เรื่องของ"ชัย" และอีกหลายคนไทยที่ต้องการทางออก
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">โดยสรินยา กิจประยูร นักวิจัยโครงการเด็กไร้รัฐมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
"เวลาอยู่ที่โรงเรียน เพื่อนๆ ผมมีพ่อแม่ให้เงินมาโรงเรียนแต่ผมไม่มี แม้จะมีเงินที่หลวงพ่อให้ แต่ก็ไม่ค่อยพอ อยากได้เงินมากๆแต่จะไปทำงานที่ไหนก็ไม่มีคนรับ เพราะไม่มีบัตรประชาชนพอผมเห็นเพื่อนขายยาแล้วได้เงิน ผมก็เลยทำบ้าง"
วันอังคารที่ 31 ตุลาคมนี้ ที่ศาลจังหวัดลำปาง จะมีการตัดสินคดีเล็กๆ คดีหนึ่งที่ผู้พิพากษาคงจะพิจารณาไม่ยากนักเพราะน่าจะมีคดีทำนองนี้บ่อยมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลังจากนั้นเรื่องของ “ชัย”คงเป็นไปเหมือนผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติดรายต่างๆ ที่ต้องโทษตามจำนวนยาที่ถูกจับได้และคงจะมีคดีของเยาวชนคนอื่นๆ เช่นเดียวกับชัยตามมาอีกไม่รู้เท่าไรหากเราจะไม่หันมาช่วยกันแก้ไขปัญหาที่สาเหตุ
ชัยเป็นใคร เกิดที่ไหน เมื่อไรพ่อแม่เป็นใคร ไม่มีใครทราบ แม้แต่ตัวชัยเองมีเพียงไม่กี่คนที่จำได้ว่าเมื่อชัยอายุประมาณ 4-5 ขวบมีชายคนหนึ่งที่บอกว่าเป็นพ่อพาชัยมาฝากไว้กับหลวงพ่อที่มีศูนย์อบรมและช่วยเหลือเด็กยากจน อยู่ที่จังหวัดลำปางจากนั้น “พ่อ” ของชัยก็หายสาบสูญไป ไม่เคยมาหาชัยอีกเลยชัยจึงได้อยู่ในความอุปการะของหลวงพ่อตั้งแต่นั้นเรื่อยมาและได้เรียนหนังสือจนจบชั้นประถม 6 จากนั้นได้เรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นแบบการศึกษานอกโรงเรียน
ในช่วงที่เรียนมัธยมต้นนี้เองที่ชัยเริ่มได้เข้าใจว่านอกจากตนไม่มีพ่อแม่เหมือนเพื่อนๆ คนอื่นแล้วชัยยังไม่มีบัตรประชาชน และไม่มีสัญชาติไทยเหมือนเพื่อนๆ ด้วยความกังวลใจเรื่องนี้ที่ไม่รู้ว่าอนาคตของตนจะเป็นอย่างไร จะเรียนต่อได้ไหมจบแล้วจะทำงานอย่างไร จะเดินทางไปไหนก็กลัวตำรวจจับได้ทำให้ชัยเริ่มทำตัวเงียบขรึมลง แต่ความวิตกนี้ยังไม่ทันผ่านพ้นชัยก็ต้องไม่เข้าใจกับชีวิตของตัวเองมากขึ้นเมื่อครูที่โรงเรียนบอกว่าทะเบียนบ้านประเภท ท.ร.13 ที่ชัยใช้มาตั้งแต่เรียนชั้นประถมนั้นเป็นของคนอื่นและชื่อนามสกุลของชัยที่ปรากฏในทะเบียนบ้านนั้นก็เป็นของคนอื่นซึ่งเป็นนักเรียนอีกคนหนึ่งที่เรียนที่เดียวกับชัย
นอกจากไม่มีพ่อแม่ และไม่มีตัวตนตามกฎหมายแล้วแม้แต่ชื่อนามสกุลที่เคยใช้มาแต่เด็กก็กลายเป็นชื่อที่มีเจ้าของเดิมอยู่แล้วแล้วจะให้ชัยคิดทำอย่างไรต่อไปกับชีวิตของตัวเองดี ??
