ธุรกิจจะเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าได้อย่างไร?
ก่อนที่จะเข้าใจถึงพฤติกรรมของลูกค้านั้น
ธุรกิจจะต้องทราบถึงพฤติกรรมของลูกค้าก่อน
ซึ่งพฤติกรรมของลูกค้าก็ได้มาจากข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าที่ธุรกิจมีการเก็บรวบรวมไว้
ตัวอย่างเช่น ธนาคารหรือผู้ให้บริการบัตรเครดิต (Credit Card
Provider) มีการบันทึกข้อมูลประวัติลูกค้า
ข้อมูลการใช้บริการบัตรเครดิตในแต่ละเดือนหรือแต่ละรอบบัญชี
ข้อมูลการขำระค่าบัตรเครคิต หรือข้อมูลการติดตามหนี้ เป็นต้น
ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานในแต่ละวัน
โดยธนาคารหรือผู้ให้บริการบัตรเครดิตจะมีการออกรายงานประจำเดือนเพื่อรายงานสถานะต่างๆของลูกค้าที่เกิดขึ้นให้ผู้บริหารทราบ
เช่น รายงานยอดการใช้บัตรเครดิตของลูกค้า รายงานการได้ลูกค้าใหม่
หรือรายงานสถานะการชำระหนี้ของลูกค้า เป็นต้น
รายงานเหล่านี้มักจะแสดงข้อมูลลูกค้าในมุมมองที่ผู้บริหารสนใจ เช่น
ตามประวัติลูกค้า เช่น อายุ เพศ ระดับการศึกษา รายได้ ภาค หรือ
ตามประเภทบัตรเครดิต เป็นต้น
แต่ใช้มุมมองเพียงไม่กี่ด้านเท่านั้นในการวิเคราะห์
การจัดกลุ่มลูกค้า (Customer Segmentation)
คืออะไร?
การจัดกลุ่มลูกค้า (Customer Segmentation)
เป็นวิธีการจัดกลุ่มโดยที่ลูกค้าที่มีพฤติกรรมใกล้เคียงกันหรือเหมือนกันจะถูกจัดไว้ในกลุ่มเดียวกัน
ส่วนลูกค้าที่มีพฤติกรรมแตกต่างหรือไม่เหมือนกันก็จะถูกจัดไว้คนละกลุ่ม
การจัดกลุ่มลูกค้าทำให้ธุรกิจสามารถทราบถึงลักษณะหรือพฤติกรรมของลูกค้าตนเองในแต่ละกลุ่มได้
เมื่อธุรกิจเข้าใจพฤติกรรมหรือลักษณะของลูกค้าในแต่ละกลุ่มก็จะสามารถเสนอสินค้าหรือบริการที่ตรงต่อพฤติกรรมของลูกค้าได้
ในกรณีของผู้ให้บริการบัตรเครดิต
เมื่อสามารถเข้าใจถึงพฤติกรรมของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม
ก็ทำให้สามารถกำหนดแผนการส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่เหมาะสมในกับลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้
การจัดกลุ่มลูกค้าจะกระทำโดยพิจารณาจากข้อมูลต่างๆของลูกค้าที่สามารถแสดงถึงลักษณะหรือพฤติกรรมของลูกค้าที่สนใจได้
ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มักจะเก็บอยู่ในฐานข้อมูลระดับปฎิบัติการ
(Operational Databases) ขององค์กรหรือในคลังข้อมูล (Data Warehouse)
การนำข้อมูลเหล่านี้มาทำการวิเคราาะห์เพื่อทำการจัดกลุ่มลูกค้าจะใช้วิธีการที่เรียกว่า
การทำเหมืองข้อมูล (Data Mining)
ซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญในการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer
Relationship Management)
