ผู้ลี้ภัย พิจารณาตามอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย พ.ศ. 2494 ได้ให้คำนิยาม และความหมายของสถานภาพผู้ลี้ภัยว่า ผู้ลี้ภัย หมายถึง บุคคลที่จำเป็นต้องทิ้งประเทศบ้านเกิดของตนเอง เนื่องจากความหวาดกลัวการถูกประหัตประหารหรือได้รับการคุกคามต่อชีวิตเนื่องจากสาเหตุข้อหนึ่งข้อใด เช่น เชื้อชาติ ศาสนา สัญชาติสมาชิกภาพในกลุ่มทางสังคม สมาชิกภาพในกลุ่มความคิดทางการเมือง

        สถานการณ์สงครามในประเทศซีเรียนั้น แต่เดิมเกิดจากการประท้วงเพียงเพื่อให้รัฐบาลปฏิรูปทางการเมืองเท่านั้น แต่รัฐบาลภายใต้การนำของ บัชชาร อะสัด กลับใช้กำลังทางทหารและการปรามปรามด้วยวิธีรุนแรง แต่แทนที่ประชาชนจะกลัวกลับเป็นไปในทางตรงกันข้าม ประชาชนกลับออกมาประท้วงรัฐบาลมากยิ่งขึ้น รัฐบาลจึงเพิ่มความรุนแรงในการปราบปรามเข้าไปอีก โดยถึงขั้นลงมือฆ่าผู้ประท้วง จนทำให้ทหารที่ม่เห็นด้วยกลับข้างมาอยู่กับประชาชน และติดอาวุธให้กับประชาชนในการต่อสู้กับทหารของฝ่ายรัฐบาล

        จากสงครามที่เกิดขึ้นในประเทศซีเรียทำให้สภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในซีเรียเป็นไปด้วยความลำบากมีการใช้ความรุนแรงทุกประเภทกับผู้ประท้วง ทั้งการฆ่า ทำร้าย ทรมาน รวมไปทั้งการข่มขืนผู้หญิง ซึ่งเห็นได้ชัดว่าการกระทำดังกล่าวเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นการละเมิดสิทธิและศักดิ์ศรีในความประมนุษย์ของประชาชนชาวซีเรียทั้งสิ้น เพราะโดยหลักแล้วการเห็นต่างทางการเมือง ซึ่งปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนข้อ 20 หลักว่า

(1) ทุกคนมีสิทธิในอิสรภาพแห่งการชุมนุมและการสมาคมโดยสันติ เนื่องจากประชาชนซีเรียไม่พอใจกับการปกครองประเทศของรัฐบาลทหารซึ่งเป็นการปกครองแบบเผด็จการ อำนาจในการปกครองประเทศอยู่ในมือของตระกูลเดียวเป็นเวลายาวนาน เมื่อชาวซีเรียมีความคิดที่แตกต่างจากรัฐบาลซึ่งพวกเขาก็มีอิสระในการสมาคมตาม

(2) บุคคลใดไม่อาจถูกบังคับให้สังกัดสมาคมหนึ่งได้ ดังนั้นชาวซีเรียจึงมีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะแสดงออกว่าไม่เห็นด้วยกับการปกครองในรูปแบบนี้ ผ่านการชุมนุมโดยสงบ ซึ่งการกระทำของประชาชนในการเห็นต่างทางการเมืองนั้นหาเป็นเหตุผลให้รัฐบาลสามารถใช้ความรุนแรงกลับประชาชนของตนได้ อีกทั้งเรื่องของศักดิ์ความเป็นมนุษย์ซึ่งมนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์การกระทำต่างๆที่เป็นการล่วงละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ย่อมเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นการกระทำของฝ่ายรัฐบาล นายบัชชาร อะสัด จึงถือเป็นการกระทำอันละเมิดต่อหลักสิทธิมนุษยชน

        ประเทศไทยไม่ได้เข้าร่วมเป็นภาคีในอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย พ.ศ. 2494 ดังนั้นประเทศไทยจึงเรียกบุคคลที่หลบหนีภัยเหล่านั้นมายังประเทศไทยว่า “ผู้ลี้ภัยสงคราม”

        แม้ไทยจะไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาฉบับนี้ก็ตาม แต่ไทยจะผลักดันให้ผู้หนีภัยจากการสู้รบออกจากประเทศในทันทีไม่ได้ ตามหลักสิทธิมนุษยชน มนุษย์ย่อมมี "สิทธิการมีชีวิต" การลี้ภัยเป็นไปตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน หรือ UDHR ข้อ 3 ที่ระบุว่า "บุคคลมีสิทธิในการดำรงชีวิต ในเสรีธรรมและในความมั่นคงแห่งร่างกาย อีกทั้งรัฐบาลไทยยอมรับที่จะผูกพันตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ค.ศ.1966 หรือ ICCPR ซึ่งข้อ 6 (1) แห่งกติกาฯนี้ก็กำหนดในลักษณะเดียวกันว่า "มนุษย์ทุกคนย่อมมีสิทธิโดยธรรมชาติในการดำรงชีวิต สิทธินี้ย่อมได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ไม่มีบุคคลใดสามารถล่วงชีวิตของใครได้ ดังนั้นการผลักดันคนหนีภัยความตายออกไปสู่ความตายจึงมิอาจทำได้ เนื่องจากจะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และนำไปสู่การละเมิดสนธิสัญญาทั้ง 2 ฉบับข้างต้น ซึ่งจะทำให้ความน่าเชื่อถือในด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยนั้นลดลงไปอย่างมาก

        หากประเทศไทยเป็นภาคีตัวปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ตัวกฎหมายสิทธิมนุษยชน ฉบับอื่น ๆ ก็จะต้องใช้ฐานคิด คือ ความเท่าเทียมกัน เมื่อผู้ลี้ภัย ก็เป็นมนุษย์เช่นกัน จึงไม่ได้มีความแตกต่างที่ผู้ลี้ภัยจะได้สิทธิต่างๆ เช่นเดียวกับประชาชนในรัฐนั้น เช่น สิทธิการเดินทางโดยเสรี ในประเทศและหากต้องการเดินทางไปต่างประเทศ รัฐที่ดูแลผู้ลี้ภัยอยู่ก็ต้องออกเอกสารเดินทางให้ รวมไปถึงสิทธิทางการศึกษาและสิทธิอื่น ๆ ก็ต้องเท่าเทียมกัน

ที่มา :

- https://www.unhcr.or.th/th/refugee/about_refugee

- http://th.wikipedia.org/สงครามกลางเมืองซีเรีย

- http://www.mfa.go.th/humanrights/images/stories/book.pdf.

- http://salweennews.org/home/?p=986