ระนาดเอก

แนวแบบโน้ตประยุกต์
ณัฐนพ มนู อินทาภิรัต
รหัส Good to know 6.1 เล่ม 1
คำนำ
ระนาดเอก เป็นเครื่องดนตรีไทยประเภทตี มีคุณลักษณะเด่นเพราะได้รับตำแหน่งเป็นผู้นำวง และในขณะบรรเลงอยู่ ต้องควบคุมบรรยากาศการสร้างสีสันต่อการดำเนินกลอนเพลง เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวให้สมกับบทที่ผู้ประพันธ์ได้กำหนดไว้นั้นอย่างมีประสงค์ตรงกัน ต้องรับบทการรับส่งร้อง และประกอบรำ รู้เพลง แม่นเพลง รู้จังหวะตัดต่อการแสดง เป็นผู้รับภาระในขณะดำเนินการบรรเลงถึงขั้นมีปฏิภาณไหวพริบต่อการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้สำเร็จ ตกอยู่ในภาวะผู้นำ เป็นทั้งผู้จัดการบริหารวงในขณะบรรเลงอย่างรับผิดชอบ
ระนาดเอก มีมาและได้นำใช้สมัยต้นรัตนโกสินทร์ เริ่มอย่างเป็นทางการด้วยวงปี่พาทย์เครื่องห้าโดยมี
1. ระนาดเอก
2. ฆ้อง วงใหญ่
3. ปี่ใน
4. ตะโพน
5. กลองทัด(ใบเดียว) และฉิ่ง(เครื่องประกอบจังหวะ)
ผืน ประกอบด้วยลูกผืนเรียงจากซ้ายมือ (เสียงต่ำซื่อ ซอล)ไปทางขวามือ(เสียงสูงชื่อ ฟา) พร้อมใช้ 21 ลูกเดียวนี้ที่นิยมใช้กันเพิ่มลูกยอดสูงขึ้นไปอีก 1 ลูกซื่อ ซอล เป็น 22 ลูกในผืนนั้น ขึงอยู่บนรางทรงปีกพญาครุฑบินและมีไม้นวม 1 คู่ ไม้แข็ง 1 คู่ ไว้สำหรับบรรเลง
ระนาดเอก ทำหน้าที่เป็นตัวนำเพลงเมื่อใช้ไม้นวมเสียงจะนุ่มแต่เมื่อใช้ไม้แข็งเสียงจะดังอย่างแหลมคมเร้าใจ
ณัฐนพ มนู อินทาภิรัต
คุณสมบัติทางเสียง
ระนาดเอก มี 22 ลูกใน 1 ผืน มีชื่อเรียกตั้งแต่ลูกซ้ายมือ(ลูกเสียงต่ำสุด)จนถึงขวามือ(ลูกเสียงสูงสุด)
คือ 1 ซอล, 2 ลา, 3 ที, 4 โด, 5 เร, 6 มี, 7 ฟา, 8 ซอล, 9 ลา, 10 ที, 11 โด, 12 เร, 13 มี, 14 ฟา,15 ซอล, 16 ลา, 17 ที, 18 โด, 19 เร, 20 มี, 21 ฟา, 22 ซอล, ใช้ด้วยอักษรย่อคือ
ซฺ ลฺ ทฺ ดฺ รฺ มฺ ฟฺ ซ ล ท ด ร ม ฟ ซํ ลํ ทํ ดํ รํ มํ ฟํ ซ๋
วิถีเสียงบนผืนระนาดเอกมี 3 ระดับบันไดเสียงต่ำเริ่มจากลูกซ้ายมือสุด คือลูกที่ 1 – 7 ใช้อักษรย่อคือ ซฺ – ฟฺ ซ่วงเสียงกลางที่ 2 คือ 8 – 14 ใช้อักษรย่อคือ ซ – ฟ ช่วงเสียงสูงที่ 3 คือ 15 - 21ใช้อักษรย่อคือ ซํ – ฟํ ส่วนลูกพิเศษสูงสุดคือ ซ๋ เป็นลูกที่ 22
วิธีตีลูกระนาด
1. เมื่อจับไม้ตีระนาดตีอย่างไรให้ถามผู้รู้ ส่วนมากนิยมตีพร้อมกันทั้งสองมือโดยกำหนดให้ลูกที่ 1 (tonic tone)อยู่ทางขวามือไม่ว่าจะเป็นลูกใด
2. เมื่อกำหนดให้ลูกขวามือเป็นลูกที่ 1(tonic) แล้วให้นับลูกถัดมาทางซ้ายเป็นลูกที่ 2 นับถัดไปจนถึงลูกที่ 8 เรียกว่าว่าลูก 1 ช่วงมือหรือคู่ 8 และหรือ 1 octave ตีพร้อมกัน
ระนาดเอก มิได้มีคู่ 8 เพียงคู่เดียวดังมีคั่นคู่ต่างๆดังต่อนี้
