ในช่วง 3 อาทิตย์ที่ผ่านมา ค่ำคืนหนึ่งคุณแม่ของดร.ป๊อปปวดกล้ามเนื้อรุนแรง คือ มีอาการปวดกล้ามเนื้อหลายจุด นอนหงายไม่ได้เลย ปวดร้าวและลึกตั้งแต่คอ สะบัก หัวไหล่ ศอก ลงมาถึงมือข้างซ้าย ผมแปลกใจเพราะไม่เคยได้ยินเสียงร้องดังๆ ของคุณแม่แบบทนไม่ไหวและไม่เคยเห็นคุณแม่เจ็บปวดมากมายขนาดนี้ เพียงแตะเบาๆตรงหัวไหล่หรือจุดต่างๆ ข้างต้น คุณแม่ถึงกับสะดุ้งและไม่อยากเคลื่อนไหวใดๆ ร้องไห้ราวจะขาดใจ

ด้วยความที่ดร.ป๊อปร่ำเรียนมามากมายทางกิจกรรมบำบัด...ถึงกับ "งงและอึ้งไปชั่วขณะ" และพยายามตั้งสติด้วยประสบการณ์ที่เคยเป็นแบบนี้เช่นกันเมื่อ 1 อาทิตย์ก่อนแบบนอนไม่หลับเอาทีเดียว แล้วระลึกถึงความช่วยเหลือจากดร.วรรณเพ็ญ อาจารย์นักกายภาพบำบัดที่มีพระคุณอย่างยิ่งที่บรรเทาให้ผมหายปวดจากโรค Myofascial Pain Syndrome (MPS) ใน 3 วันซึ่งอาจารย์สอนเทคนิคยืดกล้ามเนื้อ ยืดเส้นประสาท กดจุดปวดและขยับกล้ามเนื้อเฉพาะที่ การประคบเย็น-ร้อน การใช้ความร้อนแบบคลื่นความถี่อัลตาร์ซาวด์ และการออกกำลังกายแต่ละมัดกล้ามเนื้อ ทำให้ผมต้องประมวลความรู้เท่าที่ทำได้มาประยุกต์ใช้กับแม่ได้อย่างพอใช้ คือ การประคบเย็นและการกดจุดปวดพร้อมยืดเส้นประสาทและกล้ามเนื้อบางจุด/มัดที่ตรวจประเมินตามความรู้ทางกายวิภาคศาสตร์ ซึ่งก็ดูคุณแม่บรรเทาขึ้นได้เพียง 2 ชม. แต่แล้วก็ปวดอีกครั้งจนทั้งคืนก็พลอยไม่ได้นอนกันทั้งบ้าน คุณแม่ก็อยากให้พาไปรพ.แผนกฉุกเฉินแต่ผมได้คิดถึงคำพูดของท่านอาจารย์นักกายภาพบำบัดหลายท่านที่ไม่นิยมให้ฉีดยาระงับปวดเพราะอาจมีผลข้างเคียงให้กล้ามเนื้อลีบได้ ผมจึงได้แต่ปลอบใจ ให้กำลังใจ และให้คุณแม่ทานยานอนหลับ และ 1 วันต่อมา ผมพาคุณแม่ไปรักษากับอ.คมปกรณ์ อาจารย์นักกายภาพบำบัดที่ผมเคารพรักอย่างยิ่ง อาจารย์ใช้เวลาราว 3 ชม.ในการตรวจประเมินจนยืนยันว่าคุณแม่มี MPS และมีภาวะเครียดสูงภายในด้วยภาระหนักของการดูแลคุณยายที่ติดเตียง อาจารย์ได้สาธิตการสอนวิธีการหายใจ วิธีการจัดการหลอดเลือดและน้ำเหลือง วิธีการจัดการชั้นตื้นของเนื้อเยื่อสมอง วิธีการจัดการภาวะหลังแอ่นผิดรูป และวิธีการจัดการความเครียด ผมไม่แปลกใจเลยที่ศาสตร์และศิลป์ของวิชาชีพกายภาพบำบัดก้าวหน้าไปอย่างมากในประเทศไทย ซึ่งต่างจากกิจกรรมบำบัดที่มีน้อยคนที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญเชิงลึกได้ขนาดนี้ (ซึ่งผมมีความมุ่งมั่นที่จะต้องทำให้ได้ในปัจจุบัน) และเมื่อกลับมาบ้านในคืนนั้น แม่ก็ยังมีอาการปวดแบบทนไม่ไหวเช่นเดิม จนผมต้องกระตุ้นถามว่า "คุณแม่ตั้งสติ ทบทวนซิอาการปวดลดลงกว่าคืนก่อนไหม" แม่ก็ตอบว่า "ลดลงแต่ก็ปวด [ร้องไห้]" สักพักคุณแม่ตั้งสติได้ ผมก็ได้ตั้งสติแล้วชวนคุณแม่และคุณพ่อระดมความคิดว่า "จะหาใครมาดูแลคุณยายแทนคุณแม่ที่ต้องพักการใช้แขนสัก 1 เดือน" เพื่อเบี่ยงเบนอาการปวด