การทำเหมืองข้อมูล (Data Mining) ซึ่งเป็นกระบวนการค้นหาสารสนเทศหรือข้อความรู้ที่อยู่ในฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่ซับซ้อน เพื่อนำข้อความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจ สารสนเทศที่ได้อาจนำมาสร้างการพยากรณ์หรือสร้างตัวแบบสำหรับการจำแนกหน่วยหรือกลุ่ม หรือแสดงความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยต่างๆ หรือให้ข้อสรุปของสาระในฐานข้อมูล
ประเภทของการจัดกลุ่มลูกค้า
การจัดกลุ่มลูกค้ามีได้หลายลักษณะขึ้นอยู่กับความต้องการทางธุรกิจ
ในธุรกิจบัตรเครดิต เราอาจพิจารณาจัดกลุ่มลูกค้าตาม
- การจัดกลุ่มตามลักษณะประชากรศาสตร์ของลูกค้า (Demographic Segmentation) เป็นจัดกลุ่มเพื่อให้เข้าใจถึงลักษณะลูกค้าที่ธุรกิจมีอยู่ โดยการจัดกลุ่มกระทำโดยพิจารณาข้อมูลอายุ รายได้ เพศ ระดับการศึกษา สถานภาพการสมรส ประเภทที่อยู่อาศัย ฯลฯ เป็นต้น พร้อมๆกัน รูปที่ 1 แสดงผลลัพธ์ที่ได้จากการจัดกลุ่มลูกค้าตามลักษณะทางประชากรศาสตร์ที่ได้จากการวิเคราะห์โดยใช้เทคนิค Clustering จากผลลัพธ์ได้กลุ่มลูกค้าทั้งหมด 5 กลุ่มที่มีลักษณะทางประชากรศาสตร์ที่แตกต่างกัน
การจัดกลุ่มตามพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิต (Behavioral Segmentation)
เป็นการจัดกลุ่มลูกค้าตามพฤติกรรมที่สนใจ เช่น
จัดกลุ่มลูกค้าตามพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิต
เพื่อทราบถึงรูปแบบการดำเนินชีวิต (Life Style) ผ่านการใช้บัตรเครดิต
ที่ช่วยให้ธนาคารหรือผู้ให้บริการบัตรเครดิตสามารถกำหนดแผนการตลาด
เพื่อกระตุ้นยอดการใช้บัตรเครดิตได้ตรงตามพฤติกรรมของลูกค้า ตารางที่
1 แสดงผลของการจัดกลุ่มลูกค้าตามพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิต

ตารางที่ 1: ผลการจัดกลุ่มลูกค้าตามลักษณะทางประชากรศาสตร์ โดยใช้เทคนิค Clustering
ผลการจัดกลุ่มแสดงกลุ่มลูกค้าทั้งหมด 7 กลุ่มที่ทำการจัดตามพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิต
-
-
-
-
- กลุ่มที่ 0: เป็นกลุ่มลูกค้าที่แทบจะไม่มีการใช้บัตรเครดิต
และไม่ค่อยมีการเปิดใช้บริการอื่น
กับธนาคาร - กลุ่มที่ 1: เป็นกลุ่มลูกค้าที่แทบจะไม่มีการใช้บัตรเครดิต ลูกค้าส่วนใหญ่ 39 เปอร์เซนต์เกษียนและ 18 เปอร์เซนต์มีอายุเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 50-65 ปี มีเงินฝากกับธนาคารโดยเฉลี่ยเป็นจำนวนสูง มีลูกค้าจำนวน 4 เปอร์เซนต์ที่เป็นลูกค้าชั้นดี
- กลุ่มที่ 2: เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีการใช้บัตรเครดิตเล็กน้อย ลูกค้าประมาณ 66 เปอร์เซนต์มีอายุเฉลี่ยมากกว่า 50 ปี และ 98 เปอร์เซนต์มีปริมาณเงินฝากกับธนาคารมากกว่า 5 ล้านบาท
- กลุ่มที่ 3: เป็นกลุ่มลูกค้าที่ 45 เปอร์เซนต์มีอายุเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 50-65 ปี และ 94 เปอร์เซนต์มีปริมาณเงินฝากกับธนาคารมากกว่า 5 ล้านบาท ลูกค้ามีการใช้บัตรเครดิตและ 86 เปอร์เซนต์มีการขอเงินกู้ที่อยู่อาศัย