3. เมื่อกำหนดให้ลูกขวามือเป็นลูกที่ 1 แล้วให้นับลูกถัดมาทางซ้ายถัดไปจนถึงลูกที่ 7 เช่น ซ ถึง ล คือ 7 เรียกว่าคั่นคู่ 7
4. เมื่อกำหนดให้ลูกขวามือเป็นลูกที่ 1 แล้วให้นับลูกถัดมาทางซ้ายถัดไปจนถึงลูกที่ 6 เช่น ซ ถึง ท คือ 6 เรียกว่าคั่นคู่ 6
5. เมื่อกำหนดให้ลูกขวามือเป็นลูกที่ 1 แล้วให้นับลูกถัดมาทางซ้ายถัดไปจนถึงลูกที่ 5 เช่น ซ ถึง ด คือ 5 เรียกว่าคั่นคู่ 5
6. เมื่อกำหนดให้ลูกขวามือเป็นลูกที่ 1 แล้วให้นับลูกถัดมาทางซ้ายถัดไปจนถึงลูกที่ 4 เช่น ซ ถึง ร คือ 4 เรียกว่าคั่นคู่ 4
7. เมื่อกำหนดให้ลูกขวามือเป็นลูกที่ 1 แล้วให้นับลูกถัดมาทางซ้ายถัดไปจนถึงลูกที่ 3 เช่น ซ ถึง ม คือ 3 เรียกว่าคั่นคู่ 3
8. เมื่อกำหนดให้ลูกขวามือเป็นลูกที่ 1 แล้วให้นับลูกถัดมาทางซ้ายถัดไปจนถึงลูกที่ 2 เช่น ซ ถึง ฟ คือ 2 เรียกว่าคั่นคู่ 2
โดยนัยกลับกัน
1. เมื่อจับไม้ตีระนาดได้แล้วส่วนมากนิยมตีพร้อมกันทั้งสองมือโดยกำหนดให้ลูกที่ 1 (tonic tone) อยู่ทางซ้ายมือ ไม่ว่าจะเป็นลูกใด
2.เมื่อกำหนดให้ลูกซ้ายมือเป็นลูกที่ 1(tonic tone แล้วให้นับลูกถัดไปทางขวาเป็นลูกที่ 2 นับถัดไปจนถึงลูกที่ 8 เรียกว่าว่าลูก 1 ช่วงมือหรือคู่ 8 และหรือ 1 octave เช่น ดฺ – 8 – ด
3.เมื่อกำหนดให้ลูกซ้ายมือเป็นลูกที่ 1 แล้วให้นับลูกถัดไปทางขวา จนถึงลูกที่ 7 เช่น ดฺ ถึง ท คือ 7 เรียกว่าคั่นคู่ 7
4.เมื่อกำหนดให้ลูกซ้ายมือเป็นลูกที่ 1 แล้วให้นับลูกถัดไปทางขวา จนถึงลูกที่ 6 เช่น ดฺ ถึง ล คือ 6 เรียกว่าคั่นคู่ 6
5.เมื่อกำหนดให้ลูกซ้ายมือเป็นลูกที่ 1 แล้วให้นับลูกถัดไปทางขวา จนถึงลูกที่ 5 เช่น ดฺ ถึง ซ คือ 5 เรียกว่าคั่นคู่ 5
6.เมื่อกำหนดให้ลูกซ้ายมือเป็นลูกที่ 1 แล้วให้นับลูกถัดมาทางขวา จนถึงลูกที่ 4 เช่น ดฺ ถึง ฟ คือ 4 เรียกว่าคั่นคู่ 4
7.เมื่อกำหนดให้ลูกซ้ายมือเป็นลูกที่ 1 แล้วให้นับลูกถัดมาทางขวา จนถึงลูกที่ 3 เช่น ดฺ ถึง ม คือ 3 เรียกว่าคั่นคู่ 3
8.เมื่อกำหนดให้ลูกซ้ายมือเป็นลูกที่ 1 แล้วให้นับลูกถัดมาทางขวาจนถึงลูกที่ 2 เช่น ดฺ ถึง ร คือ 2 เรียกว่าคั่นคู่ 2
เป็นเพียงเทคนิคขั้นต้นด้งจะกล่าวต่อไป
การอ่านโน้ตแนวแบบประยุกต์
ให้อ่านจากซ้ายไปขวากำหนดให้ 1 ตัวแรกเป็นโน้ตตกจังหวะไม่ว่าจะเป็นโน้ตลักษณะใด
| 1 2 3 4 | 1 2 3 4 | 1 2 3 4 | 1 2 3 4 | 1 2 3 4 | 1 2 3 4 | 1 2 3 4 | 1 2 3 4 |
เมื่อใช้โน้ตเข้าประกอบการนับจังหวะ
| 1 2 3 4 | 1 2 3 4 | 1 2 3 4 | 1 2 3 4 | 1 2 3 4 | 1 2 3 4 | 1 2 3 4 | 1 2 3 4 |
| ด ด ด ด | ด ด ด ด | ด ด ด ด | ด ด ด ด | ด ร ม ร | ด ร ม ร | ด ร ม ร | ด |
