เราเริ่มคุยกันมาตั้งแต่เธอให้ยาเคมีบำบัดครั้งแรก ฉันอู้เมืองด้วยเมื่อรู้ว่าเธอเป็นพยาบาลมาจากภาคเหนือ ต่อเมื่อรู้ว่าแท้จริงเธอเป็นคนอีสานที่ย้ายไปทำงานต่างถิ่น ฉันจึงเว้าลาวใส่บ้าง เธออายุมากกว่าสองสามปี ฉันจึงเรียกเธอว่าพี่ หลังจากให้เคมีจบคอร์ส เพื่อหวังผลหายขาดจากโรคเธอจึงรักษาด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ แต่ผลไม่เป็นไปตามที่หวังโรคของเธอกลับมาอย่างรวดเร็ว แพทย์จึงนัดประชุมครอบครัว family conference เพื่อหาแนวทางการดูแล

ก่อนการประชุมจะเริ่ม..... ฉันเข้าไปคุยกับเธอหลายเรื่อง แลกเปลี่ยนความฝัน ความหวัง ทุกข์สุุขและความปราถนาสุดท้าย

ประชุมเริ่ม... หมอให้ข้อมูลว่าโรคกลับมา ทางเลือกมี ๓ ทาง คือสั่งยาตัวใหม่ที่เพิ่งเริ่มผลิตที่เมืองนอก ค่าใช้จ่ายหลักหลายล้านและไม่รับรองผล ทางเลือกถัดมาคือทำปลูกถ่ายเซลล์อีกครั้งเปอร์เซ็นหายน้อยลงกว่าครั้งแรกแน่นอน แต่ต้องทุกข์ทรมานจากการรักษาเช่นเดิม และทางเลือกสุดท้ายคือ การดูแลตามอาการ ทางนี้สบายแต่จะมีชีวิตยืนยาวประมาณ ๓-๖ เดือน
แม่ของเธอตัดสินใจในทันทีด้วยเสียงที่แข็งขันตามแบบฉบับของครูว่า...ให้เธอ"สู้"อีกครั้งด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ ลูกฉันต้องสู้ได้
ฉันมองไปที่เธอทันที สายตาที่ส่งมาคือการร้องขอความช่วยเหลือ

ฉันเริ่ม... คุณแม่ทราบใช่ไหมคะ ว่าพี่เขาชอบเขียนไดอาร่ีมาก แม่อยากให้บันทึกจากนี้ไปเขาเขียนว่าแย่างไร
....ตื่นเช้ามาต้องถูกเจาะเลือดอีกแล้ว ถูกควานหาเส้น รู้สึกคลื่นไส้อาเจียนเหลือเกิน.. 
หรือ.....แม่อยากจะอ่านบันทึกว่า เช้านี้ฉันได้รดน้ำต้นไม้ เฝ้ามองพระอาทิตย์ขึ้น ได้ไปไหว้พระธาตุกับพ่อกับแม่ เราได้เที่ยวด้วยกัน

หลายครั้งคนไข้ "ยอม"ที่จะทนทุกข์ทรมานกับการรักษา เพียงเพื่อ"ตอบสนอง"ความต้องการของคนที่รัก ของคนในครอบครัว