ผ่านไป 1 อาทิตย์ตลอดที่ผมไม่ได้อยู่บ้าน ปรากฎว่า คุณแม่ของผมได้ให้คุณหมอที่รพ.ใกล้บ้าน คุณหมอท่านวินิจฉัยว่า "กล้ามเนื้ออักเสบ" แล้วฉีดยาระงับปวดวันเว้นวันรวมวันละ 1 เข็ม พร้อมจ่ายยาคลายกล้ามเนื้อแล้วสั่งให้พักแขน 1 อาทิตย์ ถ้าดีขึ้นค่อยทำกายภาพบำบัดที่ รพ. ก็ดูคุณแม่ไม่ปวดสัก 3 วันแล้วก็ยังคงมีอาการปวดเพิ่มขึ้นแล้วเริ่มขยับไหล่และแขนได้ลำบากและมีผื่นขึ้นที่แขนข้างซ้าย คุณแม่จึงไปหาคุณหมออีกท่านหนึ่งตามที่เพื่อนแนะนำชื่อเสียง คุณหมอท่านนี้ก็วินิจฉัยว่า "งูสวัด" และจ่ายยามาจนอาการผื่นลดลง อาการปวดลดลงทุกครั้งที่กินยาคลายกล้ามเนื้อ แต่นอนไม่ค่อยหลับ ทานอาหารไม่ค่อยได้ และสีหน้าดูเครียดไปเลย จนผมกลับมาบ้านช่วงหยุดปีใหม่ไทย ผมเองก็ทนเห็นคุณแม่ไม่สบายไม่ได้ จึงขอใช้ความรู้ที่มีอยู่ตรวจประเมินและเริ่มวางแผนการบำบัดฟื้นฟูคุณแม่ด้วยตัวเอง

เมื่อ 13-4-14 ผมเริ่มพบว่า "หัวไหล่มีบวมเล็กน้อย และยังคงมี MPS ร่วมกับความเครียด ที่เส้นประสาทตึงตั้งแต่ต้นคอ สะบัก และลงที่หัวไหล่ถึงข้อศอก รวมทั้งมีจุดกดเจ็บที่กล้ามเนื้ออย่างรุนแรงอีก 3 จุดคือ หัวไหล่ สะบัก และต้นคอ" เอาหละดร.ป๊อปพร้อมรึยัง...ผมภาวนาตั้งจิตว่า "เราต้องรักษาแม่เราให้จงได้ๆๆๆ" ผมกดจุดเส้นประสาทเบาๆ ข้างต้นจุดละ 30 ครั้งเป็นจังหวะ และขยับกล้ามเนื้อในองศาที่ทำได้คือ กางแขนในท่านอนหงายได้แค่ 45 องศาจากลำตัวนับ 1-6 ครั้ง (กาง 1 หุบ 1) พร้อมๆ หายใจเข้าทางจมูกและหายใจออกทางปาก แล้วประคบด้วยเจลแช่เย็นสัก 15 นาทีที่หัวไหล่และสะบัก ผมค่อยๆ ขยับกระชับกล้ามเนื้อรอบๆหัวไหล่เพราะดูมีแนวโน้มมีอาการ Frozen Shoulder [Acknowledge/ขอบคุณ YOUTUBE] ตามด้วยการใช้ผ้ายืดประคองแบบเลขแปดทั้งวัน และคืนนั้นคุณแม่ก็นอนไม่หลับเพราะมีอาการปวดเช่นเดิมแต่เบาลงกว่าครั้งก่อนๆ ผมก็ได้แต่บอกคุณแม่ว่า "เส้นประสาทถูกกระตุ้นตัวรับรู้ความปวดให้ปรับตัวในคืนนี้แล้วจะค่อยๆฟื้นตัวได้ตามธรรมชาติ ถ้าไม่ทำกล้ามเนื้อที่ดูลีบเพราะพักและไม่ได้เคลื่อนไหวเลยซึ่งเป็นผลจากการเร่งระงับปวดด้วยยา สามารถติดแข็งและใช้งานได้ไม่ดีนัก" คุณแม่ดูเข้าใจและเข้มแข็งกว่าครั้งก่อนๆหน้านี้

วันที่สอง 14-4-14 ผมตรวจประเมินพบว่า เส้นประสาทตึงแค่ต้นคอถึงสะบัก ยังคงทำเหมือนเดิมแต่ลดการกดจุด 10 ครั้งในช่วงก่อนเที่ยง และ 10 ครั้งในช่วงเย็น ส่วนกล้ามเนื้อทั้ง 3 จุดเจ็บลดลง คุณแม่บอกปวดลดลงและทานยาคลายกล้ามเนื้อร่วมด้วย และคุณแม่สามารถกางแขนในท่านอนหงายได้ 90 องศา ประคบเจลเย็น 15 นาทีที่หัวไหล่และสะบัก สุดท้ายก็ประคองผ้ายืด 1 ชม.

วันที่สาม 15-4-14 ผมยังคงทำเหมือนเดิมและตรวจพบว่า เส้นประสาทไม่ตึงแล้ว เหลือเพียงกล้ามเนื้อต้นคอและหัวไหล่เจ็บอยู่บ้าง วันนี้ผมทำกดจุดและขยับกล้ามเนื้อ 20 ครั้ง ประคบด้วยถุงน้ำอุ่นบริเวณคอถึงสะบัก สุดท้ายก็ประคองผ้ายืด 1 ชม. คืนนี้คุณแม่ไม่ปวดและไม่ต้องทานยาคลายกล้ามเนื้อแต่อย่างใด และสามารถนั่งยกแขนได้ 45 องศา 

ผมยังคงต้องบำบัดฟื้นฟูคุณแม่ของผมต่อไปด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจให้คุณแม่ใช้แขนได้ดีและมีความสุข