ผู้นำทำงานกันอย่างไร
ผู้นำที่ดีไม่บ้างาน ทำงานหนักแต่ไม่ผูกติด ไม่กลัวการทำงานหนัก ไม่กลัวที่จะแบ่งงาน มอบหมายงานให้ผู้อื่นทำ มองการทำงานเป็นลู่ทางหนึ่งที่จะบรรลุถึงเป้าหมาย งานนั้นจะมีคุณค่า มีความหมายแค่ไหน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับฐานะของคนที่ทำงาน แต่ขึ้นอยู่กับว่างานนั้นจำเป็นเพียงใดสำหรับเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้
จงมอบหมายงาน แบ่งงาน ต้องตัดสินใจมอบหมายงานตามหน้าที่ เป็นบททดสอบหนึ่งของผู้นำที่ดีซึ่งบ่งบอกถึงความสามารถในการเป็นผู้นำ ต้องมีแรงจูงใจในงานที่แบ่ง ซึ่งต้องไม่หวงงานนั้นไว้ทำเอง และงานที่แบ่งต้องไม่ใช่งานที่ ไม่อยากทำ ไม่ชอบทำ ต้องลงมือช่วยเหลือคนที่ได้รับมอบหมายงานและรู้ถึงความต้องการของเพื่อนร่วมงาน ไม่ควรคิดถึงุอำนาจส่วนตัว ศักดิ์ศรี ความสะดวกสบาย ต้องห่วงงานรวมทั้งความต้องการของผู้ร่วมงาน ที่สำคัญคือต้องลงมือทำด้วย ไม่ว่างานนั้นจะเป็นแบบไหน
หยาดเหงื่อของผู้นำ(แรงกาย) ในฐานะผู้นำ ต้องชื่นชอบความสามารถของคนอื่นและซาบซึ้งที่เขามีส่วนร่วม งานต้องมาก่อนความสะดวกสบาย ผู้นำต้องเป็นมดขยันทำรังสะสมเสบียงอาหารตลอดฤดูกาล การเป็นผู้นำต้องไม่หลีกเลี่ยงงานที่ออกเหงื่อและต้องไม่หมกหมุ่นกับงานสำคัญจนละเว้นงานทั่วๆ ไป ปัญหาของเราคือ เรามักกระะวนกระวายเรื่องต่างๆ มากเกินไปจนละเลยไม่ทำงานบางอย่าง
ทำงานมากเกินไป เป็นไปได้ที่คนเราอาจจะทำงานมากเกินไป แต่เป็นไปไม่ได้ที่เราจะจดจ่อเน้นการทำงานมากเกินไป การทำงานไม่สามารถทำให้เราเครียดจนประสาททำงานต่อไปไม่ได้อีก เราต้องทำงานหนักและนานเท่าที่เราพอใจ ถ้าเรามีสุขภาพปกติ สุขภาพของเราจะไม่เสื่อมโทรม บางทีเราทำงานมากเกินควร ไม่ใช่เพราะความจำเป็น แต่เป็นเุพราะความกลัว เป็นเพราะเราขาดความเชื่อ คนที่บ้างานเปรียบเหมือนคนที่ถูกตามล่า จิตสำนึกฟ้องว่าต้องทำงาน ผลสุดท้ายตกเป็นทาสของงาน จนทำให้เป็นโรคประสาท คนบ้างานไม่สามารถที่จะหยุดพักผ่อนได้ ถึงแม้จะมีโอกาสพักผ่อน แต่สีหน้าจะดูเหมือนว่ากระวนกระวาย มีอะไรครอบงำอยู่ และทำให้กิจกรรมที่ผ่อนคลายกลับกลายเป็นกิจกรรมที่ต้องแข่งขันชิงชัยกัน
เครื่องกีดขวางและเศษหิน(ปัญหาและอุปสรรค) ผู้นำต้องมีความสามารถในการจับต้นตอของปัญหา มีไหวพริบที่จะแก้ปัญหาได้ทันทีทันใด ผู้นำต้องแก้นิสัยผลัดวันประกันพรุ่งเสีย บางทีเรามีปัญหา เพราะเราไม่ยอมรับรู้และเผชิญปัญหานั้น ปกติเราชอบทำสิ่งที่เราชอบ ผลัดสิ่งที่ไม่อยากจะทำออกไป เพราะทำให้เรามีความสุขดี แต่ในเมื่อเราละเว้นงานด้านหนึ่งหรือผลัดงานอีกด้านหนึ่ง ก็เท่ากับเราสร้างอุปสรรค
