ผมขอเสนอแนวคิดแนวทางในการสร้างเสริมคุณธรรมจริยธรรมนักเรียน ตามประสบการณ์และตามความเห็นของตนเองต่อเนื่องเป็นตอนสุดท้าย  ดังนี้
        3.  การส่งเสริมให้โรงเรียนจัดกิจกรรมกล่อมเกลา ( ซึมซับ )
ด้านคุณธรรมจริยธรรมให้เกิดแก่ผู้เรียน เช่น3.1 การนิมนต์พระมาที่โรงเรียนตอนเช้าให้ครูและนักเรียนได้ใส่บาตรทำบุญทุกวัน  เพราะการได้เห็นบรรยากาศ   และแบบอย่างเช่นนี้จะช่วยซึมซับให้นักเรียนมีจิตใจ ละเอียดอ่อนรักการทำบุญ  เมื่อกลับไปบ้านก็จะชักชวนพ่อแม่  ญาติพี่น้องไปทำบุญเมื่อมีโอกาส3.2    จัดกิจกรรมให้นักเรียนสวดมนต์ไหว้พระตอนเช้า  ตอนเย็น  ก่อนทำกิจกรรมสำคัญ  ในวันสิ้นสุดสัปดาห์  โดยการสวดมนต์ทุกครั้งควรสร้างให้มีบรรยากาศที่สงบเยือกเย็นด้วย3.3    จัดกิจกรรมให้นักเรียนนั่งสมาธิในช่วงเวลาที่เหมาะสมโดยต้องสร้างบรรยากาศที่จะทำให้นักเรียนเกิดอารมณ์สมาธิอย่างแท้จริงคือสภาวะจิตที่มีความบริสุทธิ์มั่นคง  กายอยู่ที่ไหนใจอยู่ที่นั่นให้มีสติเสมอ  และพยายามเชื่อมโยงไปสู่การเรียนด้วย3.4    ส่งเสริมให้นักเรียนสวดมนต์และนั่งสมาธิก่อนนอนทุกคืนโดยมีกิจกรรมเสริมแรงและติดตามการปฏิบัติของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง3.5    จัดกิจกรรมเวทีคนเก่ง  ตอบปัญหาด้านธรรมะ  รวมทั้งส่งนักเรียนไปแข่งขันด้านคุณธรรมจริยธรรมในเวทีต่างๆ3.6    พานักเรียนไปร่วมพิธีกรรมทางศาสนาในโอกาสสำคัญต่างๆ     ฯลฯอนึ่งกิจกรรมดังกล่าวไม่ใช่ทำตามรูปแบบแต่ต้องมุ่งกล่อมเกลาให้นักเรียนเกิดการซึมซับ จึงต้องทำอย่างต่อเนื่อง 

         4.  การส่งเสริมให้ครูจัดการเรียนการสอนที่สร้างเสริมคุณธรรมจริยธรรมแก่ผู้เรียน

                โดยยึดหลักสำคัญดังนี้4.1    ส่งเสริมให้ครูเป็นตัวแบบ ( Modelling )    ที่ดีให้แก่เด็กเพื่อให้เด็กเกิดความศรัทธาและอยากทำตามเพราะกระบวนการกล่อมเกลาทางสังคม ( Social Learning ) เชื่อว่าตัวแบบเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดในการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม4.2    การใช้กระบวนการกลุ่มในการกล่อมเกลา ( Group Process )4.3    ครูทุกคนแม้จะสอนวิชาใดก็ตามควรตระหนักว่าต้องมีหน้าที่ในการสอนคุณธรรมจริยธรรมด้วย4.4    ควรเลือกวิธีสอนให้เหมาะสมกับเรื่องที่สอน  ไม่ควรใช้การบรรยายอย่างเดียว  ควรใช้วิธีการเชิงเหตุผลให้คิดวิเคราะห์  ใช้ตรรกะ  ใช้การสร้างจุดสะเทือนใจ  ใช้การอนุมาน  การอุปมาอุปไมย  เป็นต้น4.5    ควรมีนิทาน  ข่าว  หรือเรื่องตัวอย่างประกอบเพื่อชี้ให้เห็นสิ่งที่ต้องการสอนอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น4.6    ใช้สื่อการสอนอย่างเหมาะสม4.7    การวัดประเมินผลด้านคุณลักษณะของผู้เรียนที่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมมากกว่าวัดด้านความรู้

       อย่างเดียว

      5. การส่งเสริมให้ครูและนักเรียนเข้าเรียนและสอบตามหลักสูตรธรรมศึกษา ( นักธรรมตรี โท เอก )

โดยการสมัครเข้าเรียนและสอบตามหลักสูตรนักธรรมตรี โท เอก ซึ่งจะได้ทั้งความรู้และกล่อมเกลาด้านจิตใจไปด้วย

     6.  การจัดกิจกรรมเข้าค่ายนักเรียนหรือบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน

               เป็นกิจกรรมกล่อมเกลาอย่างหนึ่งที่น่าสนใจแต่ควรมีการวางแผนและดูแลให้บรรลุตามเป้าหมายด้วย

     7.  การใช้ดนตรี กีฬา ศิลปะและวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือกล่อมเกลาจิตใจนักเรียน

                เป็นเครื่องมือสร้างความสุนทรีย์ในจิตใจและกล่อมเกลานักเรียนได้เป็นอย่างดี แต่ครูหรือผู้ฝึกต้องวางแผนและดูแลอย่างดีด้วย

   8.  การใช้สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนธรรมะ

                ปัจจุบันแหล่งเรียนรู้มีมากมาย  แต่สื่อคอมพิวเตอร์เป็นสื่อที่ทันสมัยสามารถสืบค้นหาความรู้ได้มากมายและเข้าถึงได้ง่ายซึ่งครูสามารถสร้างเป็นบทเรียน ( E – Learning ) ให้นักเรียนได้เรียนในเรื่องที่เหมาะสม  รวมทั้งอาจมีเกมธรรมะ  สื่อธรรมะที่สนุกๆ  ให้นักเรียนเกิดความสนใจมากกว่าการเล่นเกมที่มอมเมา  เป็นต้น

   9.  การจัดบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมเป็นครูที่พูดไม่ได้

                เป็นการจัดบรรยากาศกายภาพในโรงเรียนให้เป็นสถานที่น่าอยู่น่าเรียนและช่วยกล่อมเกลาจิตใจนักเรียน  เช่น  สอนจริยธรรมนักเรียน  ต้นไม้พูดได้  เป็นต้น

    10.  การจัดกิจกรรมประกวด  แข่งขัน  ยกย่องคนดี

                โดยกำหนดเกณฑ์  กติกา  และมีวิธีดำเนินการที่มีความหมายทำให้คนทำความดีเกิดกำลังใจ และคนอื่นอยากทำความดีด้วย

       ผมเชื่อว่าหากโรงเรียนหรือเขตพื้นที่การศึกษานำกิจกรรมทั้ง 10 นี้ไปประยุกต์และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง  จะช่วยส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมแก่นักเรียนได้อย่างยั่งยืนครับ...