคุมน้ำหนักในปริมาณที่ไม่ทำให้เกิดน้ำหนักตัวเกิน พบแพทย์ตามนัด

          ดูแลสุขภาพให้ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร น้ำ อากาศ การออกกำลังกาย การพักผ่อนอย่างเหมาะสม เพียงพอ ที่สำคัญเห็นคนสูงอายุ เดินไม่คล่อง ความจำไม่ดี อย่างเพิ่งคิดว่าเป็นธรรมดา โรคคนแก่ ปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ทำอะไร ควรพามาพบแพทย์ เพื่อจะได้ตรวจหาสาเหตุโดยแน่ชัดอีกที เพื่อจะพบสาเหตุที่แก้ไขได้ทันท่วงที