พฤติกรรมสมาธิสั้นถ้าได้รับการแก้ไขตอนเด็กเล็กจะดีที่สุด

สมาธิสั้นคืออะไร

       สมาธิ (Attention) หมายถึง  ความสามารถที่จะเพ่งความสนใจไปยังสิ่งเร้าบางสิ่ง  เลือกเฟ้นว่าสิ่งเร้าใดบ้างที่ควรจะให้ความสนใจและตั้งมั่นอยู่ในสิ่งเร้า ที่เราสนใจนั้นและทำให้สำเร็จ

สมาธิแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

    1. สมาธิต่อเนื่อง (Sustained Attention)  ซึ่งหมายถึง  การคงความสนใจในสิ่งหนึ่ง ๆ ได้เป็นระยะเวลานาน  ต่อเนื่อง  เช่น  อ่านหนังสือจนจบบท  แต่ในกลุ่มบุคคลที่มีปัญหาด้านสมาธิ  จะอ่านได้เพียงเดี๋ยวเดียวและจะเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น  โดยยังอ่านหนังสือไม่จบบท 

    2. สมาธิในการคัดเลือกสิ่งเร้า (Selective Attention) หมายถึงความสามารถในการตัดสิ่งเร้าที่ไม่สำคัญออก  เพื่อให้ความสนใจต่อสิ่งเร้าที่สำคัญ  เช่น  ขณะที่นั่งฟังครูสอนในชั้นเรียน  ภาพครูเป็นสิ่งเร้าที่เข้ามาทางตา  เสียงครู  เสียงรถยนต์  เสียงเพื่อนคุย เข้ามาทางหู  เด็กจะต้องเลือกว่าจะสนใจสิ่งเร้าใด 

             ถ้าเด็กมี Selective Attention ดี เด็กจะเลือกสนใจเสียงครู ตัดเสียงรถยนต์ เสียงเพื่อน  ออกไปจากความสนใจของตน แต่ในบุคคลที่มีสมาธิสั้นหรือบกพร่อง จะมีอาการใจลอย วอกแวกง่ายไม่สามารถฟังครูพูดให้รู้เรื่องได้ 

            โดยทั่วไปแล้ว สมาธิทั้งสองอย่างจะทำงานไปพร้อม ๆ กันตลอดเวลา ทำให้คนเราสามารถเลือกแต่สิ่งที่สำคัญและให้ความสนใจต่อสิ่งนั้นได้นานพอ การมีสมาธิอย่างใดอย่างหนึ่งบกพร่อง หรือ ทั้งสองอย่าง  จะทำให้คน ๆ นั้นไม่สามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้อย่างเหมาะสม และไม่สามารถทำงานสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันได้

สมาธิสั้น (Attention Deficit  Hyperactivity / Impulsivity Disorder หรือ ADHD)  หมายถึงอะไร 

        สมาธิสั้น หมายถึง  ความผิดปกติทางพฤติกรรมชนิดหนึ่งที่แสดงออกซ้ำ ๆ  จนเป็นลักษณะเฉพาะตัวของเด็ก  ประกอบด้วยพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับอายุ  หรือ  ระดับพัฒนาการในเรื่องของการขาดสมาธิ  ความหุนหันพลันแล่น  ยับยั้งหรือหยุดตัวเองไม่ค่อยได้ หรือ ซุกซนไม่ยอมอยู่นิ่ง

        สมาธิสั้น หมายถึง  การขาดความสามารถ  ตั้งใจ/สนใจ  ต่อกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำลังทำอยู่  เป็นความผิดปกติทางพฤติกรรมชนิดหนึ่ง  ที่เด็กมักแสดงออก  จนเป็นลักษณะเฉพาะตัว  ประกอบด้วยพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับวัย ระดับพัฒนาการปกติตามมาตรฐาน  แต่กลับซนมาก  ไม่มีระเบียบ  วอกแวก  ไม่มีสมาธิ  มักทำอะไรก่อนคิด  วู่วาม  ก้าวร้าว

         สรุปว่า เป็นอาการของเด็กที่แสดงออกซึ่งพฤติกรรมการไม่เหมาะสมกับวัย เช่น ไม่อยู่นิ่ง ยับยั้งหรือหยุดตัวเองไม่ได้ ขาดความสนใจในการทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง วอกแวก วุู่วาม ก้าวร้าว ซนผิดปกติ

สังเกตได้อย่างไร?

     เด็กที่มีสมาธิสั้นจะดู "ปกติ" มาก  แต่จะทำอะไรไม่ได้นาน  ไม่สามารถจดจ่อกับงานหรือของตรงหน้าได้นานเพียงพอ  หรือมีอาการใจลอย  ถ้าเป็นเด็กเล็กจะเล่นของเล่นแต่ละชิ้นในช่วงสั้น ๆ แล้วเปลี่ยนของเล่นไปเรื่อย ๆ  ถ้าเป็นเด็กโต  มักจะไม่สามารถตั้งใจทำการบ้านจนเสร็จ  มักจะวอกแวก  เหลียวซ้ายแลขวา ชอบคุยกับคนอื่น  ลุกขึ้นเล่น  ทำโน่นทำนี่ตลอดเวลา  หรือใจลอย  ช่างฝัน  เลขหนึ่งข้อ  อาจใช้เวลาถึงชั่วโมงก็เป็นได้  เด็กมักซุกซนไม่นิ่งตลอดเวลา  ทำอะไรค่อนข้างรุนแรง  ไม่อดทนต่อการรอคอย  หรือ กฎระเบียบวินัย 

      อย่างไรก็ตาม  มีเด็กสมาธิสั้นบางคนอาจไม่มีปัญหาซุกซนร่วมอยู่ด้วยก็ได้  พึงระลึกว่าเด็กทุกคนอาจแสดงพฤติกรรมเช่นว่านี้ได้เป็นครั้งคราว  แต่เด็กที่มีสมาธิสั้นจะมีพฤติกรรมเช่นนี้ตลอดเวลาไม่มีวันหยุดเสาร์อาทิตย์หรือปิดเทอม

 

 

เป็นแล้วจะหายมั๊ย?

