ปัญหาการเมืองไทย

ตอนนี้เราต้องแยกปัญหาออกเป็น 2 ประเด็น หนึ่งคือ ความถูกผิด ชั่ว ดี สอง ปัญหาการพัฒนาและยกระดับประชาธิปไตยของคนไทย

ปัญหาแรกคือ ปัญหาความถูก ผิด ชั่ว ดี เรามีสิทธิ์ที่จะคิด และตัดสินได้ แต่เราไม่มีสิทธิ์ที่จะพิพากษาใครได้ เราใช้ข้อเท็จ และข้อจริงที่มีเพียงหนึ่งเดียว ที่เป็นข้อมูล พอป้อนเข้าสู่กระบวนการคิดของคนที่มีฐานคิดต่างกัน ผลที่ออกมา มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงด้วย โดยเฉพาะในกรณีปัญหาการเมืองบ้านเราตอนนี้ ปัญหานี้มัน ไม่ใช่สมการคณิตศาสตร์ ที่ 1+1 =2 หรือปัญหาศีล 5 ที่พิจารณากันง่ายๆ นั่นเป็นเพราะการพิจารณาเราใช้กระบวนการคิดและฐานคิดเดียวกัน มีหลักความเข้าใจร่วมกันเป็นอย่างดี คำตอบเลยออกมาไม่แตกต่างกัน แต่ปัญหาการเมืองไทยที่เราพูดถึง มันเป็นปัญหาที่มีปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย มันเลยสรุปไม่ได้ ที่สำคัญเราต้องเข้าใจคนอื่นบนฐานคิดของคนอื่นด้วย ขนาดการพิจารณาความผิดของศีล 5 เช่น ข้อห้ามผิดลูกเมียผู้อื่น พอโดนกระแสสังคมปัจจุบันโถมเข้าใส่ในสมองว่าเรื่องการมีกิ๊กเป็นเรื่องปกติ ธรรมดา ผลการพิจารณาความผิดและให้น้ำหนักในความผิดของศีล 5 ข้อนี้ ยังเพี้ยนเลยนะคะเพราะจะเบาลง ซึ่งนานวันขึ้น มันอาจจะกลายเป็นไม่ผิดเลยก็ได้ในความรู้สึกของคนทั่วไป ทั้งๆ ที่ความผิดจริงๆ ของศีล 5 ก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง คือคนที่ผิดลูกเมียผู้อื่นยังต้องปีนต้นงิ้วเหมือนเดิม แต่ความรู้สึกของคนต่างหากที่เปลี่ยนไป เห็นแล้วยังคะ ว่ากระแสสังคม มีผลต่อความรู้สึกของคนแค่ไหน และในเรืิ่องของการเมืองไทยตอนนี้ก็เป็นเรื่องของการโฆษณาชวนเชื่อเป็นหลักเสียด้วยซิ

สำหรับอีกปัญญาหนึ่ง คือ ปัญหาการพัฒนาและยกระดับประชาธิปไตยของคนไทย ปัญหานี้ใหญ่หลวงมาก เราต้องเข้าใจรากของปัญหาก่อนว่ามันคืออะไร ใช้เวลาในการแก้ปัญหาเท่าไร นานแค่ไหน และทุกคนคงคิดเหมือนกันปัญหานี้ต้องแก้โดยการยกระดับคุณภาพของประชาชน ยกระดับคุณภาพการศึกษา ซึ่งต้องใช้เวลานานแน่นอน แล้วถามว่าสิ่งที่เราทำกันอยู่ทุกวันนี้คืออะไร เรากำลังทำตัวเป็นผู้พิพากษาไปตัดสินคนอื่นหรือเปล่า การอยู่ร่วมกันในสังคม เราต้องรักษากฎ และกติกา เราเคยคิดไหมว่า ผลของการกระทำของเรา มีผลกระทบอะไรบ้าง ที่แน่ๆ จะเกิดการแยกขั้วอย่างถาวร ขั้นรุนแรงสุด ถึงอาจจะต้องประเทศแตก เสียหายหนัก และเกิดพลังความขัดแย้งที่ยาวนาน ยากจะเยียวยา เศรษฐกิจพัง ประเทศพัง ไม่ต้องดูอื่นไกลนะ ดูจากใกล้ตัวก็ได้ แค่เห็นต่างกันเรื่องนี้ แทบจะเลิกคบกันเลยนะ คิดดูซิ นับประสาอะไรกับคนที่อยู่คนละฟากกับเรา และไม่รู้จักกัน และที่สำคัญคนชั่วทางการเมืองก็ยังลอยนวลเหมือนเดิม (กำจัดกลุ่มนี้ กลุ่มนั้นขึ้น ไม่กลุ่มใดก็กลุ่มหนึ่ง) เพราะเราไม่ได้ ถอนราก ถอนโคน ซึ่งสามารถทำได้โดยการเปลี่ยนวิธีคิด (mindset) ของประชาชนคนไทยอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ให้มองนักการเมืองชั่วๆ เหล่านั้นว่าเป็นคนดีในสายตาของแต่ละฝ่าย

คุ้มหรือไม่ที่เราต้องแลกความถดถอยทุกอย่างของประเทศ กับสิ่งที่กำลังจะเรียกร้องให้ได้มาที่เค้าเรียกกันว่าประชาธิปไตยแบบไทยๆ (โดยที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้าใจนิยามเท่าไร)