ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย และยังคงเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พร้อมกับมีสิทธิเลือกรับบำนาญรายเดือน จะมีเงินได้ ๒ ก้อน

  1. ก้อนแรก เงินก้อนจาก กบข. ประกอบด้วย เงินชดเชย เงินประเดิม เงินสะสม เงินสมทบ และส่วนของเงินจากผลประโยชน์ ซึ่งเงินส่วนนี้เป็นเงินก้อนใหญ่ก้อนแรก ที่ทาง กบข.จะจัดให้ โดยคุณสามารถ ดูยอดเงินก้อนนี้ได้จากใบแจ้งยอดของ กบข. ที่แจ้งมาให้ทราบในทุกสิ้นปี พร้อมกับหลักฐานเพื่อลดหย่อนภาษีประจําปีของคุณ..ซึ่งเงินส่วนนี้ของบีแมน น่าจะได้มากกว่า ๑ ล้านบาท....นอกจากนี้เรายังมีสิทธิ์ใหญ่ๆ ในการเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ตามปรกติ
  2. เงินบํานาญรายเดือน. คํานวณจากนําเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย แล้วนํามาคูณอายุราชการ และหารด้วย 50 แต่ต้องไม่เกิน 70 % ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย เช่น ถ้าคุณมีเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายเท่ากับ 40,000 บาท และอายุราชการ 33 ปี คํานวณได้ดังนี้คือ  (40,000 x 33)/50 เท่ากับ...26,400 บาท ซึ่งไม่เกิน 70 % ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
  3. เงินบําเหน็จดํารงชีพ คุณจะได้ 15 เท่า ของบํานาญรายเดือน แต่ไม่เกิน 400,000 บาท โดยแบ่งจ่าย 2 ครั้ง
    1. ครั้งแรกไม่เกิน 200,000 บาท เมื่อปลดเกษียณ 
    2. และครั้งที่สองเมื่ออายุครบ 65 ปี จ่ายที่ส่วนที่เหลือ 

        ในกรณีนี้ ยกตัวอย่างการคำนวณ คุณจะได้ 15 เท่า ของ 26,400 บาท เป็นเงิน 396,000 บาท ดังนั้นจะได้รับเงินเมื่อปลดเกษียณ 200,000 บาท และเมื่ออายุครบ 65 ปี (ตามวันเกิด) จะได้รับอีก 196,000 บาท

    4. เงินบําเหน็จตกทอด เมื่อผู้รับบํานาญถึงแก่กรรมก็จะมีบําเหน็จตกทอดแก่ทายาทอีก 30 เท่า ของบํานาญรายเดือน จากกรณีตัวอย่าง ทายาทจะได้รับ 396,000 บาท (เพราะผู้รับบำนาญนำไปใช้แล้วครึ่งหนึ่ง จึงเหลือให้ทายาทอีกครึ่งหนึ่ง)  เงินคํานวณได้เท่าไรก็รับไปทั้งหมด  โดยไม่แบ่งจ่ายเป็นรายเดือน และทายาทที่จะได้รับเงินบำเหน็จตกทอด  จะเป็นทายาทที่ผู้ถึงแก่ความตายได้แสดงเจตจำนงไว้