เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2556 ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมถอดบทเรียนตามโครงการ หนึ่งหลักสูตร หนึ่งชุมชน และ หนึ่งหลักสูตร หนึ่งศิลปวัฒนธรรม ณ ห้องประชุม 1 กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งผมเองได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมโครงการฯ เพราะผมเป็นบุคคลหนึ่งที่ร่วมดำเนินกิจกรรมทั้งสองโครงการ ผมขอเล่าถึงโครงการที่ได้ไปบริการชุมชนก่อนนะครับ พวกเราหลักสูตรสารสนเทศศาสตร์ คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม รับผิดชอบการดำเนินกิจกรรมโครงการหนึ่งหลักสูตร หนึ่งชุมชน เรื่อง ศูนย์การเรียนชุมชน ตำบลหนองบัว อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ในครั้งแรก ได้ลงชุมชนพร้อมกันทั้งหมด 6 หลักสูตร ภายในคณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นโครงการที่สร้างความร่วมมือของนิสิตต่างสาขาวิชา ในคณะวิทยาการสารสนเทศ ให้เกิดการทำงานร่วมกัน โดยแบ่งหน้าที่ตามสายงานสาขาวิชาที่เรียนอย่างเช่น IS ก็เก็บรวบรวมข้อมูล ภูมิปัญญาท้องถิ่นในชุมชน CS ก็สอนการใช้งานคอมพิวเตอร์และซ่อมคอมพิวเตอร์ MC ก็รับหน้าที่การประชาสัมพันธ์ศูนย์การเรียนรู้ Gis ก็รับหน้าที่ในการสร้างแผนที่ภาพถ่ายจากดาวเทียมเพื่อช่วยในการตัดสินใจทางด้านการเกษตร ICT ก็สอนการใช้งานคอมพิวเตอร์และดูแลระบบคอมพิวเตอร์ ชิ้นงานจากการทำงานของแต่ละสาขาวิชาจะถูกนำมาจัดเก็บในศูนย์การเรียนรู้ชุมชนต่อไป การการทำกิจกรรม๑ หลักสูตร ๑ชุมชน ในครั้งนี้ทุกสาขาวิชาได้มีการทำกิจกรรมร่วมกัน ทำให้มีการเรียนรู้ร่วมกันในการอยู่ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการกิน การนอน ซึ่งแต่ละคนก็ต่างนิสัยใจคอ ซึ่งก็ปรับเข้าหากันและเข้าใจกันมากขึ้น การลงพื้นที่ในการเก็บข้อมูลในครั้งแรกนี้ประสบปัญหาอย่างหลายอย่างคือ ไม่สามารถมองเห็นภาพและบริบทจริงเนื่องจากปราชญ์ชาวบ้านเดินทางมาให้ข้อมูลที่ อบต. การสื่อสารกับผู้ให้ข้อมูลไม่เข้าใจเนื่องจากการใช้ภาษาคนละระดับกัน ซึ่งได้แก้ปัญหาโดยการลดระดับภาษามาใช้เป็นภาษาถิ่นจึงทำให้เข้าใจกันมากขึ้น ปัญหาและอุปสรรคทำให้ผมได้รู้จักวิธีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามากขึ้นและทำให้ได้รู้จักการนำความรู้เรื่องระดับภาษาในรายวิชาภาษาไทยที่ได้เรียนมาตั้งแต่ประถมจนถึงระดับมหาวิทยาลัยมาใช้ก็คราวนี้แหละครับ และได้ฝึกการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่บ้านผมเองและที่บ้านหนองบัว การทำกิจกรรมหลายๆอย่างทำให้รู้ว่าเรียนในการเรียนในห้องเรียนอย่างเดียวก็เหมือนกับการทานข้าวเปล่าๆ แต่เมื่อมีการเรียนทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ได้ลงมือปฏิบัติจริงผสมผสานกันเสมือนได้กับการทานข้าวกับอาหารจานเด็ดที่แสนอร่อย ซึ่งเป็นความรู้ที่หาได้ยากจากการเรียนในระดับอุดมศึกษา ครั้งที่ 2 ซึ่งครั้งนี้ถือว่าเป็นทริปพิเศษอีกทริปหนึ่งที่ได้ลงไปเก็บข้อมูลภาพสถานที่สำคัญของหมู่บ้าน สภาพอากาศในวันนั้นช่างเป็นใจซะเหลือเกินแสงแดดจ้าจรัสร้อนมากๆ ผมละเพื่อนๆก็ยังทำงานกันต่อเพื่อให้งานสมบูรณ์ เดินลุยป่าลุยหญ้าเพื่อไปถ่ายรูปให้ครบ อุปสรรคในการลงพื้นที่ในครั้งนี้คือ การลงพื้นที่ตรงกับช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรจึงไม่สามารถถ่ายภาพปราชญ์ชาวบ้านได้ครบ และบางสถานที่ก็ไกลเกินไปจึงไม่ได้ถ่ายภาพ และสิ่งที่ประทับใจมากๆคือ คุณพ่อผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านท่านเสียสละเวลาพาพวกเราเดินเก็บข้อมูลตั้งแต่เช้าถึงเที่ยง บุกป่าลุยทุ่งนาและยิ่งไปกว่านั้นท่านเดินพาพวกเรามาทานข้าวเที่ยง ตกเย็นมามีกิจกรรมดีๆจากพี่โนเน รุ่นพี่ที่แสนน่ารักคอยดูแลน้องๆตลอดเวลา คือ การเล่าประสบการณ์ในการเรียนและประสบการณ์ชีวิตให้พวกเราฟังและมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของแต่ละคนทำให้พวกเราทุกคนที่ลงพื้นที่ในวันนั้นสนิทสนมและเข้าใจปัญหาซึ่งกันและกันมากขึ้นและรักกันมากขึ้น