ด้วยชีวิตที่ไม่มั่นคงของชัยเช่นนี้ยิ่งเมื่อถูกหล่อหลอมอยู่ในโลกวัตถุนิยมเช่นสังคมปัจจุบันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชัยจะบอกกับเจ้าหน้าที่กรมคุมประพฤติที่เข้าไปเยี่ยมเยียนสอบถามในเรือนจำว่า “เวลาอยู่ที่โรงเรียน เพื่อนๆ ผมมีพ่อแม่ให้เงินมาโรงเรียน แต่ผมไม่มีแม้จะมีเงินที่หลวงพ่อให้ แต่ก็ไม่ค่อยพอ อยากได้เงินมากๆแต่จะไปทำงานที่ไหนก็ไม่มีคนรับ เพราะไม่มีบัตรประชาชนพอผมเห็นเพื่อนขายยาแล้วได้เงิน ผมก็เลยทำบ้าง”
สถานการณ์ของเด็ก เยาวชนและครอบครัว ที่ไม่มีตัวตนทางกฎหมายเนื่องจากไม่มีชื่อในทะเบียนราษฎรเช่นเดียวกับชัยนี้ยังมีอีกเป็นจำนวนมากที่กระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทยดังเช่นที่งานวิจัยหลายฉบับได้ตรวจสอบพบแม้หลายคนในกลุ่มนี้จะเข้มแข็งต่อกระแสวัตถุนิยมได้มากกว่า โดยไม่หลงผิดไปเหมือนชัยดังเช่นเยาวชนหลายคนที่ต่อสู้พากเพียรเรียนสูงๆโดยหวังว่าการศึกษาจะเป็นความหวังสำหรับอนาคตของพวกเขาได้แต่การดำเนินชีวิตอย่างไร้ตัวตนทางกฎหมาย ก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากมากเพราะหลายกรณีขาดซึ่งสิทธิพื้นฐานในการดำรงชีวิตและถูกละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อันถือเป็นความไม่มั่นคงในชีวิตอย่างร้ายแรงของบุคคลเหล่านั้น
ปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักดีว่าความมั่นคงของประชาชนคือความมั่นคงของชาติจึงได้ร่วมกันคิดวิธีการจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบดังที่ปรากฏเป็นยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคลตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2548 ซึ่งได้ให้ทางออกสำหรับกลุ่มคนต่างๆที่ประสบปัญหาสถานะและสิทธิไว้อย่างครอบคลุมทั้งกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานซึ่งในหลวงทรงห่วงใยมากกลุ่มเด็กนักเรียนในโรงเรียนหรือผู้ที่เรียบจบปริญญาตรีบุคคลที่ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติ หรือกรณีเช่นเดียวกับชัยซึ่งตามยุทธศาสตร์เรียกว่ากลุ่มคนไร้รากเหง้าเป็นต้น
แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้ปัญหาของประชาชนเหล่านี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขตามเป้าหมายก็คือ ยุทธศาสตร์ส่วนใหญ่ยังคงเป็นยุทธศาสตร์ในกระดาษที่ยังไม่มีแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและแม้จะมีบางส่วนพยายามเดินหน้าตามยุทธศาสตร์แล้ว แต่ก็ไปติดขัดเรื่องงบประมาณเช่น เป้าหมายที่ต้องการให้ทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยมีเอกสารพิสูจน์ตนที่สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครองรับผิดชอบอยู่
เห็นได้ชัดเจนว่าหากทุกฝ่ายร่วมใจกันอย่างจริงจังในการดำเนินงานตามที่วางยุทธศาสตร์ไว้เช่นที่กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการให้สถานะบุคคลตามกฎหมายไปแล้วกว่าหมื่นคนหรือที่กระทรวงศึกษาธิการได้ให้โอกาสทางการศึกษาแก่เด็กเยาวชนทั่วประเทศไทยแล้วนั้นการแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงในชีวิตของประชาชนจากการไร้สถานะและไร้สิทธิจะต้องสำเร็จลงได้อย่างแน่นอน ตรงข้ามหากปล่อยทิ้งไว้นานเท่าไรความรุนแรงของปัญหาและผลที่ตามมาจะยิ่งเพิ่มทวีขึ้นและสังคมอาจต้องคอยเยียวยากรณีบาปบริสุทธิ์เช่นเดียวกับกรณีของชัยอีกไม่รู้เท่าไร
จึงอยากวอนขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาลชั่วคราวชุดนี้ช่วยพิจารณาวางแนวทางการเพิ่ม “ความสุขมวลรวมประชาชาติ”ด้วยการขจัดความทุกข์จากความไม่มั่นคงในชีวิตของประชาชนผู้มีปัญหาสถานะและสิทธิโดยการสานต่อและผลักดันให้ยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะสิทธิของบุคคลตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 18 มกราคม 2548 ดำเนินการต่อไปได้อย่างเป็นรูปธรรมจักเป็นคุณูปการต่อประชาชนอีกนับหมื่นนับแสนที่รอคอยอยู่ด้วยความหวังรวมทั้งยังจะเป็นกำลังใจให้ “ชัย”มีความหวังที่จะกลับออกมาใช้ชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของสังคมอย่างไม่แปลกแยกหรือถูกปิดกั้นโอกาสในการพัฒนาชีวิตเหมือนเช่นอดีตอีกต่อไป
หน้า 8<</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ที่มา :http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01way01151049</p> มติชน วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10445
เมื่อไรปัญหาเรื่องสัญชาติจะหมดไปสักที สงสารคนไม่มีสัญชาติมากยิ่งโดยเฉพาะคนที่ไม่มีเลข 13 หลักนี่ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่เลยอ่ะ