เครื่องหมายเบื้องต้น
ตามธรรมชาติของระนาดเอก จัดเป็นเครื่องดนตรีประเภทเสียงตาย เสียงสั้น(รัสสระ) หมายถึงเสียงที่ออกเป็นรูปธรรมเช่นเมื่อตีเสียงใดเสียงหนึ่ง เสียงจะบอกชื่อของเสียงนั้นโดยตรง ต่อเมื่อได้จัดเทียบไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าต้องการให้เสียงสั้น ตีครั้งเดียว และถ้าต้องการให้เสียงยาว ให้ตีสลับย้ำหลายครั้งเรียกว่า(กรอเสียง)
กำหนดให้เครื่องหมาย – เป็นเครื่องหมายไม่มีเสียง เทียบเท่า “ค่าของเสียง” หน้าโน้ตตัวนั้น
| 1หยุด1หยุด | 1หยุด1หยุด | 1หยุด1หยุด | 1หยุด1หยุด | 1หยุด1หยุด | 1หยุด1หยุด | 1หยุด1หยุด | 1หยุด1หยุด |
| ด - ด - | ด - ด - | ด - ด - | ด - ด - | - - - - | - ด - ร | - ม - ร | ด - - - |
กำหนดให้เครื่องหมาย+เป็นเครื่องหมายมีความยาวของเสียง เทียบเท่า “ค่าร่วมโน้ตของเสียง” หน้าโน้ตตัวนั้น ปฏิบัติด้วยวิธีกรอเสียง (ประเภทโน้ตสองจังหวะ)
1 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 2 -
| 1และ1และ | 1และ1และ | 1และ1และ | 1และ1และ | 1และ1และ | 1และ1และ | 1และ1และ | 1และ1และ |
| ด + ด + | ร + ม + | ด + ด + | ร + ม + | ร + ฟ + | ม + ร + | ด + ซฺ + | ด + - - |
ประเภทโน้ตสามจังหวะ
1 2 3 – 1 2 3 - 1 2 3 - 1 2 3 - 1 2 3 - 1 2 3 - 1 2 3 - 1 2 3 -
| 1 และ ๆ - | 1 และๆ- |
1และ ๆ - |
1และๆ - |
1 และๆ - |
1และๆ - |
1และๆ - |
1และๆ - |
| ด + + + | ร + + + | ด + + + | ม + + + | ร + + + | ม + + + | ด + + + | ด + + + |
อย่าลืม
ธรรมชาติเสียงของระนาดเอกเป็นเสียงตาย คือเสียงสั้น ถ้าต้องการให้เสียงยาวหรือบวกเสียงเพิ่มเข้าไปให้ตีกรอหรือตีรัว
การเขียนวิถีโน้ตบน Big score
ซฺ ลฺ ทฺ ดฺ รฺ มฺ ฟฺ ซ ล ท ด ร ม ฟ ซํ ลํ ทํ ดํ รํ มํ ฟํ ซ๋
| ซ ล ท ด ร ม ฟ ซ๋ | ||
| ซ ล ท ด ร ม ฟ | ||
| ซ ล ท ด ร ม ฟ |
สารบัญ
หน้า
1. แขกบรเทศ ชั้นเดียว 1
2. นาคราช 2
3. เพลงเร็ว – หนูมาลี 3
4. เต้ยโขง 4
5. พม่าเขว(ช้าง) 5
6. ลาวจ้อย 6
7. ล่องน่าน – ยวนเคล้า 7
8. ฟ้อนเงี้ยว 9
9. ลาวเจ้าซู 10
10. คลื่นกระทบฝั่ง 11
11. นาฬิกาประเทศไทย 12
12. วิลันดา - ระบำม้ามองโกล 13
13. แขกบรเทศ สองชั้น 14
14. จีนหน้าเรือ 15
15. พม่ากลองยาว 16
16. สร้อยสนตัด 18
17. ทองย่อน 19
18. ขับไม้บันเฑาะว์ 20
19. ลาวครวญ 22
20. ดวงดอกไม้ (ฟ้อนมาลัย) 23
21. สีนวล 26
22.นางครวญ 27
23. มะลิซ้อน – ชมสวน 29
24. โสนลาว 30
25. กระทบไม้ 31
26. ค้างคาวกินกล้วย 33
27. แพนน้อย 34
28. ลาวดำเนินทราย 35
29. เขมรไทรโยค 38 - 40






