2. ข้อดีและข้อเสียจากการรับจำนำข้าวเปลือกทุกเม็ด (ต่อ)
อย่างไรก็ตาม การจำนำข้าวในอดีตนั้นจะกำหนดโควตารับซื้อ การกำหนดโควตารับซื้อ แปลว่า ไม่รับทุกเม็ด และทุกคน การกำหนดโควตารับซื้อมีนัยยะว่า รัฐบาลตั้งงบว่าแต่ละปีจะซื้อหรือแทรกแซงปีละเท่าไหร่ เสร็จแล้วก็จะแบ่งสรรงบที่มีจำกัดเป็นโควต้าสำหรับซื้อจากแต่ละจังหวัด (ซึ่งการแบ่งสรรตรงนี้มักขึ้นกับพลังทางการเมือง เช่น จังหวัดที่มี ส.ส. จากพรรคที่มีรัฐมนตรีเกษตรก็มักจะได้โควต้ามากกว่าจังหวัดอื่น) หลังจากนั้น ก็อาจมีการจัดสรรโควต้าให้เฉพาะโรงสีบางโรงในจังหวัดนั้นอีก
โดยนัยนี้ โรงสีจึงเป็นสาเหตุที่สำคัญในการกดราคาข้าวของเกษตรกรให้ต่ำลง ปัจจัยที่ทำให้ชาวนาได้รับเงินไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย มี 2 ปัจจัย ได้แก่ 1. โรงสีมีจำนวนมาก และ 2. โรงสีไม่ไกลกันเกินไป เช่น ถ้าโรงสีในโครงการมีจำนวนน้อย เมื่อเทียบกับชาวนาที่เอาข้าวมาขาย เพราะถ้าขายให้โรงสีพวกนี้ไม่ได้ ชาวนาก็จะต้องขนข้าวไปขายโรงสีอื่นในราคาที่ต่ำกว่ามาก ตัวอย่างเช่น ถ้าราคารับซื้อของรัฐบาลอยู่ที่ 10,000 บาทต่อตัน ขณะที่ตลาดซื้อกันที่ 7,000 บาทต่อตัน เมื่อชาวนาขนข้าวมาขาย ก็มักโดนโรงสีเหล่านี้กดราคา โดยตีเกรดข้าวต่ำกว่าความเป็นจริง และหักความชื้นและสิ่งเจือปนสูงกว่าความเป็นจริง เช่น จากราคาที่หักอะไรต่ออะไรแล้วควรได้ 9,500 บาท โรงสีก็อาจตีราคาให้ชาวนาแค่ 8,000 บาท ซึ่งชาวนาส่วนใหญ่ก็ยอมขาย เพราะยังคุ้มกว่าที่จะต้องเสียค่าขนเพิ่มไปขายที่อื่น ซึ่งจะขายได้ตามราคาตลาดที่ 7,000 บาทเท่านั้น
โดยสรุป การที่ขายข้าวในราคาที่สูงนั้น รัฐบาลต้องพยายามสร้างความต้องการเทียมนี้ให้ได้ การสร้างความต้องการเทียม หรือการจำนำ ก็คือ การสร้างอุปสงค์และอุปทาน เมื่อของหายไปจากตลาดมาก ราคาก็จะเพิ่มมากขึ้น การจำนำเมื่อก่อนนี้รัฐบาลต้องคิดคำนวณว่าตลาดโลกต้องการทานข้าวเท่าไร ในประเทศผลิตได้เท่าไร ซึ่งมีมากกว่าปริมาณที่ตลาดโลกต้องการ และเป็นสาเหตุที่ทำให้ข้าวไทยสู้ราคาข้าวในตลาดโลกในราคาที่ต่ำอยู่เสมอ เมื่อเกิดมีการจำนำในราคาที่ใกล้เคียงหรือสูงกว่าตลาดโลก จึงทำให้ราคาข้าวในประเทศสูงขึ้น แต่การจำนำแต่เดิมนั้นจะไม่รับข้าวทุกเม็ดและทุกคน เหตุปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาข้าวของชาวนาก็คือ 1. โรงสี และ 2. ความใกล้กันของโรงสี นอกจากนี้ การรับซื้อแบบนี้ ผลประโยชน์ส่วนใหญ่จึงไม่ได้ตกกับชาวนา โรงสีที่จะเข้าโครงการได้ก็มักจะต้องมีเส้นสายเช่นกัน ซึ่งผลประโยชน์ที่โรงสีได้ก็จะถูกแบ่งไปให้คนที่จัดสรรโควต้ามาให้ เมื่อเป็นเช่นนั้น การประเมินผลโครงการพวกนี้หลายครั้งในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา จึงมักได้ผลออกมาคล้ายๆ กัน คือ ผลประโยชน์มักจะตกกับชาวนาไม่ถึงครึ่ง
เดี๋ยวมาต่อการจำนำข้าวทุกเม็ดนะครับ
"เคย..คุยกับ..ชาวนา(ไม่ทราบว่าจะ..ตัวจิริงรึเปล่า)แกเล่าว่าทำนามาแต่ปู่ย่าจนพ่อและตัวเอง "ราคาข้าวยังอยู่ที่สี่ห้าพันบาท...นอกนั้นเป็นเรื่องของคนกลาง..ตราบใดที่ยังมีคนกลาง..(แม้จะเป็น..รัฐ)..ก็จะไม่สามารถแก้ปัญหาให้คนจนได้มิใช่เฉพาะแต่..ชาวนา...อันรวมไปถึงผู้มีอาชีพเกี่ยวกับพืชผล...ผลประโยชน์ที่เป็นกลไกลทางเศรฐกิจเวลานี้..ตกอยู่ในมือใคร...คงไม่ใช่ทักษินคนเดียว..ที่ถูกทำให้เป็นหุ่นถูกเผาเชิดในเวลานี้เป็นแน่...
(รออ่านจำนำาข้าวทุกเม็ด..ด้วยความตื่นเต้นว่า..จะวิเคราะห์ออกมาเป็นรูปใด...)ขอขอบพระคุณ..กับบันทึกดีๆเจ้าค่ะ..