องค์กรอิสระในสายตาของคนไทย

ตราบ ใดที่ยังวนเวียนอยู่กับเรื่องถูกผิด ดีชั่ว ใครผิด ใครถูก ใครดี ใครชั่ว เถียงกันเรื่องนี้ มันไม่จบ ไม่ใช่เพราะเรื่องความเห็นถูกผิด ดีชั่ว นี่หรือที่ทำให้คนไทยแยกเป็น สองฝ่ายจนแทบจะอยู่ร่วมประเทศกันไม่ได้ในขณะนี้ ในเมื่อมองไม่เห็นภาพจริงของเมืองไทย หรือมองด้วยตาข้างเดียว ก็เห็นแยกเป็นฝ่ายใครฝ่ายมันนั่นแหละถูกต้องแล้ว

เราต้องยอมรับว่า ในความเป็นจริงตอนนี้ภาพของคนไทยแบ่งเป็น สองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือเห็นองค์กรอิสระ ระบบตุลาการ มีความยุติธรรม ตัดสินถูกต้อง อีกฝ่ายมองว่า องค์กรอิส
ระ และระบบตุลาการของประเทศล้มเหลว ไม่น่าเชื่อถืออีกต่อไป และก็เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศที่เห็นพ้องกันว่า ระบบตุลาการในขณะนี้ ไม่มีความเป็นธรรมและไม่มีความน่าเชื่อถืออีกต่อไป เค้าก็จะหมางเมินเมื่อตุลาการเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่เค้ายังเชื่อมันในตุลาการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ถึงแม้ว่าระบบตุลาการอาจจะมีความยุติธรรมจริงหรือไม่ก็ตาม เพราะถ้าเป็นเรื่องการเมือง ความรู้สึกเห็นร่วมของคนสำคัญกว่าข้อเท็จจริง และการที่จะกล่าวหาว่า คนที่ไม่ยอมรับหรือไม่เห็นด้วยกับการตัดสินของระบบตุลาการ จะเป็นคนชั่วนั้นไม่น่าจะถูกต้อง เพราะพวกเค้าแค่มีความเห็นต่าง

มีตรรกะไหนในโลกที่บอกว่าระบบศาลจะต้องตัดสินถูกหรือยุติธรรมเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไปโยงกับเรื่องการเมือง เพราะศาลการเมืองจะตัดสินตามบริบททางการเมือง ประเทศไทยในขณะนี้ มีสภาพเป็นประเทศที่เค้าเรียกว่า state in state รัฐที่ควบคุมรัฐ หรือรัฐที่ไม่อยู่ในกฏหมาย


การดูเมืองไทยตอนนี้ สำคัญที่สุดคือต้องดูควบคู่ไปกับประวัติศาสตร์ เพราะถ้าใครไม่รู้ ไม่ศึกษาประวัติศาสตร์ ก็ไม่สามารถเห็นภาพที่แท้จริงของเมืองไทยได้ ที่สำคัญต้องแยกให้ออกระหว่างความรู้สึกตัวเอง กับความรู้สึกเห็นร่วมของคนส่วนใหญ่ของประเทศ และที่สำคัญกว่านั้นต้องรู้ว่าความรู้สึกเห็นร่วมของคนส่วนใหญ่ของประเทศ เค้าเห็นอย่างไร เพราะความเห็นพ้อง หรือเห็นร่วมของคนนี่แหละสำคัญมาก ถ้าเราจะมองเห็นประเทศไทยว่าจะเดินต่อไปอย่างไร เราต้องมองให้เห็นถึงความเห็นร่วมของคนในชาติ ว่าเป็นอย่างไร เพราะสิ่งเหล่านี้แหละเป็นตัวกำหนดถึงทิศทางความเป็นไปของประเทศในอนาคตข้างหน้า

การมองการเมืองมันมีหลายมิติ ขึ้นกับว่าเราต้องการดูการเปลี่ยนแปลงแบบไหน ในช่วงระยะเวลา (time scale) เป็นอย่างไร ถ้าเราต้องการจะคาดการณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้น (1-2 ปี) ระยะกลาง (2-5 ปี) เรา ต้องใช้มิติของความเห็นร่วมของประชาชนในประเทศ ไม่เน้นมิติของความถูกผิด ดีชั่ว แต่ถ้าเราต้องการดูการเมืองในระยะยาว (5-20 ปี) แน่นอนเราต้องเน้นมิติของถูกผิดดีชั่ว เพราะถ้าเราเอา 2 มิตินี้มาวิเคราะห์พร้อมๆ กันมันจะมั่ว ทำให้การวิเคราะห์การเมืองเสียรูป

แน่นอนมิติของความถูกผิด ดีชั่ว มันเป็นหัวใจหลักของการดำเนินชีวิต มีความสำคัญมากกับทุกคน และกับการอยู่ร่วมกันในสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง หรือเรื่องใดก็ตาม ในระยะยาว (5-20ปี) มิตินี้แหละคือความยั่งยืนในสังคม และสำหรับการเมืองไทยฝ่ายใดก็ตามที่ยึดหลัก ในมิตินี้ ฝ่ายนั้นก็จะเป็นฝ่ายชนะในระยะยาว

25 มีนาคม 2557