- กลุ่มที่ 4: เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีปริมาณการใช้บัตรเครดิตสม่ำเสมอ 34 เปอร์เซนต์มีบัตรเครดิตมากกว่าหนึ่งใบ และ 79 เปอร์เซนต์มีการใช้บัตรเดบิต
- กลุ่มที่ 5: เป็นกลุ่มลูกค้าที่ 82 เปอร์เซนต์มีอายุระหว่าง 25-65 ปี และมีสัดส่วนคนอยู่ในวัยทำงานประมาณ 82 เปอร์เซนต์ มีการใช้บัตรเครดิตค่อนข้างสูงและไม่มีการลงทุนในบริการอื่น
- กลุ่มที่ 6: เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีการใช้บัตรเครดิตค่อนข้างปานกลาง
ระดับหนี้สูญค่อนข้างต่ำ ลูกค้า 76
เปอร์เซนต์มีการขอเงินกู้ที่อยู่อาศัย และ 31
เปอร์เซนต์มีการขอเงินกู้ส่วนบุคคล
- กลุ่มที่ 0: เป็นกลุ่มลูกค้าที่แทบจะไม่มีการใช้บัตรเครดิต
และไม่ค่อยมีการเปิดใช้บริการอื่น
-
-
-
- การจัดกลุ่มตามความคุณค่าของลูกค้า (Value Segmentation) เนื่องจากลูกค้าแต่ละรายไม่ได้สร้างคุณค่าของการเป็นลูกค้าได้เท่ากัน การจัดกลุ่มตามคุณค่าของลูกค้าทำให้ธุรกิจทราบถึงกลุ่มลูกค้าที่มีระดับคุณค่าต่อธุรกิจที่แตกต่างกันได้ เพื่อให้ธุรกิจสามารถกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดหรือการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าที่แตกต่างกัน เช่น กลุ่มลูกค้าที่มีคุณค่าสูงเป็นกลุ่มที่ควรได้รับสิทธิในการใช้บัตรเครดิตที่ต่างจากกลุ่มอื่น สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีคุณค่าระดับปานกลาง ธุรกิจอาจพยายามกระตุ้นให้ลูกค้าในกลุ่มนี้มีกิจกรรมกับธุรกิจเพิ่มขึ้น เพื่อให้กลุ่มนี้สามารถเพิ่มคุณค่าเป็นระดับสูงเพื่อให้เกิดรายได้ต่อองค์กรเพิ่มขึ้น การจัดกลุ่มตามคุณค่าของลูกค้าไม่ได้พิจารณาจากรายได้ที่ลูกค้าสร้างให้แก่ธุรกิจอย่างเดียว แต่พิจารณาจากปัจจัยต่างๆที่เกี่ยวข้องหลากหลาย
ที่มา : มุทิตา ยาวะโนภาส, SAS (Thailand), 14 มีนาคม 2548
สวัสดีครับ อาจารย์(ขออนุญาติเรียกว่าอาจารย์นะครับ)
อ่านประวัติอาจารย์แล้ว อาจารย์เก่งมากเลยครับ นับถือจริงๆ ผมจบมาช่วงมีนาคมปีนี้เองครับ เพิ่งจะได้งานตอนปลายปี งานหายากจริงครับ บ.ที่รับผมเข้าไปทำก็เป็นงานทางด้านที่อาจารย์เขียนใน Blog พอดี ผมกำลังหาข้อมูลอยู่เลยครับ เพราะผมไม่คุ้นเคยกับ BI เลย ดีใจที่อาจารย์มี Blog เป็น ภาษาไทยให้ความรู้ดีครับ ผมจะติดตามอ่านเรื่อยๆ นะครับ แล้วก็อยากให้อาจารย์แนะนำ คนที่เริ่มทำงานทางด้านนี้ด้วยครับว่าควร เน้น skill ทางด้านไหนเป็นพิเศษ
ขอบคุณครับ
-น้อง-
ผมกำลังศึกษาปริญญาโทด้าน MIS อยู่ และสาขาที่ผมกำลังสนใจอยู่ก็คือ Business Intelligence นี่เเหละครับ ดีใจมากเลยที่ได้เจอ blog ของอาจารย์ครับ ผมจะติดตามอ่านไปเรื่อยๆพร้อมๆกับเข้าไปลองทำ e-learning ดูครับ
ปัจจุบันผมทำงานเป็นวิศวกรไฟฟ้าอยู่ครับ เเต่อยากเปลี่ยนสายอาชีพ เพราะเริ่มอิ่มตัวกับสิ่งที่ทำ เเละรู้สึกว่าตัวเองชอบทำงานด้านธุรกิจมากกว่า ถ้าเรียนจบเเล้วอยากจะงานทางด้าน BI ครับ
ขอบคุณครับ ได้ข้อมูลไปทำรายงานครับ