        หากลูกมีสมาธิสั้นแล้วไม่ได้รับความช่วยเหลือที่ถูกทาง  จะเกิดปัญหาต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ เช่น ในระยะแรกเกิดปัญหาในการเรียน  หากทิ้งไว้นานจะเกิดปัญหาทางอารมณ์และพฤติกรรม  ตามมาเป็นระลอก  ซึ่งจะเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เด็กเกิดปัญหาสุขภาพจิต  แต่ถ้าหากเด็กมีปัญหาความรุนแรงอยู่บ้างตามธรรมชาติของเด็กสมาธิสั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าปัญหาดังกล่าวจะทวีความรุนแรงขึ้น 

 

       ผลลัพธ์ คือ เด็กจะมีอารมณ์ซึมเศร้าและอารมณ์แปรปรวน  ประเดี๋ยวดีประเดี๋ยวร้าย  มีภาพลักษณ์ของตนเองในเชิงลบ ต่อต้าน เกเร ก้าวร้าว รุนแรง โกหก ลักขโมย หนีออกจากบ้าน  ผูกพันอยู่กับการใช้ยาเสพย์ติด และ การทำผิดกฎหมาย

เด็กสมาธิสั้น  เด็กแอลดี  เด็กออทิสติกหรือเด็กในกลุ่มออทิสติกสเปคตรัม   มักมีปัญหาความบกพร่องของการบูรณาการรับรู้ความรู้สึก (Sensory Integration Dysfunction) การกระตุ้นระบบรับความรู้สึกของเด็กหรือที่เรียกว่า“การทำเอสไอ” หรือ "ก่ารทำกิจกรรมบำบัด" หากเริ่มตั้งแต่ในวัยเด็กเล็กหรือแรกพบ  จะให้ผลดีที่สุด  การกระตุ้นต้องทำด้วยกิจกรรมบำบัดที่ให้ความสุขกับเด็ก  เด็กรู้สึกสนุกสนานในการทำกิจกรรมกระตุ้นนั้นๆ  ไม่กดดัน  ไม่บีบบังคับและยืดยุ่นให้เหมาะสมกับตัวเด็ก  ต้องทำเป็นประจำทุกวัน (อย่างน้อย 1 ชั่วโมง ถ้าคิดขัดด้านการเงิน  ควรขอการบ้านจากนักกิจกรรมบำบัดมาทำหรือหาหนังสือ "เพิ่มทักษะการรับรู้  ของ ศ.ดร.ผดุง อารยะวิญญู" มาทำเองที่บ้าน) อย่างถูกวิธีเป็นดีที่สุด

      ก่อนอื่นก็ขอขอบคุณบทความดี ๆ มีประโยชน์ของ "ชมรมผู้ปกครองบุคคลสมาธิสั้นแห่งประเทศไทย" เพราะหลังจากที่ได้อ่านแล้ว..ทำให้เข้าใจเด็กในชั้นเรียนบางคน ข้างต้น จนคุณครูหลายๆท่าน มักมาปรารภให้ฟังเสมอว่า เด็กดื้อซน ไม่อยู่นิ่ง ชอบแกล้งเพื่อน ทำงานก็ไม่เสร็จซักที ไม่ยอมเขียนหนังสือ,ไม่ยอมทำการบ้าน..นี่ล่ะมั่งคือสาเหตุหนึ่งที่ครูเราต้องวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล จะได้ทราบข้อมูลพื้นฐานมาออกแบบจัดการเรียนรู้ให้ถูกต้องและเหมาะสมตามศักยภาพและพัฒนาการของผู้เรียน  เด็กเหล่านี้ต้องได้รับการแก้ไขพฤติกรรมหรือที่เรียกว่า "การทำกิจกรรมบำบัด" ถ้าทำเมื่อแรกพบ หรือเด็กยังเล็กก็จะดีที่สุด แต่ถ้าเกิดเป็นเด็กระดับมัธยมเราก็ต้องนำเอาแนวคิดเกี่ยวกับจิตวิทยาวัยรุ่นมาออกแบบกิจกรรมให้มีความสุขสนุกสนาน ไม่กดดัน ไม่บีบบังคับยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น เพราะถ้าปล่อยไว้ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที เด็กหลังห้องเหล่านี้อาจมีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนอาจก่อปัญหาให้ทั้งตัวเอง ครอบครัว สังคมและประเทศชาติต่อไปในอนาคตได้เพราะเด็กเหล่านี้จะทำก่อนคิดหรือทำโดยไม่คิด ดังนั้นคุณครูมืออาชีพทั้งหลายและพ่อแม่ผู้ปกครองคะ เรามาร่วมมือกันทำหากิจกรรมบำบัด เพื่อให้ "No child left behind" กันดีกว่าค่ะ จำนวนเด็กพิเศษเรียนร่วมจะได้น้อยลง น้อยลง และน้อยลง..

แหล่งข้อมูล/ที่มา:

http://www.adhdthai.com/autistic/catalog.php?category=20

http://www.med.cmu.ac.th/dept/psychiatry/psyc04.htm