จำได้ว่าในวัยเด็กของผม แม่มักจะใช้ให้ไปซื้อยาลมให้แม่เป็นประจำ และยามลมที่มีขายในตอนนั้นก็จะเป็นยาลมยี่ห้อหนึ่งบรรจุในหลอดโลหะเล็ก ๆ ห่อด้วยกระดาษสีขาวแดงบอกยี่ห้อและสรรพคุณ ราคาบาทเดียวเท่านั้น

     เวลาผ่านไป ผมจำไม่ได้ว่ายาลมลักษณะดังกล่าวข้างต้นที่ผมเคยวิ่งซื้อให้แม่นั้นหายไปจากความรู้สึกผมได้อย่างไร จวบจนวันก่อนผมได้เข้าไปซื้อยาในร้านขายยาแผนปัจจุบันแห่งหนึ่ง แล้วสายตาผมก็เจอกับสิ่งที่ผมคุ้นเคยในวัยเด็ก นั่นคือสิ่งนี้

 

      นี่แหละบ้านผมเรียกว่ายาลม เมื่อก่อนแม่กินยาลมบ่อยมาก ผมก็ต้องวิ่งไปซื้อมาครั้งละ ๑ อัน (๑ หลอด) ซึ่งจริง ๆ แล้วก็คือ ยาหอมตรา ๕ เจดีย์ นี่เอง  ถึงตอนนี้ ต้องขอบอกกล่าวกันก่อนว่า บันทึกนี้มิได้เป็นการโฆษณาสินค้าให้กับใคร ใดใด ทั้งสิ้นนะครับ เป็นแค่ความผูกพันกัน เหมือนเรารู้จักใครสักคนมาตั้งแต่เด็ก ๆ วันเวลาผ่านไปก็ห่างหายกันไป แล้ววันหนึ่งได้กลับมาเจอกันอีก ก็อยากนำมาเล่า หรือบอกกล่าวให้กับคนอื่นได้รู้

      หลายคนอาจคิดว่า แค่ยาหอม ไม่เห็นแปลกอะไร แต่สำหรับผม ปัจจุบันผมไม่ค่อยเห็นยาหอม ๕ เจดีย์ที่บรรจุในหลอดโลหะขนาดนี้มานานแล้ว จะเห็นก็เป็นขวดแก้วขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ หมดแล้ว พอมาเจอสิ่งที่คุ้นตอนเด็ก ๆ เลยต้องรีบบันทึกความทรงจำเก็บไว้ครับ

 

     เมื่อลองได้แกะห่อ เปิดฝาหลอดยามาลองชิมดู รสชาดก็ยังคงเหมือนเดิม แต่ต่างกันตรงที่ เมื่อก่อนตอนเด็ก ๆ ไม่รู้สึกชอบยาหอมสักเท่าไร  แต่ตอนนี้เมื่อได้ลองลิ้มชิมรส และดมดอม กลับรู้สึกได้ว่า หอมสดชื่น และรสชาดดี (เหมาะกับวัยเราซะจริง ๆ )

     จำได้ว่า เมื่อก่อนกว่าทำให้ยาออกจากหลอดเล็ก ๆ นี้ได้ ต้องเคาะด้วยนิ้ว หรือไช้ก้านไม้ขีดไฟแงะออกมาให้หมด เสร็จแล้วก็โยนหลอดทิ้งไป แม้จะถึงปัจจุบัน วิธีการเอายาออกจากหลอดก็คงจะไม่ต่างกัน เหมือนกับรสชาดที่ไม่เคยเปลี่ยนไป

     วันที่ผมซื้อยาหอม ผมหยิบมา 3 - 4 หลอด เภสัชกรก็เข้ามาแนะนำให้ลอกใช้ยาหอมอีกชนิดที่ผลิดออกมาในรูปแบบของเม็ดเล็ก ๆ เหมาะกับการอมไว้ในปากให้สดชื่นใจ แต่ผมก็บอกว่า ผมอยากได้แบบนี้ ยี่ห้อนี้ แต่ไม่ได้บอกเขาว่า ผมซื้อยาหอมมาเพราะความผูกพันมากกว่าการนำมาใช้  ที่สำคัญเมื่อได้ลิ้มรสยานี้อีกครั้ง ผมคิดว่า ผมชอบแบบนี้มากกว่า.