targeting กับ segmentation ต่างกันอย่างไรค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์โจโจ้์
พอดี search หาคำว่า Segmentation เพื่อที่จะสอบ
Comprehensive วิชาการจัดการการตลาดในต้นเดือนหน้า เนื่องจากไม่ค่อยเข้าใจคำว่า STP เท่าไหร่ แล้วเจอเว็บของอาจารย์ ก็เลยแวะเข้ามาทักทายค่ะ หวังว่าอาจารย์คงจะสบายดีนะคะ
ด้วยความเคารพค่ะ
ผักบุ้ง
นักศึกษาโครงการ IT-Smart Program รุ่น 1 มหาวิทยาลัยรามคำแหง
สวัสดีครับ ขอบคุณที่คิดถึงและแวะมาทักทายนะครับ ส่วนชื่อเล่นของนักศึกษาแต่ละคนนั้น ผมไม่ทราบจริงๆ เลยจำไม่ได้ว่าเป็นคนไหนนะครับ คงไม่ถือสา :)
STP ย่อมาจาก Segmenting, Targeting และ Positioning
Segmenting ป็นการแบ่งตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ชนิดใดชนิดหนึ่งออกเป็นตลาดย่อยๆ ที่แตกต่างกันทางด้านความมชอบ ความต้องการ และพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละตลาดย่อยๆ นั้น โดยอาศัยคุณสมบัติของผู้บริโภคหรือตลาดเป็นปัจจัยในการแบ่ง ทั้งนี้เพื่อให้สามารถแยกตลาดออกเป็นส่วนๆ (Market Segments) และทำให้เห็นความเด่นชัดที่แตกต่างกันของคุณสมบัติ ความชอบ ความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภค เช่น ์เพศ วัย รายได้ และรสนิยม ที่อยู่ในแต่ละส่วนของตลาด
Targeting เป็นกิจกรรมในการประเมินผลและการเลือกส่วนตลาด (Market Segments) ที่บริษัทเห็นว่าเหมาะสมกับทรัพยากรและความชำนาญของบริษัท ตลอดจนเป็นส่วนตลาดที่มีโอกาสทางการตลาด มีศักยภาพในการสร้างยอดขายและทำกำไรให้กับบริษัท ตัวอย่าง เช่น ผลิตภัณฑ์กระเป๋าของบริษัท เลือกตลาดเป้าหมายเป็นผู้หญิง อายุ 30 - 60 ปี รายได้สูง และรสนิยมดี
Positioning เป็นการกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ของบริษัทให้เกิดขึ้นในใจของผู้บริโภคในเชิงเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งขัน โดยใช้กลยุทธ์การสื่อสารทางการตลาดเป็นเครื่องมือในกระบวนการสร้างตำแหน่งผลิตภัณฑ์ เช่น วางมาตรฐานสินค้าว่าเป็นมาตรฐานสินค้าส่งออก
สวัสดีค่ะอาจารย์โจโจ้
ขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะที่ให้คำอธิบายในเรื่องของ STP คราวนี้คงสามารถทำข้อสอบได้แล้วหล่ะค่ะ -ขอขอบพระคุณอาจารย์อีกครั้งนะคะ
ด้วยความเคารพค่ะ
ผักบุ้ง
Hi, I am doing a doctoral thesis on Credit card and fould your article very useful. However, I found a similar article by มุฑิตา ยาวะโนภาส
วันที่ 14 มีนาคม 2548 on SAS News section (website). On the footnote, it refers to
อ้างอิง
1 หนึ่งทศวรรษไอทีจุฬาฯ : การเพิ่มศักยภาพการจัดการด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ, ศาสตราจารย์ ดร.สุชาดา กีระนันทน์, คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, หน้า 157
So I am wondering how I should reference this article?