"เศษหิน" ในงานของเราอาจจะปรากฎในหลายรูปแบบ เรามีปัญหาในการเริ่มงานมั้ย บางครั้งเราขี้เกียจหรือเปล่า แม้เราจะมีความตั้งใจดี บางทีก็ขี้เกียจ เราอาจทราบถึงปัญหาที่ซ่อนเร้นไว้ แต่เป็นเพราะเราหยิ่ง ไม่ยอมลดศักดิ์ศรี หรืออาจจะเป็นเพราะเราหมดกำลังใจเนื่องจากเห็นคนอื่นๆ นิ่งดูดาย หรือเราจะกลัวว่าทำงานมากเกินไปทำให้เกิดผลเสียแก่ตัวเราเอง หรือเราขาดความเชื่อ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เรามีปฏิกิริยาตอบโต้ 2 แบบ คือ ตกอยู่ในภาวะเหมือนสุนัขโดนน้ำร้อนลวก หรือเหมือนคนเป็นอัมพาตไปเลย เมื่อเราสิ้นหวัง เรามักจะท้อแท้จนไหล่ตก แขนตกทำอะไรไม่ได้ ดังนั้นเราต้องตั้งเป้าหมายในการทำงานอย่างชัดเจนในแต่ละวันให้ดีที่สุด ในไม่ช้านั้น คุณจะเปลี่ยนงานที่น่าเบื่อให้กลายเป็นศิลปที่งดงามตระการตา งานที่น่าเบื่อที่สุดคือ งานที่ฉาบฉวย ทำลวกๆ แบบสุกเอาเผากิน หรือว่าปัญหาของคุณเป็นเหมือนเศษหิน เช่น ชอบทำเค้ก แต่ขี้เกียจล้างเครื่องครัว ดังนั้นต้องทำไปล้างไป การเป็นผู้นำต้องรู้จักแบ่งงานตามความสามารถของผู้ร่วมงานและลงมือกระทำไปด้วยกัน ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นงานแบไหน ต้องทำงานอย่างตั้งใจ ใส่ใจในรายละเอียดและมองปัญหาของงานพร้อมที่จะแก้ปัญหาตั้งแต่เร่ิมทำงาน ไม่ละเว้นงานเพื่อไปทำอีกงาน ต้องทำไม่ทำให้เกิดอุปสรรคเพ่ิมขึ้นแต่ต้องขจัดอุปสรรคนั้น
ที่มา: หนังสือเนหะมีย์หนึ่งในยอดผู้นำ
จงมอบหมายงาน แบ่งงาน ต้องตัดสินใจมอบหมายงานตามหน้าที่ เป็นบททดสอบหนึ่งของผู้นำที่ดีซึ่งบ่งบอกถึงความสามารถในการเป็นผู้นำ........เห็นด้วยค่ะ
เคยสังเกตผู้นำองค์กรหลายคนไม่กล้าตัดสินใจมอบหมายงานตามหน้าที่ แต่กล้าที่จะมอบงานให้คนที่ไม่มีหน้าที่แต่ตนเองกดปุ่มได้ และคนเหล่านั้นก็มีความสุขที่จะทำตามเพราะนั่นหมายถึง ลาภ ยศที่จะตามมา แต่องค์กรอ่อนแอลง อมโรคในระยะยาว บางคนเมื่อครบวาระต้องลงจากตำแหน่ง คนในองค์กรต่างก็เห็นว่าผู้นำระดับรอง ๆลงมา ไม่มีใครที่มีผลงานสำคัญที่แสดงถึงศักยภาพพอที่จะเป็นผู้นำสูงสุดคนต่อไปได้ เพราะไม่เคยได้รับโอกาสจากผู้นำสูงสุดให้ทำงานตามหน้าที่หรืองานที่สำคัญในขณะดำรงตำแหน่ง
แย่กว่านั้น ผู้นำบางคนมีหลักการอยู่ว่า จะไม่เลือกผู้นำระดับรองจากเขาที่เก่งกาจสามารถ หรือมีความพร้อมทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ ผลงาน ความดีเป็นที่นิยมอยู่แล้วเข้ารับตำแหน่ง ปล่อยให้เป็นระดับธรรมดาไปก่อน เพราะเป็นการตัดตอนไม่ให้ขึ้นมาเป็นคู่แข่งในวาระต่อไป และอาจทนไม่ได้ที่คนในองค์กรจะเห็นความสำคัญของลูกน้องมากกว่าตน ผู้นำแบบนี้ห่างไกลจากคำว่าผู้นำที่ดี เพราะเขาไม่สามารถสร้างผู้นำที่เก่งให้องค์กร เพื่อให้องค์กรพัฒนายิ่งขึ้นในอนาคต กล่าวสั้น ๆ ผู้นำที่ดีหรือสมบูรณืแบบต้องสร้างผู้นำที่ดีให้องค์กรในอนาคตได้อีกหลาย ๆคน ควรเป็นห่วงอนาคตองค์กรมากกว่าตนเอง