ปภัสสโร
พระปลัดมานับ ปภัสสโร

มุมดีๆ(น่ารัก)ของผู้ป่วยจิตเวชในชุมชน


ถ้าจะกล่าวถึงผู้ป่วยจิตเวช คนส่วนใหญ่ยังมองว่าผู้ป่วยจิตเวชนี้เป็นคนบ้า หรือคนบ้า ผีบ้า คนวิกลจริต เป็นคนที่น่ารังเกียจของสังคม เป็นคนที่เอะอะอาละวาด เป็นคนที่ทำร้ายตนเอง ทำร้ายผู้อื่น ทำลายข้าวของ พูด บ่น คนเดียว สกปรก ไม่อาบน้ำแต่งตัว เก็บตัวอยู่คนเดียว เป็นต้น แต่ทุกคนจะไม่ค่อยมองเห็นมุมที่น่ารักของผู้ป่วยจิตเวช จากการทำงานกับผู้ป่วยจิตเวชที่ได้สัมผัสกับเขา ทำให้ได้เห็นมุมที่น่ารัก(ดีๆ)ของผู้ป่วยจิตเวชหลายอย่าง จนทำให้รู้สึกดีๆๆกับผู้ป่วยจิตเวช ดังนั้นจึงอยากเล่ามุมต่างต่างที่น่ารักของผู้ป่วยจิตเวชที่ได้สัมผัสและทำงานในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชในชุมชนมาเป็นเวลา 10 กว่าปี ดั้งนี้

1 มองว่าบางอย่างทำงานกับผู้ป่วยจิตเวชนี้สนุกกว่าการทำงานกับคนปกติ เพราะผู้ป่วยจิตเวชเป็นคนที่ตรง คือเขาคิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น หรือเขาจะสดงอะไรให้เราดูเขาก็จะแสดงออกมาโดยไม่มีการเสแสร้งแกล้งทำ แต่ถ้าคนปกติถ้าพูดออกมาเราไม่รู้ว่าเขาพูดตรงกับสิ่งที่ทำหรือคิดหรือไม่

2 ผู้ป่วยก็มีมุมที่ทำให้เราได้รับกำลังใจจากผู้ป่วยจิตเวช คือครั้งหนึ่งได้ฟื้นฟูผู้ป่วยจิตเวชในชมรมฯ โดยการฝึกซ้อมกลองยาว พอถึงวันที่จะเปิดงานอบรมเครือข่ายของสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตภาคอีสาน โดยผู้ป่วยจิตต้องไปแสดงกลองยาวบนเวทีเปิดงาน วันนั้นหลวงพ่อท่านได้บอกว่าการแสดงกลองยาวของทีมล้ม เพราะผู้ป่วยตีกลองไม่เข้ากัน แต่เราบอกว่าเขาตีได้ แสดงได้ ผู้ป่วยจิตเวชคนหนึ่งได้ยินเราคุยกัน เขาจึงบอกกับเราว่า พระอาจารย์ครับกลองยาวที่ซื้อมานี้พวกผมไม่ทำให้เสียเงินฟรีหรอกครับพวกผมจะทำให้ได้ เป็นต้น 

3 ผู้ป่วยจิตเวชเป็นคนที่ตรงต่อเวลาและตรงต่อสิ่งที่เขาได้รับมอบหมาย เช่น ที่ชมรมมีกิจกรรมเมื่อผู้ป่วยถูกนัดให้มาทำกิจกรรมที่ชมรมฯ ผู้ป่วยทุกคนจแต่งตัวออกมายืนรอรถที่จะมารับโดยไม่ต้องให้รถที่มารับต้องรอ แต่ถ้าเป็นคนปกติรถที่มารับไปร่วมกิจกรรมต้องมาจอดรอ  หรือผู้ป่วยได้รับมอบหมายให้มารดน้ำผัก ผู้ป่วยจิตเวชจะมาทำหน้าที่นี้ทุกวัน