Regards,
Atthaphol J.
ขอบคุณครับที่แจ้งเข้ามา
บทความนี้ผมได้เก็บเอาไว้นานแล้ว จนจำไม่ได้ว่าได้มาจากไหน พอเห็นก็จำได้เลยทันทีครับ
ดังนั้นคุณอรรถพลสามารถอ้างอิงตามนั้นได้เลยครับ ส่วนในบล็อกนี้ถือว่าช่วยประชาสัมพันธ์ศาสตร์นี้ก็แล้วกันครับ ไม่ต้องอ้างอิงกับงานใดๆก็ได้ครับผม
ขณะนี้ได้ทำงานเกี่ยวกับการวิเคราะห์การจัดแบ่งกลุ่มลูกค้าในธุรกิจธนาคาร โดยต้องการจะจัดกลุ่มลูกค้าตามที่ให้ Value แต่ไม่ทราบว่าจะใช้การคำนวณอย่างไรเพื่อให้ทราบ Value ของลูกค้าแต่ละคนหรือกลุ่ม
ขอให้ช่วยแนะนำหรือให้ความรู้เกียวกับวิธีการทำได้มั้ยค่ะ
ซึ่งค้นหาข้อมูลแล้วพบบทความของอาจารย์ในหัวข้อ Segementation และมีการจัดกลุ่มตามคุณค่าของลูกค้า
สวัสดีค่ะอาจารย์โจโจ้
ขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะที่ให้คำอธิบายในเรื่องของ STP เพราะว่าพรุ่งนี้หนูมีสอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณอีกครั้งน่ะค่ะ
ด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ
กุ๊กกิ๊ก
สวัสดีค่ะ อาจารย์
ขอบคุณนะคะสำหรับความรู้ที่ได้ เอกำลังเรียน MBA อยู่ค่ะ วิชาการตลาดจะสอบวันศุกร์นี้เลย search หาความรู้ในเน็ต จนมาเจอเวปนี้น่ะคะ แต่จะรบกวนถามคำถามอาจารย์เรื่อง กลยุทธ์การตลาดในช่วงตลาดแนะนำ และตลาดอิ่มตัวน่ะค่ะ ว่ามีอะไรบ้าง อ่านในหนังสือแล้วมันบอกกว้าง ๆ น่ะ กว้างจนงง รบกวนได้นะคะ ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ
สวัสดีครับ ผมได้เขียนเรื่อง "Product Life Cycle" ให้อ่านแล้วที่ http://gotoknow.org/blog/modernmanagement/137548 เชิญอ่านกันได้เลยครับ
ขอบพระคุณค่ะ
สวัสดีครับอาจารย์
แวะมาอ่าน บล๊อกของอาจารย์ ตอนนี้ เริ่มที่จัดหาหนังสือที่อาจารย์แนะนำ
มาแล้ว พอดี เดินไปสัปดาห์หนังสือ มาได้ TextBook มาสองสามเล่ม
คงต้องเริ่มศึกษา แล้วละครับ ขอสมัครเป็นลูกศิษย์ อาจารย์เลยนะครับ
ทำไมถึงต้องทำการเลือกส่วนตลาดสำหรับธุรกิจ
กำลังจะสอบพอดี ได้ข้อมูลเพิ่มเติมทำให้เข้าใจมากขึ้น
ขอบคุณค่ะ อาจารย์