ตื่นเช้ามาทุกๆคนก็ได้มาจัดอาหารเช้าช่วยแม่ครัว หลังจากนั้นก็เตรียมห้องประชุมสำหรับประชุมร่วมกับคณะกรรมการศูนย์การเรียนรู้ชุมชนทุกๆคนก็ได้แสดงความคิดเห็นกันอย่างเต็มที่ผมเองก็ได้รับหน้าที่ให้บันทึกการประชุมเพื่อจัดกลุ่มข้อมูลจากการประชุมซึ่งก็เป็นการฝึกตัวเองในการจับประเด็นสำคัญๆได้เรียนรู้นอกห้องเรียนเห็นภาพจริงได้ลงมือปฏิบัติคุ้มค่ากับเงินค่าลงทะเบียนเรียนจริงๆครับ และนี่ก็คือก้าวหนึ่งสำหรับการเรียนรู้นอกห้องเรียนของผมซึ่งทำให้ผมได้มีโอกาสมาเข้าร่วมถอดบทเรียนในวันนี้ ซึ่งในวันนี้ทางคณะวิทยากรได้ดำเนินการแบ่งกลุ่มตามสายวิชาชีพ ได้แก่ สายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สายวิทยาศาสตร์สุขภาพ สายมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ซึ่งหลักสูตรของพวกเราจัดอยู่ในสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นครั้งแรกที่ผมได้เจอกับเพื่อน ๆ ในสายเดียวกันที่ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน พร้อมๆกันกันกับพวกเรา แต่ละหลักสูตรต่างนำเสนอเรื่องราวการดำเนินงานของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหลักสูตรอื่น และหลังจากที่ทุกคนได้นำเสนอเรียบร้อยแล้วพวกเรานำข้อมูลมาสรุปรวมกันเพื่อเป็นองค์ความรู้ และเป็นความรู้รวบยอดเพื่อนำเสนอให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งผมได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นำเสนอในครั้งนี้ เป็นเวทีหนึ่งที่ทำให้ผมได้มีความกล้าแสดงออกมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม และที่สำคัญนั้นได้รู้จักเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ผู้เสียสละเพื่อส่วนรวมในรั้วมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
จากการที่ผมเสียสละเวลามาร่วมถอดบทเรียนในวันนี้ทำให้ผมได้เห็นประเด็นปัญหา แนวทางแก้ไขของแต่ละหลักสูตร รวมทั้งข้อเสนอแนะในการดำเนินงานต่อ ซึ่งเป็นการเปิดโลกทัศน์เพื่อรับรู้สิ่งใหม่ที่เรายังไม่เคยรับรู้ว่าคนอื่น หลักสูตรอื่นเขาทำอะไรบ้าง วันนี้เป็นวันโชคดีของผมที่ได้รับรู้ข้อมูลการทำงานแนวทางการทำงานของทุกหลักสูตรที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อนำมาปรับใช้ในการดำเนินโครงการของหลักสูตรเราได้
ผมต้องขอขอบพระคุณ อาจารย์ ดร.ฉันทนา เวชโอสถศักดา ที่ให้โอกาสผมในการเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ หนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน เรื่อง ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ขอบคุณ มหาวิทยาลัยมหาสารคามที่ทำให้ผมได้เปิดโลกทัศน์ในการเรียนรู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ดั่งปรัชญาชีวิตของผมว่า “เรียนรู้ คู่บริการ สู่งานบริการสังคม” ขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนโครงการนี้และอยากให้มีโครงการลักษณะนี้ต่อไปเรื่อยๆเพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้สังคมและชุมชนโดยการใช้ทักษะของแต่ละวิชาชีพในการบริการชุมชน เพราะมหาวิทยาลัยเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ดังนั้นเราจำเป็นต้องศึกษาเรียนรู้ชุมชนและสังคม ดังปรัชญามหาวิทยาลัยที่ว่า ”ผู้มีปัญญา พึงเป็นอยู่เพื่อมหาชน”
ถอดบทเรียน : เรียนรู้ คู่บริการ สู่ชุมชน
3 คนชอบ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ปภัสสโร · 25 ก.พ. 2557
น้องอิน · 25 ก.พ. 2557
ป่าไม้เลื้อย/พาดีซอ · 24 ก.พ. 2557
ป่าไม้เลื้อย/พาดีซอ · 24 ก.พ. 2557
ธนพันธ์ ชูบุญ · 24 ก.พ. 2557
มองเห็นอุปสรรค คือจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาครับ
เวทีการแลกเปลี่ยนแบบบูรณาการ ทำให้เรามองเห็นความหลากหลายในทางแนวปฏิบัติจากสาขาต่างๆ ที่มีทั้งเหมือนและต่างไปจากเรา และสำคัญคือ ทั้งเราและเขา สามารถประยุกต์ใช้แนวคิดร่วมกันได้อีกต่างหาก