4 ผู้ป่วยจิตเวชบ่างครั้งก็ให้ข้อคิดหรือเตือนสติเราได้อย่างดี เช่นมีครั้งหนึ่งผู้ป่วยจิตเวชได้พูดกับเราในเรื่องของการเจ็บป่วยทางจิต เขาได้บอกเราว่า พระอาจารย์ผมไม่สามารถคิดและทำเองได้แต่ถ้าพระอาจารย์คิดแต่สั่งให้ผมทำผมทำได้แต่ถ้าให้คิดและทำไปพร้อมกันผมไม่สามารถทำได้ จากการที่เขาได้พูด จึงทำให้เราได้เข้าใจผู้ป่วยจิตเวชมากขึ้น อย่างที่หมอบอกว่าผู้ป่วยจิตเวชมีความผิดปกติทางด้านสมองคือสารเคมีทางสมองหลั่งผิดปกติ แต่ถ้าเป็นชาวบ้่านอย่างเราไม่สามารถเข้าใจได้ แต่ถ้าจะให้เข้าใจก็ต้องบอกว่าเขามีความผิดปกติทางด้านความคิด เช่น มีถ้ามาถามว่าทำไมผมจึงสั่งน้องที่ป่วยนี้ให้ไปอาบน้ำ แต่งตัว ใส่เสื้อสีนี้ รองเท้าคู่นี้ เสร็จแล้วออกมารอหน้าบ้าน เดี๋ยวพี่ไปธุระก่อน กลับมาเขาบอกว่าน้องผมไม่เห็นทำอะไรเลย นอกจากมายืนรอหน้าบ้าน จึงได้บอกับพี่เขาว่าผู้ป่วยจิตเวชเขาทำตามพี่เขานะคือ ทำตามคำสั่งสุดท้ายคือมายืนรอหน้าบ้าน แต่ที่เหลือเขาไม่ทำเพราะเขาจำไม่ได้(คำสั่งมากไป) แต่คนปกติจะทำได้ หรืออีกอย่าง ผู้ป่วยจิตเวชตอนทำกิจกรรมฟื้นฟูด้านทักษะการงาน ผู้ป่วยจิตเวชเราบอกให้รดน้ำผักเขาจะรดน้ำผักอย่างเดียวแต่ไม่สนใจว่าผักจะล้มไม่ล้ม เราต้องบอกให้เขารดน้ำผักสูงๆเพื่อไม่ให้ผักล้ม และอีกอย่างเขาก็ไม่สนใจว่ารดน้ำผักแล้วหญ้าจะขึ้นไม่ขึ้นเขามีหน้าที่มารดน้ำผัก ดังนี้  อีกเรื่องวันหนึ่งผู้ป่วยจิตเวชได้นั่งคุยกับเราและอีกหลายคน เรานั่งด้วยกัน4-5 คนเรียงหน้ากะดาน พอเราลุกขึ้นผู้ป่วยจิตเวชคนหนึ่งทุบหลังเราจนจุก เราโกรธมาก ถามเขาว่าทำๆไม ผู้ป่วยจิตเวชคนนี้ตอบว่า เขายอกเรา แล้วเราต้องถามตัวเองเมื่อได้ยินคำตอบนั้น เราจะโกรธเขาหรือโกรธตัวเอง นี้ก็เป็นการแสดงให้เราเห็นว่าเราต้องมีสติ เป็นวิธีที่ผู้ป่วยจิตเวชสอนเราว่าเขามีความผิดปกติทางความคิด ผิดปกติทางการแสดงออก เราต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา ที่จะพูดจะคิดจะทำต่อเขา คือเราต้องระวังความรู้สึกเขาด้วย  ให้เกียรติเขาด้วย โดยการเอาใจเขามาใส่ใจเรา 

5 ผู้ป่วยจิตเวชจะเห็นบุคคลที่เคยช่วยเหลือเขาหรือเคยอนุเคราะห์เขา เขาจะเคารพเราอย่างมาก เช่น รถปิคอัพสีแดงคันหนึ่งที่พาเขามาร่วมกิจกรรมของชมรม หรือพาเขาไปโน้นไปนี้ หรือรับส่งเขา พอวันใหนที่ผู้ป่วยจิตเวชเห็นรถคันนี้วิ่งผ่านเขาก็จะยกมือไหว้ โดยที่ไม่รู้ว่าใครขับรถเขาก็ยกมือไหว้ เป็นต้น หรือพอผู้ป่วยจิตเวชมีอาการเอะอะ หงุดหงิด ทำลายข้าวของ พอเห็นหลวงพ่อหรือพระ คณะกรรมการชมรมฯไปถึง พอพูดกับเขาเขาก็ยอมขึ้นรถไปด้วยโดยง่าย  นี้ก็เป็นเป็นเรื่องของความรู้สึกที่เห็นหลวงพ่อพระหรือคณะกรรมการชมรมฯได้ช่วยเหลือ จึงทำให้เกิดความสำนึกในบุญคุณของคนในชุมชน 20131117_112427.mp4

เรื่องนี้ก็จะทำให้เห็นว่าผู้ป่วยยังมีมุมดีๆอีกเยอะไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงานการอยู่ในชุมชน เพราะทำให้เราเห็นได้ว่าผู้ป่วยถ้าเราได้สัมผัสกับเขาจริงๆเราจะไม่น่ากลัวอย่างที่คิด หลังจากมีชมรมฯในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชในชุมชนจึงทำให้คนในชุมชนไม่กลัวผู้ป่วยจิตเวชและยังให้โอกาสผู้ป่วยจิตเวชเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชนและร่วมทำกิจกรรมต่างๆโดยไม่รังเกียจและยังยอมรับผู้ป่วจิตเวชในชุมชน 

หมายเลขบันทึก: 562583เขียนเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2014 01:17 น. ()แก้ไขเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2014 01:21 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (1)

หยอกแรงนะครับ

ทุบหลังเลย 555

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี